Post on 13/05/2020

โรเบิร์ต เรดฟอร์ด ดาราดังกับชีวิตที่คนรักมักตายจาก การสูญเสียลูก, พ่อบ้านตัวอย่าง และมิตรภาพในฮอลลีวูด

       หนึ่งในนักแสดงฮอลลีวูดระดับตำนานสักคนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องมีชื่อของพระเอกรุ่นพ่อนามว่า โรเบิร์ต เรดฟอร์ด (Robert Redford) อยู่ในนั้นแน่ ๆ นักแสดงที่กำลังจะครบ 84 ปีในเดือนสิงหาคมนี้ โลดแล่นอยู่ในวงการหนังมานานกว่า 5 ทศวรรษแล้ว และผ่านการเล่นหนังดังมากมาย เช่น The Great Gatsby, All The President’s Men, Out of Africa, Up Close & Personal,  All Is Lost, Captain America: The Winter Soldier

เรดฟอร์ดไม่ใช่ดาราที่ชอบแต่การแสดงอย่างเดียว งานเบื้องหลังที่เกี่ยวกับโลกภาพยนตร์ล้วนแต่เป็นงานที่เรดฟอร์ดชื่นชอบทั้งสิ้น เช่น การเป็นผู้อำนวยการสร้าง หรือ แม้กระทั่งการเป็นผู้กำกับ (ได้ออสการ์ตัวแรกจากการเป็นผู้กำกับ Ordinary People ปี 1980) แม้ความสำเร็จจะอยู่คู่กับชายคนนี้มาอย่างยาวนาน แต่ภายใต้รอยยิ้มหล่อ ๆ ของเรดฟอร์ดตลอด 50 ปีในวงการหนัง เชื่อหรือไม่ว่าก่อนจะกลายมาเป็นดาวค้างฟ้าในฮอลลีวูด ตลอดเส้นทางแห่งความฝันเขามักจะต้องสูญเสียคนรอบข้างเสมอ

ก่อนหน้านี้ ไมเคิล คัลแลน นักเขียนชีวประวัติของเรดฟอร์ด ต้องใช้เวลากว่า 14 ปี ในการสัมภาษณ์เรดฟอร์ด, ครอบครัว และเพื่อนของดาราดังคนนี้ คัลแลนมีโอกาสเข้าถึงไดอารีและจดหมายส่วนตัวของเรดฟอร์ดทั้งหมด ซึ่งระหว่างที่คัลแลนใช้เวลาหลายวันนั่งอ่านสิ่งที่เรดฟอร์ดบันทึกไว้ เขาได้พบกับเบื้องหลังชีวิตของเรดฟอร์ดที่หลายคนไม่เคยรู้ เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่บันทึกที่มีเรื่องราวชวนน่าขันจากกองถ่ายหนังสักเรื่อง แต่มันเป็นบันทึกที่รวบรวมความเจ็บปวดของเรดฟอร์ด มีหลายครั้งที่คัลเลนพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้เรดฟอร์ดยอมพูดถึงการสูญเสียในอดีต แต่ทุกครั้งก็มักจะจบลงด้วยความว่างเปล่าเสมอ

ผมเป็นคนที่ไม่ชอบแชร์เรื่องส่วนตัวเท่าไหร่มากนักเรดฟอร์ดให้สัมภาษณ์ เมื่อถูกถามถึงเรื่องราวในอดีตต่าง ๆ

เรดฟอร์ด เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ปี 1936 ในเมืองซานตา โมนิก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ชีวิตวัยเด็กเขามีความสนิทสนมกับ เดวิด ลุงของเขาเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากพ่อของเขาคือ ชาร์ลส มีอาชีพเป็นคนส่งนมที่ต้องทำงานวันละหลายชั่วโมง และทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงเรดฟอร์ดเท่าไหร่นัก ลุงของเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์เรื่องการใช้ภาษา เขาพูดได้ไม่ต่ำกว่า 4 ภาษา และแน่นอนว่าด้วยความรู้ที่มี เขาลงทุนสอนหนังสือให้หลานชายด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังรวมถึงสอนให้เขาฝึกเล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น เบสบอล และอเมริกันฟุตบอล

       ความสูญเสียของเรดฟอร์ดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1945 เดวิดเสียชีวิตที่ลักเซมเบิร์ก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นเรดฟอร์ดเสียใจอย่างมาก เพราะเขามองลุงไม่ต่างกับพ่อคนที่สอง พอเริ่มจะทำใจได้ เรดฟอร์ดก็ต้องมาเจอกับชีวิตที่ไม่ต่างกับโลกทั้งใบหล่นทับ หลังเดวิดเสียชีวิตไม่นาน มาร์ธา แม่แท้ ๆ ของเขาก็ต้องมาเสียชีวิตหลังจากการคลอดลูกแฝดด้วยวัยเพียง 40 ปี

