Post on 18/08/2020

ริก อัลเลน มือกลองแขนเดียวแห่งวง Def Leppard ชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

       หนึ่งในเรื่องราวที่น่ากลัวและสร้างแรงบันดาลใจที่สุดในประวัติศาสตร์วงการดนตรีร็อก เกิดขึ้นเมื่อปี 1984 หลัง ริก อัลเลน (Rick Allen) มือกลองของวงฮาร์ดร็อกชื่อก้อง Def Leppard ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และสูญเสียแขนซ้ายของเขาไปตลอดกาล หลังเกิดเหตุทุกคนต่างพูดถึงเขาเป็นเสียงเดียวกันว่า “ริก อัลเลน ไม่มีวันกลับมาตีกลองได้แล้ว อนาคตของเขากับ Def Leppard คงจบแล้ว!” แม้การสูญเสียอวัยวะที่สำคัญที่สุดของมือกลองจะเหมือนเป็นการตอกฝาโลงอนาคตของอัลเลน แต่ด้วยมิตรภาพของเพื่อนร่วมวง รวมถึงการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของอัลเลน สุดท้ายเขาได้ค้นพบหนทางแห่งความหวังอีกครั้ง

ย้อนกลับไปในวันที่ 31 ธันวาคม ปี 1984 Def Leppard ที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างมากกับอัลบั้มสาม Pyromania ต้องพบกับเรื่องช็อกและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อ ริก อัลเลน มือกลองของพวกเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงดึกของคืนวันขึ้นปีใหม่ คืนนั้นอัลเลนและแฟนสาว มาเรียม บาเรนด์เซน กำลังกลับจากงานฉลองวันปีใหม่ที่บ้านของอัลเลนใกล้ ๆ กับเมืองเชฟฟิลด์ เพื่อเตรียมเดินทางไปอัดอัลบั้มใหม่ที่เนเธอร์แลนด์ ระหว่างที่อัลเลนกำลังซิ่งเชฟโรเลต คอนเว็ท ตัวใหม่บนถนนสาย A57 อยู่ดี ๆ เขาก็ขับมาเจอกับโค้งหักศอก ความตกใจทำให้เขาตัดสินใจหักหลบโค้งนั้นทันทีจนรถคว่ำหลายตลบ ก่อนที่จะชนเข้ากับกำแพงอีกที

ความแรงของการชนทำให้แขนซ้ายของอัลเลนขาดทันที อีกทั้งตัวยังกระเด็นหลุดออกมาจากรถอีกด้วย ส่วนบาเรนด์เซน โชคดีที่เข็มขัดนิรภัยของเธอยังทำงานได้ดี จึงบาดเจ็บไม่มากเท่าอัลเลน บวกกับหลังเกิดเหตุไม่กี่นาที ก็มีพยาบาลที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลทั้งคู่ อัลเลนกับแฟนสาวถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลในเชฟฟิลด์ทันที พร้อมกับแขนของอัลเลนที่พยาบาลคนดังกล่าวรีบแช่น้ำแข็งไว้ให้

“ผมรู้สึกได้ว่า…แขนผมติดอยู่ที่รถนะ ผมได้ยินคำแรกจากคนที่มาช่วย เขาถามผมว่า ‘คุณยังอยู่ไหม’” อัลเลนเล่า

สภาพรถของอัลเลนในที่เกิดเหตุ

       เมื่อครอบครัวของอัลเลนมาถึงโรงพยาบาล พวกเขาได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ ปีเตอร์ เมนสช์ (Peter Mensch) ผู้จัดการของวงทราบ เพื่อให้กระจายข่าวไปสู่เพื่อนร่วมวงของอัลเลน โจ เอลเลียต (Joe Elliott) นักร้องนำ ที่กำลังฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวที่เซอเรย์ เมื่อรู้ข่าวก็ถึงกับช็อกอย่างหนัก “หลังจากที่เมนสช์โทรหาผม ผมตาเหลือกทันที ย่าของผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อของผมเดินมาพร้อมกับเหล้าแก้วหนึ่ง เขาตบไหล่ผมและบอกให้ผมดื่มซะ เขาเหมือนรู้ว่าเรื่องหนัก ๆ กำลังรอเราอยู่” เอลเลียตเล่า

