Post on 04/02/2021

‘ปฏิบัติการครัวซองต์’ เมื่อฝรั่งเศสข้ามทะเลมาแจกขนมจันทร์เสี้ยวที่ลอนดอนเพื่อต้าน Brexit

แม้แต่ใน ‘ครัวซองต์’ ก็มีการเมือง…

ถัดจากโรตีบอย คริสปี้ครีม โดนัท ชานมไข่มุกพ่นไฟ ก็เห็นทีจะเป็นคราวของครัวซองต์ที่กำลังเข้ามายึดพื้นที่ตลาดอาหารและครองใจประชาชนชาวไทย และพลเมืองชาวเน็ตในขณะนี้

ขนมอบครัวซองต์นี้ มีการเดินทางที่แสนยาวนาน ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และห้วงเวลา ขนมนี้ว่ากันว่า เกิดที่ออสเตรีย แล้วมาโตที่ฝรั่งเศส จากภาคพื้นยุโรปสู่ทุกมุมโลก จากสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง สู่ขนมอร่อยลิ้น

เรื่องราวและเรื่องเล่าของขนมอบรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวที่เมื่อผ่ากลางตัวพระจันทร์เพื่อโชว์ความงามของเรือนร่างขนม ผ่านชั้นที่ซับซ้อนของแป้งและเนยอันบางเฉียบ แถมยังมีเนื้อสัมผัสอันกรอบร่วนที่เมื่อกัดด้านนอกจะต้องมีเกล็ดขนมปังเล็ก ๆ ร่วนติดเสื้อผ้า หรือไม่ก็ติดริมฝีปาก หากแต่ความกรอบร่วนด้านนอกนั้น เนื้อสัมผัสด้านในกลับบางเบาและพองฟูชิ้นนี้มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว

 

จากสงครามแล้วก็บึ้มเป็นครัวซองต์

อันที่จริงเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของครัวซองต์มีอยู่มากมาย แต่เรื่องที่เป็นที่เล่าขานกันอย่างกว้างขวางคงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 1683 นักอบขนมชาวเวียนนาที่ทำงานกลางดึก (บางที่ก็ว่าตอนเช้ามืด) ได้ยินเสียงการขุดอุโมงค์เพื่อลอบโจมตีเมืองเวียนนาของทหารออตโตมัน 

เมื่อได้ยินเสียงขุดอุโมงค์นั้น นักอบขนมจึงได้รีบไปแจ้งข่าวการซุ่มโจมตีของทหารออตโตมันแก่ทหารเวียนนา ทำให้กองกำลังทหารของเวียนนาได้รู้ว่าภัยศึกกำลังจะคืบคลานใกล้เมืองเข้ามาเต็มที เหล่าทหารเวียนนาจึงตระเตรียมและป้องกันการบุกโจมตีของทหารออตโตมันได้ทันท่วงที จนทำให้เหล่าทหารจากจักรวรรดิออตโตมันต้องแพ้ราบไปในศึกครั้งนั้น 

นักอบขนมชาวเวียนนา (ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการชนะสงครามครั้งนั้น) จึงหาวิธีการประกาศชัยชนะของเวียนนาด้วยการทำขนมที่ชื่อว่า ‘คิปเฟล’ (kipfel) ให้มีรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยว (ธงของจักรวรรดิออตโตมันมีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวอยู่) ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการเอาคืนในแบบฉบับคนอบขนมที่รู้สึกชอบใจเมื่อได้เห็นลูกค้ากัดกินขนมจันทร์เสี้ยวนี้ในทุกเมื่อเชื่อวัน

อีกหนึ่งเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับการเดินทางของครัวซองต์ (ที่ไม่ได้มีหลักฐานยืนยันชัดเจน เป็นเพียงเรื่องที่เล่าขานต่อกันมา) ยังคงเชื่อมโยงกับชาวออสเตรีย และชาวออสเตรียผู้นี้ก็เป็นคนดังทั้งในออสเตรียและในฝรั่งเศส สุภาพสตรีท่านนั้นคือ พระนางมารีอ็องตัวแน็ต

