Post on 09/09/2020

‘Reflection’ เพลงสะท้อนชีวิต คริสติน่า อากีเลร่า และ มู่หลาน

       คริสติน่า อากีเลร่า (Christina Aguilera) นักร้องดังเจ้าของรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส ได้กลับมาทำหน้าที่ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Mulan (เวอร์ชันคนแสดง) อีกครั้ง หลังเวลาผ่านมานานถึง 22 ปี ย้อนกลับไปในปี 1998 อากีเลร่าในวัย 16 ย่าง 17 ปี ได้รับโอกาสจากดิสนีย์ให้เข้ามาเป็นผู้ถ่ายทอดเพลงที่มีชื่อว่า ‘Reflection’ บทเพลงที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของ “มู่หลาน” นางเอกของเรื่อง แม้ระยะห่างจากเวอร์ชันแรกและเวอร์ชันล่าสุดจะทิ้งช่วงนานกว่าสองทศวรรษ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ช่วยแจ้งเกิดให้อากีเลร่า รวมไปถึงเสียงร้องของเธอที่ฝากไว้ใน ‘Reflection’ เวอร์ชันปี 2020 นี้ ยังสะท้อนให้เราเห็นถึงประสบการณ์ชีวิตของอากีเลร่าที่เติบโตขึ้นตามเสียงร้อง

สิงหาคมปี 2019 อากีเลร่าบอกกับ ET ว่าเพลง ‘Reflection’ ถือเป็นเพลงที่ทำให้อาชีพนักร้องของเธอโตอย่างก้าวกระโดด

“ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ฉันออดิชันด้วยเพลง ‘Reflection’ ประจวบเหมาะกับได้อัดเพลงแรกไปพร้อม ๆ กัน มันเป็นความจริงที่ว่าการร้องเพลงนี้ทำให้ทุกอย่างในชีวิตของฉันมันก้าวกระโดดไปหมด มันคือการก้าวข้ามประตูไป สิ่งที่เกิดขึ้นมันน่ารักและอัศจรรย์มากเวลามองกลับไป การได้เห็นการเติบโตของชีวิตเราในสายงาน หรือแม้แต่ตัวตนเราเอง ทั้งหมดเป็นวันที่ดีจริง ๆ

 “ตอนที่กำลังบันทึกเสียง ‘Reflection’ เวอร์ชันใหม่นี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ ฉันน้ำตาไหลหลายครั้ง ฉันจมดิ่งอยู่กับอารมณ์เหล่านั้น แต่ก็พยายามจะหยุดร้องไห้ เพราะฉันไม่ใช่นักร้องที่จะร้องไห้ไปด้วยขณะอัดเสียง ตอนนั้นฉันตระหนักและรู้ซึ้งว่าสถานที่และช่วงเวลาเดิม ๆ ที่ฉันเคยบันทึกเสียงเพลงนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด”

       ภาคดนตรีและเสียงร้องของเพลง ‘Reflection’ ในเวอร์ชันล่าสุดแตกต่างจากเวอร์ชันเก่าอย่างมาก โดยมีการปรับดนตรีจากป๊อป อาร์แอนด์บี ให้กลายมาเป็นแบบออร์เคสตรา ป๊อป ที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการมากกว่าเดิม อีกทั้งการร้องของอากีเลร่าในเวอร์ชันนี้ก็เปี่ยมไปด้วยพลังและความสุขุม

“มันน่าทึ่งมากที่ 20 ปีผ่านไป ฉันก็ยังได้กลับมาอยู่ในวัฏจักรของเรื่องนี้ เพลงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับฉันมาก หนัง Mulan และเพลง ’Reflection’ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมวันนี้ฉันจึงได้มาอยู่ในจุดนี้ เวอร์ชันใหม่ของเพลงนี้มีการใช้น้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น ดังนั้นฉันจึงต้องการนำวงเครื่องสายขนาดใหญ่เข้ามาใช้ รวมไปถึงวิธีการร้องที่เน้นให้ออกมายิ่งใหญ่มากขึ้นด้วย”

