Post on 12/07/2019

ทหารโครแอต แรงงานต่างด้าวผู้เผยแพร่แฟชันผูกเนคไท

กองทหารเกียรติยศคราวัตแห่งกองทัพโครเอเชียขณะทำการสวนสนามในกรุงซาเกร็บเมื่อปี 2016

เนคไท หรือ ผ้าผูกคอ (ไทมาจากจากคำว่า tie ถ้าเป็นนามแปลว่า เชือก, กริยาแปลว่า ผูก แต่กรณีนี้ไม่ใช่เชือกผูกคอเพื่อเอาชีวิตตัวเองแต่อย่างใด) เป็นแฟชันตะวันตกที่เพิ่งเป็นที่แพร่หลายในเมืองไทยเพียงไม่นาน แต่ได้กลายเป็นมาตรฐานการแต่งกายที่ได้ชื่อว่า “สุภาพ” ที่สุดสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่แรงงานปกเสื้อขาวนั่งห้องแอร์ 

แฟชันนี้มีมานานหลายร้อยปี หรืออาจจะกล่าวว่าเป็นพันปีก็ได้ แต่ที่เรียกว่าเป็นอิทธิพลต่อเนื่องโดยตรงนั้น นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะนับจากสมัยศตวรรษที่ 17 เมื่อธรรมเนียมนี้ได้แพร่หลายจากทหารรับจ้างชาวโครแอตไปถึงสังคมชั้นสูงของฝรั่งเศส

จากข้อมูลของ Washington Post มีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ผ้าผูกคอมีการใช้ในทหารโรมันตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 หรือกว่า 1,800 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่ามันถูกใช้เพื่อป้องกันลมฟ้าอากาศเป็นสำคัญ ไม่ใช่เรื่องของแฟชัน หรือใช้เป็นเครื่องประดับหรือเครื่องแบบ เช่นเดียวกันกับตุ๊กตาทหารจิ๋นซีที่มีอายุอานามเก่าแก่ยิ่งกว่าก็มีการพบลวดลายมีลักษณะคล้ายผ้าผูกคอเช่นกัน แต่ธรรมเนียมนั้นก็สูญหายขาดตอนไปก่อน

กลายเป็นกองทหารรับจ้างชาวโครแอตที่เดินทางไปรับใช้กองทัพฝรั่งเศสในช่วงสงครามสามสิบปี คาบเกี่ยวรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ได้รับเครดิตว่าเป็นต้นแบบของผ้าผูกคอที่สืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน

โดยสุริยกษัตริย์ (The Sun King) กษัตริย์ผู้นำแฟชันแห่งฝรั่งเศสได้รับเอาธรรมเนียมการแต่งกายของแรงงานต่างด้าวมาปรับแต่งให้กลายแฟชันนำสมัยในราชสำนักของพระองค์ และเรียกผ้าที่ใช้ผูกคอนั้นว่า “คราวัต” (cravate) ซึ่งแผลงมาจากคำว่า “ชาวโครแอต” ในภาษาฝรั่งเศสเป็นการยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้ที่นำแฟชันนี้เข้ามาเผยแพร่ ก่อนที่แฟชันนี้จะแพร่หลายไปยังอังกฤษ และอาณานิคมในทวีปอเมริกา

การผูกผ้าผูกคอในยุคแรก ๆ มีรูปแบบที่หลากหลายมาก และผ้าที่ใช้ก็เป็นผืนใหญ่ฟูฟ่อง เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 จึงค่อย ๆ ลดรูปลงกลายเป็นโบว์ที่สวมกับเสื้อคอปกที่หงายขึ้น ตามด้วยการสวมกับปกแบบคว่ำอย่างที่เห็นกันบ่อย ๆ ในภาพถ่ายของอับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือผู้นำร่วมสมัยรายอื่น ๆ 