ว่ากันว่าในขณะที่พระนางมารีอ็องตัวแน็ตทรงอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศส (ซึ่งได้ขึ้นครองราชย์และมีพระฉายานามว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในเวลาต่อมา) ได้มาประทับอยู่และพระนางเกิดคิดถึงออสเตรียบ้านเกิด จึงได้มีรับสั่งให้เชฟในวังอบขนมออสเตรีย ‘คิปเฟล’ นี้ขึ้นมาเพื่อให้พระนางคลายความคิดถึงบ้าน จุดนี้เองจึงเป็นที่มาของการเดินทางของขนมคิปเฟลจากออสเตรียมาถึงฝรั่งเศส

 

เกิดที่ออสเตรียโตที่ฝรั่งเศส

เรื่องเล่าถัดไปเกี่ยวกับต้นกำเนิดของครัวซองต์ เกิดจากนักลงทุนชาวออสเตรียที่ชื่อ เอากุสต์ ชาง (August Zang) ที่ลงทุนเปิดร้านเบเกอรีเวียนนาสาขาแรกในกรุงปารีส เมื่อปี 1838 ว่ากันว่าเอากุสต์ ชาง เป็นนักลงทุนที่ทำการตลาดเก่งมาก เขาใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างชื่อเสียงให้กับเบเกอรีหน้าใหม่ของเขาด้วยการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ บวกกับเทคนิคในการจัดแสดงขนมอบเวียนนาชนิดต่าง ๆ ไว้อย่างสวยงามหน้ากระจกร้าน ทำให้เหล่าปารีเซียงที่เดินผ่านไปมาหน้าร้านต่างอดไม่ได้ที่จะแวะเข้ามาชิมขนมอบเวียนนาแห่งนี้สักครั้ง

แน่นอนว่าบรรดาขนมอบที่ถูกเอามาตั้งโชว์เรียงรายต้องมีขนมอบเวียนนาจันทร์เสี้ยวสุดคลาสสิกอย่าง ‘คิปเฟล’ อยู่ด้วย และด้วยเหตุนี้เองชาวฝรั่งเศสจึงได้โอบรับเอาคิปเฟลเอาไว้ และนำไปดัดแปลงเนื้อสัมผัสและรสชาติของครัวซองต์ให้หลากหลายแบบดั่งที่เราได้เห็นและได้ชิมกันอยู่ในปัจจุบัน

อันที่จริงคนส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจว่าครัวซองต์ซึ่งมีต้นกำเนิดจากออสเตรีย และได้ถูกพัฒนาจนโด่งดังไปทั่วโลกนี้เป็นขนมฝรั่งเศส เพราะเรามักจะเห็นเจ้าขนมอบแสนอร่อยนี้ในร้านเบเกอรีฝรั่งเศส โดยจิม เฌฟอะเลีย (Jim Chevallier) นักวิชาการ นักเขียน และนักประวัติศาสตร์อาหารฝรั่งเศส ยังเคยพูดเอาไว้ว่า “ครัวซองต์ถือกำเนิดจากคิปเฟล แต่ ณ วินาทีที่มันได้ถูกดัดแปลงเนื้อสัมผัสจากคนฝรั่งเศสจนกลายเป็นแป้งพัฟแบบที่เรากินกันอยู่…บัดนั้นมันก็ได้กลายสัญชาติมาเป็นขนมฝรั่งเศสแล้ว”

จากเหตุการณ์ที่ทหารออตโตมันแอบซุ่มโจมตีเพื่อบุกยึดเวียนนา ในปี 1683 จนเกิดการปั้นขนมรูปจันทร์เสี้ยวเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะสงครามของคนอบขนม และครัวซองต์ได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกทางการเมืองและการสงคราม

 

