Post on 11/08/2020

เอ็ด ชีแรน ถูกเพื่อนแกล้ง + นักดนตรีเปิดหมวกข้างถนน = คนที่สังคมยอมรับ

       บ่อยครั้งที่วัฒนธรรมของคนชาติตะวันตกสะท้อนให้เราเห็นถึงการให้ความสำคัญกับคุณค่าของ “ผลงาน” มากกว่าจะไปมองเรื่องอายุ ชนชั้น หรือการศึกษา แม้คุณจะเป็นคนที่เรียนไม่จบ หรือแก่เกินไปแล้วในสายตาคนอื่น แต่หากคุณมีผลงานที่ดี มีคุณภาพ ทุกความสำเร็จก็อาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เรื่องราวเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นกับ เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) นักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ สมัยที่เขาก้าวเท้าออกจากบ้านที่ซัฟโฟล์ก สู่การล่าหาฝันในมหานครลอนดอน

ชีแรนโด่งดังอย่างมากในช่วงทศวรรษหลังสุด จากผลงานเพลงสุดฮิตอย่าง ‘Thinking Out Loud’ ‘Shape of You’ และ ‘Perfect’ ย้อนกลับไปในวัยเด็กนักร้องหนุ่มโตมาในครอบครัวที่ชื่นชอบและให้การสนับสนุนในเรื่องที่เกี่ยวกับดนตรี ชีแรนเริ่มต้นเส้นทางนักร้องของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวจากการไปร้องเพลงในโบสถ์ด้วยวัยเพียงสี่ขวบ แม้ภายนอกจะดูเป็นเด็กร่าเริง  แต่…ในขณะเดียวกันนั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ชีแรนมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน การเป็นหนุ่มหัวแดงแถมมีอาการพูดติดอ่างทำให้เขาถูกล้อเลียนอย่างหนัก จนสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง

ชีวิตในวัยเด็ก

“ดนตรีคือการบำบัดชั้นดี” แต่แล้ววันหนึ่ง…พ่อของชีแรนก็เดินมาหาเขาพร้อมกับของขวัญชิ้นหนึ่งที่เปรียบเสมือนยารักษาความมั่นใจให้กับเขา ซึ่งของขวัญชิ้นนั้นคืออัลบั้ม Marshall Mathers LP ของเอ็มมิเน็ม ชีแรนชื่นชอบผลงานชุดนี้มากถึงขนาดร้องตามได้ทุกเพลง อัลบั้มชุดนี้นอกจากจะช่วยให้อาการติดอ่างของเขาหายไปแล้ว มันยังไปจุดประกายความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีของเด็กอายุ 10 ขวบคนหนึ่งอีกด้วย

ความหลงใหลทางด้านดนตรีของชีแรนมีมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เขาฝึกเล่นกีตาร์และเริ่มแต่งเพลงของตัวเองครั้งแรกในวัย 11 ปี ชีแรนเคยเผยว่า เอ็มมิเน็มและเดเมียน ไรซ์ สองศิลปินดังคือชายที่มีอิทธิพลกับเขามาก ๆ ในช่วงแรกของความฝัน

ผมอยู่ในจุดที่ยกมือขึ้นแต่ไม่สามารถพูดได้ (เพราะติดอ่าง) และเด็ก เหล่านั้นก็โหดร้ายมาก เพราะหลังจากนั้นก็มีคนคอยเลียนแบบ จนผมรู้สึกว่าคราวหน้าผมจะไม่ยกมือขึ้นอีกแล้ว’” ชีแรนเล่าย้อนประสบการณ์การโดนบูลลี่

ลุงของผมบอกกับพ่อว่า เอ็มมิเน็มนี่แหละคือบ๊อบ ดีแลน คนต่อไป พวกเขามีความคล้ายกันในฐานะนักเล่าเรื่องคนหนึ่ง ดังนั้นพ่อผมจึงไปหาซื้ออัลบั้ม The Marshall Mathers LP มาให้ผม ตอนนั้นผมยังเด็กมากแล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แต่ต่อมาผมก็เรียนรู้ทุกคำในอัลบั้มนั้นตั้งแต่ต้นยันจบ เขา (เอ็มมิเน็ม) แร็ปเร็วมาก และทุกเพลงมันแฝงไปด้วยเมโลดิกไลน์ และเรื่องของจังหวะ ซึ่งทั้งหมดมันช่วยให้ผมเลิกพูดติดอ่างไปเลย

ตอนผมอายุแค่ 11-12 ผมเคยไปดูเดเมียนเล่นที่ Whelan’s ในดับลิน และแน่นอนคืนนั้นมันเปลี่ยนชีวิตผมไปเลย ช่วงเวลาที่เขาลงมาจากเวทีเพื่อพูดคุยกับผม มันกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากทำแบบนี้เพื่อคนอื่นบ้าง

       หลังจากนั้นปีสองปี ชีแรนในวัยเพียง 13 ปี เริ่มนำเพลงแต่งมาบันทึกเสียงและตั้งชื่ออัลบั้มชุดนั้นว่า Spinning Man ก่อนที่ในปีต่อมาเขาจะปล่อยผลงานอีพีอีกชุดในชื่อ The Orange Room หลังจบช่วงไฮสคูล ชีแรนในวัย 16 ปี ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต โดยการเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าสู่ลอนดอน เพื่อความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรี

