Post on 25/08/2020

โบจัง: เด็กชายขี้มูกยืดหัวใจอบอุ่น ผู้ยึดมั่นในความเป็นตัวเอง

‘โบจังเป็นเด็กผู้ชายธรรมดา

ใช้ชีวิตธรรมดา มีงานอดิเรกสุดธรรมดา

และเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความสุขมากที่สุดในเรื่องชินจัง’

เชื่อว่าคนตั้งแต่รุ่นเด็กไปจนถึงรุ่นเก๋าจำนวนไม่น้อย ต้องเคยอ่านหรือรู้จักมังงะเรื่อง ‘เครยอน ชินจัง’ (Crayon Shin-chan) ที่เล่าเรื่องของ ‘ชินจัง’ เด็กญี่ปุ่นวัย 5 ขวบ กับอุปนิสัยทะลึ่งลามกเกินเด็ก จนทำให้ผู้ใหญ่หลายคนมองว่าการ์ตูนเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากความไร้สาระ แต่แท้จริงแล้วเครยอน ชินจัง กลับสอดแทรกประเด็นน่าสนใจไว้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นภาระของเหล่ามนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น ที่ต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดในโลกทุนนิยมเข้มข้นให้ได้ ไหนจะเรื่องชีวิตแม่บ้านไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มิตรภาพของเด็ก ๆ ที่บางครั้งก็ ‘ร้ายเดียงสา’ รวมถึงงานอดิเรกและความเป็นตัวของตัวเองที่ปรากฏชัดอยู่ในตัวละคร ‘โบจัง’ สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองอย่างมีความสุขได้โดยไม่ต้องสนสายตาใคร

แม้ว่า โบจัง (Bo-Chan) จะพูดน้อยที่สุดในกลุ่มเพื่อนของชินจัง แต่หลายคนที่เห็นหรือรู้จักการ์ตูนชินจังแค่ผ่านตาก็มักจดจำโบจังกันได้ เขาเป็นเด็กผู้ชายหน้ารูปไข่ ชอบใส่เสื้อสีเหลือง มีจุดเด่นเป็นน้ำมูกที่ยืดอยู่ตลอดเวลา ระหว่างการดำเนินเรื่องช่วงแรก โบจังถือเป็นตัวประกอบหนึ่งในโรงเรียนอนุบาลด้วยซ้ำ เนื่องจากตอนชินจัง เนเน่จัง คาซาม่า และมาซาโอะ ต่างมีบทพูดโต้ตอบกันแล้ว แต่โบจังยังมีแค่บทเดินน้ำมูกย้อยเข้ามาในฉากโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น

อุปนิสัยของโบจังเป็นเด็กว่าง่าย เขามักเออออตามเพื่อนเสมอ เมื่อชินจังอยากเล่นกระโดดเชือกแบบไม่มีคนกระโดด โบจังก็ยอมแกว่งเชือกเล่นกับชินจัง พอชินจังอยากเล่นซ่อนแอบแบบไม่มีคนหา ทั้งสองคนก็ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้จนกว่าจะเบื่อ อีกครั้งที่ชินจังอยากเล่นเป็นคนตายนอนอยู่บนพื้น เขาก็ยื่นชอล์กที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะใช้ตีเส้นรอบศพในคดีฆาตกรรม เพื่อให้การเล่นสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมนอนเป็นศพอยู่กับเพื่อน ๆ เมื่อเนเน่อยากเล่นพ่อแม่ลูกแต่คนอื่นรับบทสำคัญ ๆ หมดแล้ว โบจังจึงเสนอตัวเล่นเป็นหมาแมวในบ้านให้เอง เขาตามใจเพื่อนเสมอ และไม่หือไม่อือกับอะไรทั้งนั้น จนทำให้คุณครูโยชินาง่า ครูประจำชั้นเรียนห้องทานตะวันลืมโบจังอยู่บ่อย ๆ เป็นตัวละครนอกสายตาที่คนมักลืมการมีตัวตนของเขา

ด้วยบุคลิกเงียบ ๆ ไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของใคร ขณะเดียวกันก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครมารู้จักชีวิตส่วนตัวมากนัก เพื่อน ๆ จึงอยากรู้จักโบจังมากขึ้น อยากรู้ว่าพ่อแม่ของโบจังหน้าตาแบบไหน (เพราะพ่อหรือแม่ของเพื่อนในกลุ่มถูกเผยหน้าตากันหมดแล้ว) บางคนเดาว่าหน้าตาของแม่โบจังอาจเหมือนกับโบจังแบบเป๊ะ ๆ อีกคนเดาว่าอาจเป็นคุณแม่สาวแซ่บก็ได้ แก๊งเด็กจึงพยายามสะกดรอยตามโบจังกลับบ้าน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่พบแม่ของโบจัง และเมื่อเด็ก ๆ จับกลุ่มคุยกันอีกครั้ง ชินจังพูดว่าถึงจะไม่เคยเห็นหน้าแม่ของโบจังแต่เขาก็ยังชอบโบจัง พร้อมกับเสียงเห็นด้วยของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ไม่ว่าครอบครัวเขาจะเป็นอย่างไร ทุกคนก็ยังรักในความเป็นโบจังอยู่ดี