ส่วนการผูกเนคไทแบบสมัยใหม่แบบที่เรียกกันว่า “four-in-hand” นั้น ว่ากันว่าเริ่มขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในอังกฤษ แต่ประวัติที่ชัดเจนนั้นไม่มี มีแต่เรื่องเล่าอันเป็นที่มาอย่างหลากหลาย บ้างก็ว่า โชเฟอร์รถม้าแบบใช้ม้าลาก 4 ตัว ชอบผูกเชือกบังคับม้าด้วยเงื่อนลักษณะนี้ แล้วก็ลองเอาเงื่อนแบบเดียวกันมาใช้ผูกผ้าผูกคอของตัวเอง 

อีกสำนวนอ้างว่า มาจากชื่อของสมาคมรถม้าในลอนดอนที่ชื่อ Four-in-Hand Club เนื่องจากสมาชิกสมาคมนิยมผูกผ้าผูกคอแบบนี้ คนอื่น ๆ เห็นว่างามก็ผูกตามจนเป็นที่แพร่หลาย และเรียกวิธีการผูกตามชื่อสมาคมของสมาชิกที่เป็นต้นแบบ

ส่วนสำนวนที่แพร่หลายที่สุดซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับโชเฟอร์รถม้าเช่นกันเล่าว่า วิธีการผูกแบบนี้เกิดขึ้นระหว่างที่โชเฟอร์บังคับรถม้าอยู่ แล้วจู่ ๆ ผ้าผูกคอจะหลุดจึงรีบคว้าผ้าไว้ ก่อนผูกกลับไปด้วยมือเพียงข้างเดียว เนื่องจากมืออีกข้างยังต้องบังคับม้าอีก 4 ตัว (four-in-hand ของจริง !) ผูกไปผูกมาก็ออกมาหน้าตาอย่างที่เห็น และเป็นที่มาของชื่อการผูกเนคไทที่แพร่หลายกันอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ เนคไทจึงเป็นแฟชันที่มีหลายวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่มันกลายเป็นที่นิยมได้ถึงทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณโชเฟอร์รถม้า และพระเจ้าหลุยส์ที่ช่วยส่งเสริม รวมถึงประเทศในเขตร้อนอีกหลายประเทศที่พยายามตามแฟชันในประเทศเขตหนาว จนมีความพยายามเชิงบังคับให้มันเป็นกลายเป็นเครื่องแบบทางการอย่างหนึ่ง 

ส่วนที่โครเอเชีย ชาวโครแอตยุคปัจจุบันก็ภาคภูมิใจไม่น้อยที่พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบแฟชันกระแสหลักที่มีความนิยมยืนยาวนับร้อยปี (แม้จีวรจะมีอายุยาวนานกว่าแต่มันก็ไม่ใช่แฟชันกระแสหลัก และเป็นการแต่งตามกฎของชุมชนชาวพุทธเท่านั้น) จนในปี 2008 รัฐสภาโครเอเชียจึงได้ประกาศให้วันที่ 18 ตุลาคม เป็น“วันคราวัต” (Cravat Day) โดยให้ถือเป็นวันหยุดประจำปีเพื่อฉลองถึงความสำเร็จเชิงวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ (Mental Floss)


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

แม่ชีแหม่กีง แม่ชีหัวก้าวหน้าแห่งเมียนมา เปลี่ยนแม่ชีสีชมพูเป็นเพศชาย

หลี่ เติงฮุย ผู้ผลักดันสำนึกชาตินิยม “ไต้หวัน” ที่แยกขาดจากจีน

อาลีบาบา คนจนผู้ชิงทรัพย์โจรจนร่ำรวย แรงบันดาลใจ แจ็ค หม่า

“เจียง ไคเช็ก” จับคนเห็นต่างเข้าตาราง ด้วยกฎอัยการศึกที่ยาวนานที่สุดในโลก

จักรพรรดิไทโช จักรพรรดิยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า

โรเบิร์ต เฟิร์ชกอตต์, หลุยส์ อิกนาร์โร และ เฟริด มูราด: ได้โนเบลจากการค้นพบที่นำไปสู่การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ไอเดียทำรองเท้าไนกี้จากเครื่องทำขนมของเมีย จนพัฒนาเป็นรองเท้ามาราธอนที่เร็วที่สุดในโลก

มามี ทิล ม็อบลีย์ แม่ที่สู้เพื่อลูกผู้ถูกฆ่าอย่างทารุณเพียงเพราะ “ผิวปาก”