ผู้คนคงคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม มันยากนะที่จะต้องอยู่อย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยเรดฟอร์ดพูดถึงความสูญเสียต่าง ๆ ในอดีต

เรดฟอร์ดต้องอยู่กับความเศร้าโศกเป็นเวลาหลายปี กราฟชีวิตของเขาตั้งแต่สูญเสียคนที่รักมีแต่ดิ่งลงเรื่อย ๆ เขาเริ่มมีอาการติดสุรา และเสียทุนนักกีฬาเบสบอลจากการไปขโมยเบียร์ในห้องเก็บของและนั่งดื่มคนเดียวทั้งคืนในบ้านร้างแห่งหนึ่ง จนสุดท้ายเขาก็โดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด

แต่เมื่อคนเราล้มก็ต้องลุกขึ้นก้าวต่อ! หลังจากอยู่กับความเศร้ามาหลายปี ในปี 1957 เรดฟอร์ดก็พบกับหนทางเยียวยารักษาแผลใจ นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าการแสดง” ต่อมาเขาจึงหันไปลงเรียนที่สถาบันการแสดง American Academy of Dramatic Art ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับ โลล่า ฟาน วาเกเนน คนที่เขารักมากที่สุดในชีวิต เรดฟอร์ดและโลล่ามีลูกด้วยกันหนึ่งคน โดยตั้งชื่อว่า สก็อตต์ ทั้งสามย้ายมาอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในแมนฮัตตัน ที่นั่นเขาได้แสดงละครบรอดเวย์เรื่องแรก และชื่อเสียงของเขาก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ 

ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย! ช่วงเวลานั้น เรดฟอร์ดไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องมาเจอกับเรื่องสูญเสียอีก แต่แล้วในค่ำคืนหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนปี 1959 เรดฟอร์ดที่ก้มตัวลง ”goodnight kisses” บนหน้าผากของลูกน้อยวัย 10 สัปดาห์ เหมือนกับที่ทำทุกวัน แต่เขาไม่รู้เลยว่านั้นจะกลายเป็น “จูบสุดท้าย” ของเขากับลูก

เรดฟอร์ดต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง เมื่อเช้าวันต่อมาเขาต้องพบกับร่างไร้วิญญาณของสก็อตต์นอนแน่นิ่งอยู่ที่เปล ตอนนั้นแพทย์สันนิษฐานการตายว่าเป็น “โรคไหลตายในทารก

มันยากมาก ๆ ตอนนั้นผมกับโลล่ายังเด็ก ผมเพิ่งจะได้งานแรกที่โรงละคร ซึ่งได้เงินก็ยังไม่มาก เราทั้งคู่ไม่รู้จักเลยว่าโรคไหลตายในทารกคืออะไร แน่นอนในฐานะพ่อแม่เราต้องโทษตัวเอง เราสร้างรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางลงขึ้นมา

เรดฟอร์ด ในปัจจุบัน

       ไม่กี่ปีต่อมา ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน หนึ่งในนั้นคือนักแสดงสาว เอมี เรดฟอร์ด ชีวิตเรดฟอร์ดเหมือนจะจบลงด้วยความ happy ending แต่หารู้ไม่ เขาต้องเจ็บปวดอีกครั้ง เพราะลูกชายคนโต เจมส์ มีปัญหาด้านสุขภาพตั้งแต่ยังแบเบาะ ลำไส้ใหญ่ของเจมส์มีอาการอักเสบเป็นแผลจนต้องรับการตัดออกหลายครั้ง นอกจากนี้ในวัย 30 ปี ตับของเรดฟอร์ดก็ต้องได้รับการปลูกถ่ายใหม่อีกด้วย

สิ่งที่ยากที่สุดคือการที่คุณเห็นลูก ๆ มีปัญหา มีปัญหาหลายอย่างที่ครอบครัวของเราต้องพบ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ และผมเองก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าครอบครัวของเราป่วยด้วย

พ่อบ้านตัวจริง! เรดฟอร์ดไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ เขากับภรรยาครองรักกันมายาวนานกว่า 28 ปี จนถึงปี 1985 ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยนอกลู่นอกทาง ถึงแม้ดาราสาวสวยที่หมายปองของหนุ่มทั่วโลกจะชอบมาอ่อยเขาก็ตาม หนังที่ทำให้เรดฟอร์ดโด่งดังสุด ๆ คือ Barefoot in the Park ในปี 1967 ซึ่งเป็นหนังที่เขาต้องมาประกบคู่กับดาราสาวคู่ขวัญตลอดกาลอย่าง เจน ฟอนด้า ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ประกาศตัวว่ามีใจให้เขามาตลอด