งานอดิเรกของโบจัง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งนอกจากความเงียบและน้ำมูกย้อยที่ทำให้คนจำได้ ตอนที่ทำให้เหล่านักอ่านเห็นว่าโบจังมีงานอดิเรกเกิดขึ้นเมื่อเขามาเยี่ยมบ้านโนฮาระ โบจังเอาคอลเลกชันก้อนหินพิลึกที่สะสมไว้มาให้มิซาเอะ เขาให้หินกับเธอเพราะกังวลว่าถ้ามาบ้านเพื่อนแต่ไม่มีของติดไม้ติดมือมาฝากก็จะยังไงอยู่ เขารู้จักความเกรงใจทั้งที่เพิ่งจะ 5 ขวบเท่านั้น พอโบจังเอาเซ็ตหินให้มิซาเอะ เธอกลับคิดในใจว่าโบจังเป็นเด็กที่แปลก และหลังจากนั้นคนอ่านก็จะรู้เรื่องราวของโบจังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ว่าโบจังหลงใหลเรื่องลึกลับและการสะสมก้อนหินเป็นชีวิตจิตใจ

ในชินจังจอมแก่นฉบับแอนิเมะตอนที่ 52 โบจังปฏิเสธที่จะไปเล่นกับเพื่อนและขอแยกตัวออกไปก่อน พวกเพื่อนเลยอยากรู้ว่าเขามีเรื่องกลุ้มใจอะไรอยู่จึงแอบตามไปดู จนเจอว่าโบจังแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ หน้าบ้านคนอื่นเพราะอยากได้ก้อนหินที่หมาบ้านนั้นคาบกลับมากองไว้เต็มสวน เจ้าของบ้านบอกว่าชอบหินก้อนไหนก็หยิบไปได้เลย แต่โบจังกลับรู้สึกแย่เพราะหมาเลือกหินมาแล้ว เขาจึงรีบวิ่งกลับบ้าน เอาก้อนหินของตัวเองมาแลกกับหินที่หมาคาบมา ท่ามกลางสายตางุนงงของเพื่อน ๆ และเจ้าของบ้านที่รู้สึกเข้าไม่ถึง แต่ถึงใครจะมองว่าโบจังเป็นเด็กเพี้ยน ๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่าเขาเป็นเด็กจิตใจดี แถมยังนึกถึงหัวใจของคนอื่น

นอกจากเรื่องลึกลับและการสะสมหิน เขายังโดดเด่นเรื่องหัวใจที่อ่อนโยนต่อสัตว์ร่วมโลก มีครั้งหนึ่งพวกเด็ก ๆ เจอลูกนกตกรัง ทุกคนกลัวว่าลูกนกจะตายจึงสุมหัวปรึกษากันว่าจะต้องมีคนเอาลูกนกขึ้นไปไว้บนรังเหมือนเดิม ขณะทุกคนกำลังลังเลว่าใครจะต้องปีนต้นไม้ โบจังก็อาสาเอาลูกนกไปส่งด้วยสีหน้ามุ่งมั่น แถมยังเคยขอเป็นตัวแทนห้องรับผิดชอบเลี้ยงปลาทองกับชินจัง (ที่ได้งานนี้โดยไม่ตั้งใจ) โบจังจัดการเปลี่ยนน้ำและจัดตู้ปลาด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย

ความใจดีของโบจังไม่ได้มีให้แค่สัตว์ชนิดต่าง ๆ เท่านั้น กลุ่มเพื่อนและคบรอบตัวต่างสัมผัสได้ถึงหัวใจอันอบอุ่นของเขา เมื่อกลุ่มเพื่อนมีเรื่องเดือดร้อน เขาจะเป็นคนแรกที่เสนอไอเดียดี ๆ เพื่อแก้ปัญหา คอยพูดจาสร้างความมั่นใจกับเพื่อนที่กำลังตื่นตระหนก เวลาหลงป่าเขาสามารถดูทิศทางลมเพื่อหาทางออกจากป่า เป็นที่พึ่งในยามยากให้กับแก๊งได้หลายครั้งหลายครา แม้เขาอาจไม่ใช่เพื่อนที่สนุกที่สุด แต่โบจังคือเพื่อนที่พวกชินจังจะขาดไปไม่ได้เช่นกัน