มือเบส ริก ซาเวจ (Rick Savage) คือสมาชิกในวงคนแรกที่เดินทางถึงโรงพยาบาล เขาจำคำพูดห้วน ๆ ที่เมนสช์พูดกับเขาได้ “เมนสช์พูดว่า มือกลองของคุณเพิ่งแขนขาดจากอุบัติเหตุรถชน ซึ่งปฏิกิริยาแรกของผมคือ ‘เขาจบแล้ว’”

ทีมแพทย์พยายามต่อแขนให้อัลเลนอยู่หลายชั่วโมง แต่โชคร้ายที่แขนส่วนที่ขาดมีการติดเชื้อ บวกกับไหล่ขวาของอัลเลนก็หักและมีอาการอักเสบอย่างหนัก นั่นจึงทำให้แพทย์ไม่สามารถประสานแขนของเขาให้กลับมาเหมือนเดิมได้ อาการของอัลเลนดูร่อแร่หนัก จนเอลเลียตเริ่มรู้สึกกลัวว่าเพื่อนจะเสียแขนไปอีกข้าง หรือหนักถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้ “ช่วงเวลานั้นคือจุดต่ำสุดของชีวิตผมเลย” เอลเลียต เล่า

หลัง Mercury Records ค่ายของวงรู้ข่าวว่าอัลเลนแขนขาด ค่ายพยายามโน้มน้าวสมาชิกอีกสี่คนให้หามือกลองมาแทนที่อัลเลน เพราะค่ายคิดว่าอัลเลนคงไม่สามารถกลับมาตีกลองได้เร็วและดีเหมือนเดิมอีกแล้ว บวกกับมองว่านี่คือช่วงเวลาทองของวงในการหารายได้ แต่เงินสำหรับสมาชิกที่เหลือ เมื่อเทียบกับมิตรภาพของเพื่อน มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจนำมาเทียบกันได้ สุดท้ายพวกเขายืนกรานว่า Def Leppard จะไม่มีมือกลองคนอื่นนอกจาก ริก อัลเลน

“ตอนนั้นพวกเรานึกภาพการประชุมออกเลยว่ามันจะเป็นอย่างไร เราคิดว่านี่คงเป็นจุดจบของความสำเร็จแบบระยะสั้น ๆ หลายคนถามว่าเราจะมีมือกลองอีกคนหรือเปล่า ซึ่งพวกเราไม่มีใครต้องการแบบนั้นเลย” ซาเวจเล่า

Def Leppard

       วันที่ 4 มกราคม ปี 1985 อัลเลนฟื้นคืนสติ ก่อนจะพูดประโยคแรกกับเอลเลียตว่า “ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร” ซึ่งนักร้องคนดังก็ย้อนความหลังว่า เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูด และไม่เห็นทางเลยว่าอัลเลนจะกลับมาตีกลองได้อย่างไร “ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ผมไม่คิดว่าเขาจะสามารถทำมัน (ตีกลอง) ได้อีกแล้ว” อัลเลนพยายามบอกให้เพื่อนทั้งสี่เดินหน้าทำตามแผนเดิมที่วางไว้ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีเขาอยู่ด้วยก็ตาม สี่วันให้หลัง สมาชิกที่เหลือเดินทางไปสตูดิโอในฮิลเวอร์ซัมเพื่อลุยงานต่อ เวลานั้นพวกเขาได้รับโทรศัพท์หลายสายจากมือกลองทั่วโลกที่หวังจะเข้ามาออดิชั่นแทนที่อัลเลน

“หลายคนโทรมาหาเราแล้วพูดว่า ‘นี่พวก ผมได้ยินว่าพวกคุณต้องการมือกลองคนใหม่’ ผมเลยพูดกลับไปสามคำว่า ‘ไปตายซะ’” นี่คือประโยคที่เอลเลียตตอบกลับทุกสายที่โทรเข้ามา แม้อนาคตของอัลเลนจะเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะทิ้งเพื่อนไว้กลางทาง