ครัวซองต์ในฐานะเครื่องมือต้านโหวต Brexit

เวลาผ่านไป 333 ปี เมื่อ ค.ศ. 2016 ครัวซองต์ได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองอีกครั้งที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 สหราชอาณาจักรได้มีการลงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของพลเมืองในอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพ (ไอร์แลนด์เหนือ, สกอตแลนด์ และเวลส์) เรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในฝรั่งเศสที่ไม่ต้องการให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป และพวกเขาเหล่านั้นใช้กลยุทธ์ที่เรียกร้องให้ประชาชนจากสหราชอาณาจักรลงมติให้ “ไม่ออกจากสหภาพยุโรป” โดยแผนการดังกล่าวถูกเรียกว่า “ปฏิบัติการครัวซองต์” (Operation Croissant)

ต้นกำเนิดของปฏิบัติการครัวซองต์นั้นแสนจะเรียบง่าย โรซ่า แรนกิน-จี (Rosa Rankin-Gee) หญิงสาวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสที่มีอายุเพียง 29 ปี (ในขณะนั้น) เธอเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีปฏิบัติการนี้ ได้เคยพูดไว้ว่า เธอต้องการให้ผู้คนรู้สึกถึงบรรยากาศของความอ่อนโยนในการลงประชามติครั้งนี้บ้าง เธอเข้าใจดีว่าการลงประชามติ มันมีแค่สองทางให้เลือก คือ ‘อยู่ต่อ’ หรือ ‘ไม่อยู่ต่อ’ ผู้คนส่วนใหญ่อารมณ์พาไป เพราะอินกับการเมือง พาลไปถึงเลือกใช้คำพูดแรง ๆ เพื่อเสียดสีหรือด่าหยาบคายเพื่อโจมตีความคิดคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามตนเอง

โรซ่าไม่ได้อยากให้มีการแยกสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป เธอต้องการที่จะเดินทางไป-มา และใช้ชีวิตอยู่ระหว่างประเทศทั้งสองอย่างอิสระทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส เธอจึงเริ่มพูดคุยกับเพื่อนที่มีความคิดเหมือนกัน จนเพื่อนทุกคนมีความคิดว่าอยากจะแสดงออกอะไรบางอย่างเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ชาวสหราชอาณาจักรยังคงเลือกที่จะอยู่ต่อในสหภาพยุโรป

แต่พวกเธอจะแสดงออกอย่างไรดี?

โรซ่ามีโอกาสได้คุยกับเพื่อนชาวอังกฤษคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกโหวต ‘อยู่ต่อ’ หรือ ‘แยกจาก’ สหภาพยุโรป (เพื่อนคนนี้ของโรซ่าทราบดีว่าเธอต้องการให้สหราชอาณาจักรยังคงอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป) โรซ่าจึงถามเพื่อนคนนั้นว่า 

“ถ้าฉันส่งครัวซองต์ให้คุณ คุณจะเปลี่ยนใจมาโหวต (เพื่ออยู่ต่อ) ไหม?”

“ได้สิ (ฉันจะโหวตให้อยู่ต่อ)” เพื่อนคนนั้นยิ้มแล้วตอบโรซ่า

และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของ ‘ปฏิบัติการครัวซองต์’ โรซ่าคิดว่าเธอจะใช้ครัวซองต์เป็นสัญลักษณ์จากใจคนที่อยู่ที่ฝรั่งเศสโน้มน้าวใจชาวสหราชอาณาจักรให้อยู่ต่อกับสหภาพยุโรป

จะเริ่มปฏิการครัวซองต์ได้ ก็ต้องมีครัวซองต์

โรซ่าพร้อมกลุ่มเพื่อนชาวอังกฤษและฝรั่งเศสจึงรวมตัวกัน แล้วไปขอร้องให้ร้าน ปัวลาน (Poilâne) เบเกอรีเจ้าดังในกรุงปารีสที่ก่อตั้งร้านมาตั้งแต่ปี 1932 สนับสนุนปฏิบัติการนี้ด้วยการบริจาคครัวซองต์ของร้านจำนวน 600 ชิ้นให้กับพวกเขา แล้วพวยแลนก็สนับสนุนพวกเขาโดยการอบครัวซองต์แสนอร่อยให้พวกเขาจริง ๆ