เมื่อถูกถามว่าเธอชอบเพลงเวอร์ชันไหนมากกว่ากัน อากีเลร่าก็ตอบว่า “แน่นอนว่าตอนนี้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของเพลง ‘Reflection’ เวอร์ชันใหม่ ทุกครั้งที่ฉันมองย้อนกลับไปที่เวอร์ชันเก่าที่ทำสมัยตอนยังเป็นวัยรุ่น ฉันมักจะยิ้มให้มันเสมอ แม้ทุกครั้งที่กลับไปฟัง ฉันมักจะได้ยินเสียงร้องของเด็กสาวที่ยังไม่รู้จักตัวเอง และยังไม่รู้ว่าเสียงของตัวเองมีพลังมากแค่ไหน ฉันได้รู้จักตัวเองดีขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และฉันก็ตระหนักมากขึ้นว่าฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง ฉันพยายามพัฒนาน้ำเสียงให้ลุ่มลึกและดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แน่นอนว่าตอนนี้มันทำให้เสียงของฉันเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์”

อากีเลร่าเคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 1998 ว่า นอกจากเพลงนี้จะเปลี่ยนชีวิตเธอแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเบื้องหลังของเสียงอันทรงพลังของเธอ มาจากการโดนไล่ให้ไปเรียนร้องเพลงเพิ่มอย่างจริงจัง

“อันที่จริงตอนเตรียมตัวและระหว่างการบันทึกเสียง ฉันได้ไปเรียนร้องเพลงอย่างจริงจังครั้งแรกเพื่อช่วยเรื่องเทคนิคต่าง ๆ เวลาร้องโน้ตเสียงสูง ๆ รวมไปถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเสียงด้วย ที่จริงฉันชอบมันมากจนเรียนต่อมาเรื่อย ๆ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเราสามารถเข้าถึงโน้ตได้กี่วิธี และเคล็ดลับระหว่างการบันทึกเสียงของฉันก็คือ ฉันชอบดื่มน้ำร้อนและน้ำผึ้งจำนวนมากเลยแหละ”

       ชีวิตส่วนตัวของอากีเลร่ามีความเชื่อมโยงกับตัวละครมู่หลาน ในแง่ที่ว่าการทำงานในวงการดนตรีของเธอนั้นไม่ต่างกับการเป็นนักรบคนหนึ่งที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามา

“การเป็นนักรบและนักสู้คือสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญตลอดการทำเพลงในอาชีพของฉัน ดังนั้นการนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาฉายอีกครั้งในภาพยนตร์ที่สวยงามเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ชวนให้นึกถึงและมีความหมายมาก ๆ”

เมื่อตอนอายุ 4 ขวบ อากีเลร่าต้องพบประสบการณ์อันเลวร้ายที่สร้างรอยแผลเป็นให้เธอในวัยเด็ก หลังจากถูกพ่อแท้ ๆ ทำร้ายร่างกายถึงขนาดนอนจมกองเลือดมาแล้ว ซึ่งอากีเลร่าก็เปิดเผยว่า เธอรู้สึกขอบคุณความเจ็บปวดเหล่านั้น เพราะหากไม่มีมัน เธอคงไม่ได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าดนตรี

“ฉันได้เห็นสิ่งเลวร้ายมากมาย การผลัก การทุบตี และการตะโกนด่ากันไปมาตอนเราอยู่กับพ่อ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยเลย ฉันเหมือนตัวเองไร้อำนาจต่อกรใด ๆ มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก ๆ เพราะฉะนั้นการได้ร้องเพลงเป็นเหมือนการปลดปล่อยความรู้สึกแย่ ๆ รวมถึงความเจ็บปวดเหล่านั้นออกไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ฉันมีให้กับดนตรี”