หลายสัปดาห์ต่อมา โรเบิร์ต จอห์น “มัทท์” แลงก์ (Robert John “Mutt” Lange) โปรดิวเซอร์มือทอง ที่เพิ่งจะร่วมงานกับวงในอัลบั้มสาม เดินทางไปเยี่ยมอัลเลนที่โรงพยาบาล อัลเลนเล่าให้มัทท์ฟังถึงเรื่องอุบัติเหตุ และแนวทางการบำบัดเพื่อหวังจะกลับไปตีกลองได้อีกครั้ง วันนั้นมัทท์แสดงให้อัลเลนเห็นว่า คนเราสามารถตีกลองในจังหวะที่ซับซ้อนด้วยขาได้ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาจเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้

“ผมพูดกับเขาว่า ‘มัทท์’ พวกเราต้องการให้คุณช่วยทำอัลบั้มใหม่จริง ๆ เราอยู่ในจุดที่ไม่ดีเท่าไหร่ตอนนี้ คุณช่วยหาเวลามาอยู่กับเรา และบอกเราทีว่าอัลบั้มชุดนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” อัลเลนพูดกับมัทท์

ขณะเดียวกัน นักออกแบบของบริษัทกลองซิมมอนส์ ก็ได้คิดค้นกลองสำหรับอัลเลนเอาไว้ อัลเลนมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูร่างกายของตัวเองอย่างมาก เพียงสองสัปดาห์หลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขาพยายามลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรก แต่ทุกครั้งเขาก็จะล้มลงตลอด หนึ่งสัปดาห์ต่อมาเขาเรียนรู้การเดินอีกครั้งด้วยวิธีการเปลี่ยนการลงน้ำหนัก เขาพยายามพัฒนาทักษะชีวิตใหม่ ทั้งการกินหรือแม้กระทั่งการผูกเชือกรองเท้าด้วยมือเดียว ซาเวจสะท้อนเรื่องนี้ว่า “เขาต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่หมด มันต้องใช้ความกล้าอย่างมาก และเมื่อเขาบอกเราว่าเขาจะกลับมาตีกลองให้ได้อีกครั้ง เราก็คิดว่าแม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำมันได้อย่างสมบูรณ์ เราก็จะยอมมีมือกลองอีกคน ซึ่งนั่นคือริก เราคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ยังอยู่ในวง ยังอยู่กับเรา

อัลเลนใช้เวลารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 6 สัปดาห์ แทนที่จะเป็น 6 เดือนตามที่แพทย์คาดการณ์ เขากลับบ้านในดรอนฟิลด์ และเริ่มเรียนรู้วิธีการตีกลองแบบใหม่ สองสัปดาห์ต่อจากนั้นเขาตามไปสมทบกับเพื่อน ๆ ที่ฮิลเวอร์ซัม พร้อมกับแยกซ้อมเดี่ยว ซึ่งเขาจะมาเจอเพื่อน ๆ เฉพาะตอนพักกินกาแฟเท่านั้น

“การจะกลับไปยังจุดที่ผมสามารถกลับมาร่วมวงได้อีกครั้งมันเป็นกระบวนการที่ยากมาก ตอนแรกแม้แต่การเดินก็ยังต้องฝึก แต่ผมขังตัวเองอยู่ในห้องกับพ่อและแม่ มีหลายครั้งที่ผมคิดว่าทำไม่ได้หรอกและอยากจะยอมแพ้ แต่ผมก็อดทนและมุมานะ” อัลเลนเล่า

“เขาอยู่ที่นั่นตลอดเวลา เขาพยายามเล่น เล่น แล้วก็เล่นอยู่อย่างนั้น เขาต้องการจะแก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้นด้วยตัวเอง และวันหนึ่งเขาก็เรียกพวกเราเข้ามา เขาพูดว่าฟังนี่นะ ก่อนที่เขาจะเล่นเพลง ‘When The Levee Breaks’ หลังจบเพลงเราทุกคนร้องไห้ ช่วงเวลานั้นมันทำให้พวกเราเริ่มมีความเชื่อแล้ว” เอลเลียตเล่า