ชีวิตในเมืองหลวงช่วงแรกของชีแรนนั้นยากลำบากทีเดียว ถึงขนาดเป็นคนไร้บ้านอยู่ช่วงหนึ่ง แม้แต่ละก้าวจะเต็มไปด้วยความลำบาก แต่ชีแรนก็ไม่เคยท้อในสิ่งที่เขารัก เขาพยายามคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา และดูเหมือนการเป็นนักดนตรีเปิดหมวกตามสถานที่ต่าง ๆ ในลอนดอน (โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟใต้ดิน) จะเป็นงานที่เขารักไม่น้อย

ผมมักจะนอนอยู่ตามสถานีรถไฟสาย Circle Line เป็นอาทิตย์ ผมมักจะออกไปเล่นแล้วก็กลับมานอน รอสถานีเปิดตอนตี 5 แล้วก็ออกไปเล่นอีก ชีวิตผมก็วน อยู่แบบนี้ แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ

ตรงซุ้มประตูด้านนอกพระราชวังบัคกิงแฮมจะมีท่อระบายความร้อน และผมเคยใช้เวลาสองสามคืนตรงนั้น ผมไม่ได้อยู่ที่ไหนเลยในปี 2008 และทั้งปี 2009 หรือ 2010 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามวิถีชีวิตแบบนั้นมันก็เวิร์กสำหรับผมนะ ตอนนั้นผมรู้ว่าจะหาที่นอนได้ที่ไหนในช่วงเวลาหนึ่งของคืน และผมก็รู้ว่าสามารถโทรหาใครเพื่อขอไปนอนด้วยได้บ้าง การทำตัวเข้าสังคมมักจะได้รับความช่วยเหลือนะ เช่นเดียวกับการชอบดื่มด้วย

ชีแรน สมัยเล่นเปิดหมวกในลอนดอน

       แม้ชีวิตจะดูเร่ร่อนไร้หนทาง แต่ด้วยเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงฝีมือการแต่งที่ไม่ต่างจาก “หมัดฮุก” ที่พุ่งตรงเข้าหาผู้คน ทำให้ชื่อเสียงของชีแรนค่อย ๆ โด่งดังขึ้นมา ในวัย 20 ปี ชีแรนเริ่มได้รับโอกาสไปเล่นเปิดให้ศิลปินหลาย ๆ คน จนมาถึงวันที่เขาได้มีโอกาสเซ็นสัญญาอาชีพกับค่ายยักษ์ใหญ่อย่างวอร์เนอร์ มิวสิก พร้อมกับออกอัลบั้มชุดแรกภายใต้ชื่อที่มาจากสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์อย่าง “+” (Plus)

ผมบอกคุณไม่ได้หรอกว่ากุญแจสู่ความสำเร็จคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้คือ กุญแจสู่ความล้มเหลวคือการที่คุณพยายามทำให้ทุกคนพอใจ

ปัจจุบัน ชีแรนมีผลงานสตูดิโออัลบั้มทั้งสิ้น 3 ชุด และกำลังหยุดพักงานเพลงชั่วคราว หลังใช้พลังงานมหาศาลจากการทัวร์กว่าสี่ปีเพื่อโปรโมทอัลบั้ม ÷ (Divide) จากคนที่เคยถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง รวมถึงการเป็นนักดนตรีข้างถนนไร้อนาคต วันนี้เขากลายเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ และประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลง การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 150 ล้านก๊อปปี้

ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถทำอะไรสำเร็จได้จริง ถ้าหากยังมีแผน B ทำไมอะเหรอ ก็เพราะคุณจำเป็นต้องทำแผน A ให้มันได้ผลซะก่อนสิเอ็ด ชีแรน

 

ที่มา:

https://planetradio.co.uk/kiss/entertainment/music/ed-sheeran-street-busker-superstar/

https://www.rollingstone.com/music/music-features/ed-sheeran-up-all-night-with-pops-hardcore-troubadour-125705/

https://www.capitalxtra.com/artists/eminem/news/ed-sheeran-eminem-childhood-stammer/

https://www.nme.com/news/music/ed-sheeran-42-1207521


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

World War Z: เมื่อโลกหายนะ เชื้อโรค “ซอมบี้” เริ่มที่ประเทศจีน?

ฮิเดโอะ โคจิมะ เนิร์ดหนังนักสร้างเกม ชายที่ใครต่อใครเรียกว่า “เทพ”

วิลเลียม เจมิสัน ดื่มชาหลอนจนได้เป็นราชานักสะสมกะโหลกมนุษย์

โชนัมจู: นักเขียนผู้สะท้อนชีวิตกดขี่ของผู้หญิงเกาหลีใต้ ผ่าน “คิมจียอง เกิดปี 82”

น้าค่อม ชวนชื่น : “ไอ้สั้ส!” ตลกจริงใจ ขวัญใจมหาชนที่ใคร ๆ ก็อยากให้เขาด่าทอ

นิโคไล คอสเตอร์-วัลดาอู ในนามอัศวินผู้หยิ่งยโส จนถึงเรียนรู้ที่จะมอบความรักอย่างถูกต้อง

ลี ชาตะเมธีกุล มือตัดต่อในตำนาน ผู้กลายเป็นกรรมการออสการ์คนใหม่

จรัณภัตษญ์ แก้วอ่ำ ใส่ สิตางศุ์ ส้มหยุด สะท้อนภาพร่วมสมัยบนผนังวัด