MULAN

       อากีเลร่าทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จทั้งหมดของเพลงนี้ ต้องยกความดีความชอบให้ผู้เขียนเนื้อเพลงนี้อย่างแมทธิว ไวล์เดอร์ และเดวิด ซิปเปล ที่ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้งดงามและเปี่ยมไปด้วยพลัง จนเธออินกับเพลงนี้จริง ๆ

“ฉันเข้าถึงเนื้อเพลง ‘Reflection’ ได้ทันทีเลย ซึ่งตอนร้องฉันก็พบว่ามันเป็นเนื้อเรื่องที่จริงมาก ๆ ฉันเชื่อว่าการต่อสู้มากมายในวัยเยาว์ของตัวละคร รวมถึงการพยายามค้นหาตัวเอง เป็นสิ่งที่ฉันคิดว่า  ‘Reflection’ จะเป็นสิ่งที่คนในวัยฉันสามารถเกี่ยวข้องได้ หรือแม้กระทั่งคนอื่น ๆ ก็อาจพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้นเช่นกัน ฉันยังคิดว่าเพลงนี้มันเจ๋งตรงที่ไม่เหมือนกับเพลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงทั่วไป แต่เป็นเพลงเกี่ยวกับการรักตัวเอง อารมณ์นั้นถ่ายทอดออกมาได้ง่ายเลย เพียงแค่ดูเนื้อก็จะรู้สึกและเข้าใจมันได้ง่ายแล้ว มันช่างเป็นเพลงที่เขียนได้อย่างไพเราะจริง ๆ

“ย้อนกลับไปตอนอัดเสียงเพลงนี้ครั้งแรก ฉันรู้สึกประหม่าและยังเด็กมาก ฉันต้องการความพึงพอใจและการรับฟังอย่างมาก แม้ตอนนั้นฉันจะไม่รู้เลยว่าธุรกิจนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต และตอนนี้หลังจากที่ทำงานหนักมากว่า 20 ปี ฉันรู้สึกมีความสุขและถ่อมตัวทุกครั้งเมื่อได้มองรางวัลแกรมมี่ของฉันที่ตั้งอยู่ในสตูดิโอที่บ้าน ทุกอย่างมันเป็นไปตามจังหวะของชีวิตคุณเอง และตามเงื่อนไขของตัวคุณเองเช่นกัน”

 

ที่มา: https://www.etonline.com/christina-aguilera-talks-remaking-reflection-for-new-mulan-exclusive-152187

http://www.bignoisenow.com/christina/mulaninterview.html


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

แซม สมิธ นักร้องดังผู้เคยถูกบูลลี่ข้างถนนว่า “อีตุ๊ด” กับดนตรี และชีวิตที่เคยโดนเกย์ด้วยกันเหยียด

แบ ดูนา “ซอบี” หมอหญิงสุดแกร่งแห่ง Kingdom กับความพยายามสุดหินที่พาเธอไปไกลถึงฮอลลีวูด

วิลล์ สมิธ จากเจ้าชายสายแรปสู่ซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้า

จาก ‘โอ๊ย’ สู่ ‘ใจสลาย’ เส้นทางการว่ายของวาฬแอนด์ดอล์ฟ สองเพื่อนใจดีแห่งท้องทะเลที่ทำเพลงรักได้ปนเศร้าจนคนอกหักต้อง ‘ยิ้ม’ ทั้งน้ำตา

วง “เดอะ บีเทิลส์” ก่อนที่จะเป็นวงดังระดับโลก กับการฝึกฝนตัวเอง 10,000 ชั่วโมง

Chungking Express: และแล้วความเหงาก็ปรากฏ กับ ‘ความหว่อง’ ที่เปลี่ยนไป

ออร์แลนโด้ บลูม: เจ้าชายนักธนู สู้ภาวะ Dyslexia

Deep Purple – Smoke on the Water: เพลงจากเหตุการณ์ไฟไหม้และการพังทลายของอาคารมูลค่า 13 ล้านดอลลาร์