       จากคำแนะนำของมัทท์ ทางวงได้ปรับแนวทางของตัวเองเพื่อเอื้อต่อการเล่นของอัลเลน พวกเขาเปลี่ยนดนตรีฮาร์ดร็อกแบบเดิมให้กลายเป็นดนตรีร็อกรูปแบบใหม่ โดยการเพิ่มสีสันที่แฝงไปด้วยดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เมโลดี้หวาน ๆ จนออกมาเป็นอัลบั้มชุดที่สี่ Hysteria หนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของวง อัลเลนกลับคืนสู่เวทีอย่างเป็นทางการในคอนเสิร์ต Monsters of Rock ที่คาสเซิลโดนิงตัน เดือนสิงหาคมปี 1986 และ Def Leppard ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือกลองอีกเลย

หลายปีต่อมา อัลเลนอุทิศตนช่วยเหลือเหล่าทหารผ่านศึกที่มีอาการ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) หรือสภาวะป่วยที่เกิดจากเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง

“ผมไม่รู้ว่าชีวิตของผมจะเป็นอย่างไรหลังจากวันที่เลวร้ายนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตของผม… ความปรารถนาของผมคือการสนับสนุนพวกเขาที่ต้องทนทุกข์กับ PTSD ช่วยแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขา และเสนอทางเลือกในการปูทางสู่ชีวิตที่ยืดหยุ่นและสุขภาพที่ดี”

มือกลองเจ้าของฉายา “The Thunder God” ทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางวินาทีความเป็นความตายนั้น ตัวเขาเองก็แทบไม่เชื่อว่าจะรอดมาได้

“ทางเดียวที่ผมจะอธิบายได้คือ คุณจะไปอยู่ในโหมดเอาตัวรอดที่เซนส์ปกติของคุณทั้งหมดหายไป ถึงจะมีสติอยู่บ้าง แต่สิ่งที่มันรบกวนจิตใจจริง ๆ คือการเอาตัวรอด คุณจะไปในที่ที่มันไม่มีความเจ็บปวด และในที่นั้นคุณจะตัดสินใจว่าจะตายไปหรือจะมีชีวิตอยู่ต่อไปดี”

เรื่องราวของอัลเลนกลายเป็นตัวสะท้อนที่ทำให้เราได้เห็นว่า มิตรภาพสำคัญกว่าเงินอย่างไร และที่สำคัญทำให้เรารู้ว่า แม้หนทางจะมืดบอดเพียงใด แค่เพียงลุกขึ้นและเดินต่อไป สิ่งดี ๆ ก็อาจรออยู่ข้างหน้าเช่นกัน

 

ที่มา:

https://ultimateclassicrock.com/def-leppard-rick-allen-car-crash-1984/

https://www.express.co.uk/entertainment/music/1308467/Def-Leppard-Rick-Allen-tragic-story-drummer-one-arm-accident

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

เควิน ไฟกี จากเนิร์ดผู้เกือบไม่ได้เรียนหนัง สู่โปรดิวเซอร์หนังซูเปอร์ฮีโรผู้ทรงอิทธิพล

กาลครั้งหนึ่งจนถึงปัจจุบันในฮอลลีวูด เส้นทางอันยาวไกลของชายชื่อ แบรด พิตต์

พาคุณไปลิ้มรสอาหารไทยระดับพรีเมียม ดื่มด่ำบรรยากาศคล้ายบ้านสวนที่อังกฤษ ในราคาน่าคบที่ ‘ไก่ย่างเสือใหญ่ สุขุมวิท 39’

“แค้น 23 ปี ดีกันเพราะเงินใกล้หมด ?” สังเวียนมวยคู่หูร็อคแอนด์โรล แอ็กเซิล โรส และ สแลช แห่งวงร็อคจอมเกรี้ยวกราด Guns N’ Roses

ซูเนโอะ: ฮาวายของเด็กอวดรวย ภาพตัวแทนการทำลาย Self-Esteem ของโนบิตะ

เบจิต้า: ความรักของนักรบชาวไซย่า นักล่าผู้เหี้ยมโหดที่กลายเป็นพ่อบ้านแสนดี

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ฟ้าหลังฝนอันสดใส และการหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

‘คัง ดงวอน’ พระรองนิยายแจ่มใส สู่ความภูมิใจในฐานะสมบัติชาติ