รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

รักษิต รักการดี หนึ่งในหัวเรือ Live Nation Tero Entertainment ที่ไม่เพียงนับเข้าคอนเสิร์ต แต่ขับเคลื่อนวงการดนตรีไทยด้วยการเชื่อมศิลปินไทยสู่เวทีโลก พร้อมสร้างประสบการณ์คอนเสิร์ตที่ดีที่สุดให้กับผู้ชมทุกคน

KEY

POINTS

  • จากยุคที่คอนเสิร์ตเป็นเรื่องไกลตัว สู่ปัจจุบันที่มีโชว์ระดับโลกแทบทุกสัปดาห์ สะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรีไทย
  • Live Nation Tero มากกว่าผู้นำเข้าคอนเสิร์ต ภายใต้การนำของ รักษิต รักการดี บริษัทไม่ได้แค่จัดโชว์ระดับโลก แต่ยังผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีนานาชาติ
  • สำหรับรักษิต คอนเสิร์ตไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นการส่งต่อพลังบวก ผ่านประสบการณ์ไลฟ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ดนตรีและคอนเสิร์ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บางคนไปดูคอนเสิร์ตทุกสัปดาห์ บางคนตั้งตารอกดบัตร ยากแค่ไหนก็สู้ ไกลแค่ไหนก็ไป 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และทำให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

รักษิต รักการดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบฏิบัติการ บริษัท ไลฟ์ เนชั่น เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้นำเข้าคอนเสิร์ต โชว์ และงานไลฟ์ต่าง ๆ จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยบอกว่า วันนี้ประเทศไทยพร้อมแล้ว ทั้งคนดูและโปรดักชันที่จะตอบโจทย์ศิลปินและผู้ชม 

“จำคำพูดตัวเองได้ว่า ถ้าเมื่อไรเด็กไทยไปดูคอนเสิร์ตได้เหมือนไปดูหนัง ซื้อเพราะชอบ แล้วเป็นแค่อีกหนึ่ง weekend ของเขา นั่นคือประเทศเราพร้อมแล้ว และตอนนี้เราพร้อมมาก”

The People คุยกับ รักษิต รักการดี ถึงเรื่องคอนเสิร์ตและความสุขการทำงานของเขาที่จะเกิดขึ้น เมื่อคนดูมีความสุข 

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

เลือกทำงานที่ได้ส่งต่อความสุข

หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานสายคอนเสิร์ตหรืองานไลฟ์ ก็คงมาจากการที่ ‘รักษิต’ เลือกที่จะลองผิดลองถูก ลองทำหลายสิ่งจนค้นพบคำตอบ

เขาเป็นเด็กที่รักศิลปะ สอบเข้าคณะสถาปัตยกรรม เอกการออกแบบภายใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานแรกของเขาก็เป็นการออกแบบ แต่คงเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน เมื่อทำไปได้สักพักก็ถึงจุดอิ่มตัว

จึงเป็นเหตุผลให้เขาตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ลองไปทำแอนิเมชัน แต่ก็ยังรู้สึกว่าเขายังไม่สนุก และไม่ใช่ทางที่เขาถนัด

พอกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เขาก็มีโอกาสไปทำงานโปรดักชัน และบางครั้งก็ได้ไปช่วยงานอีเวนต์ นี่คือจังหวะแรกที่ทำให้เขารู้สึกสนุกกับงานที่ทำ งานสายบันเทิงที่ทำให้ผู้คนมีความสุข

“ระหว่างทำ Production House เราก็ไปทํางานอีเวนต์ ไปทำละครเวทีบ้าง ทำให้รู้สึกว่างานไลฟ์มันก็สนุกไปอีกแบบ แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีกระแส DVD Bluray เราชอบดูคอนเสิร์ตอยู่แล้ว ก็เริ่มซื้อ Bluray มาดู เหมือนเปิดโลกว่า มันยังมีโชว์อีกหลายแบบมาก ๆ แล้วงานไลฟ์ฐานมันกว้างมาก”