แต่ครัวซองต์เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ โรซ่าและเพื่อน ๆ ยังตระเตรียมโปสต์การ์ดที่ด้านหน้ามีรูปวาดครัวซองต์พร้อมข้อความ

“Ceci n’est pas qu’un croissant” (นี่ไม่ใช่แค่ครัวซองต์)

ด้านหลังของโปสต์การ์ดเป็นข้อความที่โรซ่าและเพื่อน ๆ ระดมจากเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่ต้องการให้ชาวสหราชอาณาจักรอยู่ต่อกับพวกเขาในสหภาพยุโรป ข้อความดังกล่าวส่วนใหญ่จะแสดงถึงความผูกพัน ความรักที่ชาวฝรั่งเศสมีให้แก่ชาวสหราชอาณาจักร เช่น

“แฟนผมเป็นคนอังกฤษ ผมเป็นคนฝรั่งเศส และมันจะดีกว่าถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน ก็เหมือนกับนมที่ต้องคู่กับชา และก็เหมือนกับ UK (สหราชอาณาจักร) ที่ต้องคู่กับ EU (สหภาพยุโรป) ไงล่ะ”

“สวัสดี…ผมแค่อยากจะบอกว่า ผมคงจะคิดถึงคุณมากถ้าคุณออกจาก EU ไป แล้วพวกผมจะทำยังไงกันเล่าถ้าขาดคุณ? ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และไหนจะเรื่องอื่น ๆ อีก พวกเราต้องการคุณนะครับ ทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ จากคุณ เรื่องดนตรี เรื่องเสื้อผ้า เรื่องอาหาร ไหนจะสำเนียงและอารมณ์ขันของคุณอีก…อังกฤษอยู่ในใจผมเสมอนะ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนฝรั่งเศส และเป็นปารีเซียงตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เถอะ ผมรักคุณนะ อยู่ต่อกับพวกเราเถอะ”

(อันที่จริง ภายหลังเมื่อข้อความเหล่านี้ถูกแจกจ่ายออกไป ชาวสหราชอาณาจักรหลายคนยอมรับว่าพวกเขาเซอร์ไพรส์มากที่ชาวฝรั่งเศสยังมีความรู้สึกที่เป็นมิตรไมตรีต่อพวกเขาขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ชาวอังกฤษและชาวฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์ที่แสนจะเข็ดฟันต่อกันและกันมาเป็นเวลานาน) 

กลับมาที่โรซ่าและเพื่อน ๆ หลังรวบรวมไอเดียและระดมให้คนมาเขียนโปสต์การ์ดถึงชาวสหราชอาณาจักรได้แล้ว โรซ่าก็เผยแพร่ข่าวนี้ออกไป เธอและเพื่อน ๆ จะไปแจกครัวซองต์ 600 ชิ้นที่สถานี King’s Cross ที่กรุงลอนดอน ในเช้าตรู่ก่อนวันลงประชามติ

และในคืนวันก่อนที่เธอจะเริ่มปฏิบัติการครัวซองต์ เธอก็ได้รับข้อความจากตำรวจนครบาลแห่งกรุงลอนดอน

ข้อความนั้นระบุว่า เธอไม่สามารถก่อปฏิบัติการครัวซองต์ได้ เพราะการแจกจ่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อจุดประสงค์ที่จะชักจูงให้คนโน้มเอียงในการออกเสียงประชามติ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

แต่โรซ่าก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอปรึกษากับทนายความและตัดสินใจว่าเธอจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการครัวซองต์ต่อไป

วันที่ 22 มิถุนายน 2016 (วันก่อนลงประชามติ Brexit 1 วัน) ปฏิบัติการครัวซองต์ก็ได้เริ่มขึ้น