ฉันรักบ๊อบ (เรดฟอร์ด) แต่เรื่องระหว่างเราก็ไม่เคยเกิดขึ้น เขามีจูบที่น่าทึ่ง มันทำให้ฉันบ้าไปเลย ตอนนั้นฉันแทบจะรอฉากเลิฟซีนไม่ไหวเลย แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือ เขาไม่เคยชอบเล่นบทเลิฟซีนเลยฟอนด้า ย้อนความหลัง

เรดฟอร์ด ประกบคู่กับเจน ฟอนด้า

       มิตรภาพจวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต! ตลอดระยะเวลาในฮอลลีวูด เรดฟอร์ดมีเพื่อนนักแสดงสนิทที่สุดคนหนึ่ง ชายคนนั้นชื่อว่า พอล นิวแมน พระเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด

ในยุค 70s ตอนนั้นทางค่ายหนังฟ็อกซ์มีสุดยอดพระเอกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น วอร์เรน บีตตี้ หรือ มาร์ลอน แบรนโด แต่หลังจากที่นิวแมนได้พบกับเรดฟอร์ด เขาก็ได้บอกกับทางค่ายอย่างเจาะจงว่าต้องการจะเล่นคู่กับเรดฟอร์ดเท่านั้น กลายมาเป็นที่มาของหนังดังเรื่อง Butch Cassidy and the Sundance Kid (1969)

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มิตรภาพของทั้งคู่ก็ดำรงอยู่จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตนิวแมน ในวันเกิดครบรอบ 50 ปี ของนิวแมน เรดฟอร์ดเคยส่งรถปอร์เช่ที่ไร้เครื่องยนต์ ห่อด้วยโบว์เป็นของขวัญวันเกิดให้กับนิวแมน ต่อมานิวแมนลงทุนนำรถคันนี้ไปใส่เครื่องยนต์ แต่สุดท้ายดันเอาไปชนซะเละ จนต้องส่งรถคันนี้กลับไปให้เรดฟอร์ด 

เราไม่เคยพูดถึงปอร์เช่คันนั้นเลย ความเป็นเพื่อนของเราทั้งคู่อาศัยรากฐานที่ฝังลึกมาหลายปี เขาคือเพื่อนแท้ของผม เรดฟอร์ดย้อนความหลังถึงเพื่อนรัก

เรดฟอร์ด (ซ้าย) และเพื่อนซี้พอล นิวแมน

       เรดฟอร์ดถือเป็นชายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในฮอลลีวูด ปัจจุบันเรดฟอร์ดรีไทร์จากวงการที่เขารัก และทิ้งทวนผลงานสุดท้ายกับหนังเรื่อง Old Man & His Gun เมื่อปี 2018 แม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกองถ่ายที่วุ่นวายแล้ว แต่วันนี้เรดฟอร์ดค้นพบชีวิตที่ไร้ความทุกข์ เขากลายเป็นคุณปู่ของหลานทั้งเจ็ด หลังจากหย่ากับภรรยาคนแรก ตอนนี้เขาใช้ชีวิตที่เหลือกับภรรยาคนที่สอง ซีบิล ซากการ์ ณ บ้านสุดหรูขนาด 6,000 เอเคอร์ในยูทาห์


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

เจมส์ คาเมรอน เลิกขับรถบรรทุกมาสร้างหนัง เพื่อเติมเต็มความฝันวัยเด็ก

“แค้น 23 ปี ดีกันเพราะเงินใกล้หมด ?” สังเวียนมวยคู่หูร็อคแอนด์โรล แอ็กเซิล โรส และ สแลช แห่งวงร็อคจอมเกรี้ยวกราด Guns N’ Roses

ร็อกแมน ไอ้หนุ่มร็อกแอนด์โรล ผู้ต้านภัยคุกคามจาก AI

พิคโกโล่: จากเด็กกำพร้าสุดชั่ว สู่การเป็นตัวละครมนุษย์พ่อในดรากอนบอล

“มีเดียมีเจ๊ง” การจัดแสดงผลงานนักศึกษา ที่จะมาเติมเต็มวันหยุดให้มีสีสัน

บิล สการ์สการ์ด ปีศาจหน้าหล่อ

อิคาริ ชินจิ:ปมทางเพศในอีวานเกเลียนของวัยรุ่นอายุ 14 ต้องมาเป็นหนุ่มขับหุ่นยนต์

รวมสถานที่ผีสิงวงการเพลง เรื่องจากบ้านสุดหลอนของ ริก รูบิน ที่ทำเอา ทอม ยอร์ก, แอนโทนี คีดิส และคอรีย์ เทย์เลอร์ หัวฟูมาแล้ว