มีครั้งหนึ่งระหว่างแม่ไม่อยู่ ชินจังเคยทิ้งฮิมาวาริไว้กับโบจัง ส่วนตัวเองหนีไปหานานาโกะ พี่สาวคนสวยที่แอบชอบมานาน ทางด้านโบจังก็ยินดีดูแลฮิมาวาริ เขาเอาก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่พกมาด้วยให้น้องดู นั่งอ่านหนังสือประเภทของก้อนหินให้น้องฟัง กล่อมจนฮิมาวาริหลับ เมื่อมิซาเอะกลับมาเจอเธอจึงให้ส้มที่ชินจังได้มาจากพี่สาวคนสวยแก่โบจังไปจนหมด ซึ่งเจ้าตัวก็รู้สึกดีใจมากจนเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว เพราะเขามักเป็นเด็กที่ถูกลืมอยู่บ่อย ๆ พอถูกให้ความสำคัญเขาก็อดดีใจไม่ได้

โบจังมีความรู้รอบตัวหลายอย่าง ทำให้คนประทับใจได้หลายครั้ง เขารู้สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้หรือไม่คิดจะอยากรู้ อย่างวิธีต้มไข่ด้วยการใส่เกลือและรู้ว่าต้องจับเวลากี่นาที (ทั้งที่เป็นเด็ก 5 ขวบ) ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาจำได้แม่นเพราะคุณยายเคยสอนว่าผู้ชายทำอาหารคือคนที่มีเสน่ห์ เมื่อโบจังเจอกับน้าสาวของชินจังในชินจังฉบับแอนิเมะตอนที่ 142 ถึงเขาจะหกล้มจนได้แผล แต่พอเห็นน้าของเพื่อนเจ็บก็รีบเข้าไปช่วยด้วยการแบ่งผ้าพันแผล และร่ายมนตร์ให้คุณน้าหายดี

โบจังเคยตกหลุมรักคุณครูมัตสึซากะ ครูสาวปากจัดประจำชั้นห้องกุหลาบ เนื่องจากเธอเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำมูกตอนโบจังจาม เขาจึงปรึกษาเพื่อนว่าต้องทำอย่างไร เพื่อนก็แนะนำให้ไปสารภาพรักพร้อมดอกไม้หนึ่งดอก เด็กน้อยที่ไม่เคยมีความรักทำตามคำแนะนำของเพื่อน ๆ แต่สุดท้ายเขาก็พบกับความผิดหวังครั้งแรก ครูมัตสึซากะปฏิเสธโบจัง แต่ก็แอบทิ้งท้ายให้เขาไม่เสียใจมากด้วยการบอกว่า อีก 15 ปี หากยังรู้สึกเหมือนเดิมค่อยมาขอเป็นแฟน แล้วโบจังก็ยืนยันว่าอีก 15 ปี เขาจะมาอีกครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ผู้อ่านได้เห็นความแก่แดดแก่ลม เห็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเด็กชายผู้ไม่สนโลกก็มีความรักได้เหมือนกันนะ

ไม่ว่าจะเป็นเครยอน ชินจัง ฉบับมังงะหรือแอนิเมะ น้อยครั้งมาก ๆ ที่ผู้อ่านจะเห็นโบจังโกรธ เศร้าโศก หรือผิดหวังอย่างหนัก หากเทียบกับเพื่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่ม โดยเฉพาะกับคาซามะที่แบกรับภาพลักษณ์เด็กหนุ่มเรียนเก่งผู้เป็นความหวังของบ้านเอาไว้เต็มบ่า คาซามะชอบสะสมตุ๊กตาการ์ตูนเรื่องสาวน้อยเวทมนตร์ แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวโดนล้อว่าเป็นโอตะคุ กลัวโดนแซวว่าเป็นผู้ชายทำไมถึงสะสมฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนผู้หญิง แตกต่างจากโบจังที่เปิดเผยกับทุกคนว่าตัวเองชอบอะไร ไม่สนแม้ใครจะมองเป็นว่าเด็กแปลก ๆ เป็นโอตะคุ เป็นพวกเนิร์ด หรือเป็นเด็กไร้เสน่ห์ไม่มีความเท่ เพราะงานอดิเรกแสนเชยในสายตาของคนอื่นทำให้โบจังได้เพลิดเพลิน ได้พึงพอใจ และได้มีความสุขจากการใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก

ถึงคนจะมองว่าโบจังเป็นเด็กธรรมดาแถมยังมีงานอดิเรกแปลก ๆ

แต่เขาก็เป็นเด็กดีที่มีหัวใจอบอุ่นมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

ที่มา

โยชิตะ อุซึอิ. 2535. ชินจังจอมแก่น. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์

https://crayonshinchan.fandom.com/wiki/Bo_Suzuki

https://www.imdb.com/title/tt0245612/

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+