โรซ่าและเพื่อนร่วมปฏิบัติการ 15 คนนั่งรถไฟยูโรสตาร์เที่ยวแรกที่ออกจากปารีสเพื่อเดินทางมาที่ลอนดอน พวกเธอไม่ได้แจกครัวซองต์พร้อมโปสต์การ์ดแบบที่ตั้งใจไว้ เพราะนั่นจะขัดกับกฎหมาย แต่สิ่งที่พวกเธอทำคือแจกโปสต์การ์ดให้กับผู้คนบริเวณสถานี King’s Cross (ซึ่งตำรวจก็ไม่อนุญาตให้เธอและเพื่อน ๆ แจกโปสต์การ์ดและเชิญเธอและเพื่อน ๆ ให้ออกไปจากสถานีอยู่ดี) 

โรซ่าและทีมจึงออกมายืนแจกโปสต์การ์ดพร้อมตะโกนว่า “โปสต์การ์ดจากปารีสค่ะ” และนำครัวซองต์ทั้ง 600 ชิ้นไปมอบให้แก่สถานพักพิงของคนไร้บ้านในลอนดอน

เรื่องจึงกลายเป็นว่า ทั้งผู้คนที่สถานี King’s Cross ที่ได้อ่านข้อความในโปสต์การ์ดจากมิตรสหายฝรั่งเศสที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก ทั้งเหล่าคนไร้บ้านที่ได้ลิ้มรสครัวซองต์จากร้านดังของปารีสต่างก็มีรอยยิ้มในเช้าวันนั้น

ถึงแม้ชาวสหราชอาณาจักร 51.9% โหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป แต่ปฏิบัติการของโรซ่าและเพื่อนในวันนั้นสร้างเรื่องเล่าใหม่ของครัวซองต์ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองให้ครัวซองต์ไม่เป็นเพียงแต่สัญลักษณ์ของชัยชนะสงคราม แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความรัก

 

ที่มา:

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2016/feb/23/a-short-history-of-the-croissant-shows-its-viennese-not-french#:~:text=%2C%2020%20February).-,Croissants%20are%20Viennese%20and%20were%20created%20in%20celebration%20of%20the,part%20of%20the%20Ottoman%20flag.

https://www.biography.com/news/king-louis-xvi-and-marie-antoinette-execution-anniversary

https://www.smithsonianmag.com/arts-culture/croissant-really-french-180955130/

https://independent.academia.edu/JimChevallier#:~:text=I%20am%20an%20independent%20food,Outstanding%20Academic%20Title%20for%202019.

https://www.vogue.com/article/apollonia-poilane-spills-the-secret-to-a-perfect-loaf-cookbook

https://www.poilane.com/en/

https://www.newyorker.com/culture/culture-desk/fighting-brexit-with-six-hundred-croissants

https://www.theguardian.com/politics/2016/jun/22/operation-croissant-uk-law-foils-plan-to-hand-out-pastry-with-pro-eu-cards

https://www.bbc.co.uk/news/politics/eu_referendum/results

 

ภาพ: จากเพจ Operation Croissant


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง เลยอยากเขียนที่มาเบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ pop culture ในมุมอื่น ๆ

Related

คาร์ล มาร์กซ ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่หลอกหลอนยุโรป จากกระฎุมพีสู่กรรมาชีพ

อนาคาริกธรรมปาละ ผู้ริเริ่มชิงอำนาจดูแล “พุทธคยา” จากชาวฮินดู

แอนดรูว์ คาร์เนกี ไลฟ์โค้ชเศรษฐี ชี้ทางรวยอย่างไรไม่ให้คนเกลียด

ความตายของ ‘จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd)’ ปลุกกระแสต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติทั่วโลก

ผู้มีสถานะได้เปรียบทางสังคมในสหรัฐฯ (เคย) ใช้แบบทดสอบความรู้ กีดกันประชาชนจากการเลือกตั้ง

วินเชนโซ เปรูจา นักชาตินิยม ผู้ลักพาตัว โมนา ลิซา 

อี. จี. ซี. แบรนต์ ต่อต้านฟาสซิสต์ แต่เสนอชื่อฮิตเลอร์รับรางวัลโนเบลสันติภาพ

มามี ทิล ม็อบลีย์ แม่ที่สู้เพื่อลูกผู้ถูกฆ่าอย่างทารุณเพียงเพราะ “ผิวปาก”