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ผ่านสื่อที่ชอบ เขาก็เริ่มถูกจ้างในฐานะ Production Designer คนที่ออกแบบโชว์ทุกอย่าง การแสดง พร้อพ การจัดแสง และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ 

โอกาสครั้งสำคัญมาถึง เขาได้ไปทำงานที่หลากหลายกัล แมทชิ่งสตูดิโอ บริษัทอีเวนต์อันดับต้น ๆ ของไทย ที่นั่น เขาทำทั้งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทำ Ultraman Live Show ลองทำคอนเสิร์ต แล้วย้ายเข้ามาทำงานที่บริษัท เทโร มิวสิก

เหตุผลที่ทำให้เขาเลือกจะเดินทำงานสายนี้มานานมากกว่า 20 ปี ทั้งหมดเพราะเขารักที่จะเห็นคนอื่นมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ 

“ตอนตัดสินใจ เราคิดว่ามันเป็นความสุขที่เห็นคนมีความสุข เห็นความสุขของคนหมู่มาก เวลาทำคอนเสิร์ตหรือทำโชว์ เห็นคนดูหัวเราะหรือมีความสุข มันตอบโจทย์ที่เราเคยคิดว่าอยากทำอะไรให้คนมีความสุข แล้วพลังนั้นกลับมาหาเรา ก็เลยติดใจ อยากทำอีก”

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

ประเทศไทยพร้อมแล้ว สำหรับยุคเสพคอนเสิร์ต

วันแรกที่ผู้บริหาร Live Nation Tero คนนี้เดินเข้าวงการ บรรยากาศการดูคอนเสิร์ตของไทยยังไม่คึกคักเท่าปัจจุบัน หลาย ๆ คอนเสิร์ตจะอิงกับรายการโทรทัศน์ และหลาย ๆ คอนเสิร์ตก็เป็นคอนเสิร์ตฟรี ไม่ได้มีช่วงเวลาที่ต้องนับถอยหลังกดบัตรเหมือนปัจจุบัน

ถึงวันนั้นอะไร ๆ จะดูเป็นไปได้ยาก แต่รักษิตก็ยังเชื่อและหวังอยู่ในใจลึก ๆ ว่า วันหนึ่งประเทศไทยจะพร้อมเปิดรับความบันเทิงรูปแบบนี้ และหลาย ๆ คนก็จะไปดูคอนเสิร์ตในวันหยุดสุดสัปดาห์

“เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เวลามีใครมาสัมภาษณ์จะบอกว่า ตลาดเราเล็กมาก เพราะเมื่อก่อนไม่ได้เป็นตลาดที่เติบโตมากับการเสพ entertainment จำคำพูดตัวเองได้ว่า ถ้าเมื่อไรเด็กไทยไปดูคอนเสิร์ตได้เหมือนไปดูหนัง ซื้อเพราะชอบ แล้วเป็นแค่อีกหนึ่ง weekend ของเขา นั่นคือประเทศเราพร้อมแล้ว”

หลายปีผ่านไป ตอนนี้ประเทศไทยมีคอนเสิร์ตเกือบทุกสัปดาห์ และกระแสตอบรับก็ดีเกือบทุกงาน ในมุมมองของรักษิตคิดว่า ตอนนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของการทัวร์คอนเสิร์ตจากศิลปินทั่วโลก

“ตอนนี้เราพร้อมมาก ทั้งโปรดักชัน อุปกรณ์ บ้านเราทันสมัยไม่น้อยหน้าชาติไหนในเอเชีย เพราะเวลาศิลปินทัวร์ เขาจะ request แบบเดียวกัน เป็นหน้าที่ของ supplier ที่ต้องหาสิ่งเหล่านั้นเพื่อตอบสนองเขาอะไรที่เราจัดได้ เราก็จัดมาหมดแล้ว”

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

จากฮอลล์เล็ก ๆ ขยับมาเป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ และวันนี้ศิลปินหลายคนก็เลือกที่จะจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งด้วยโปรดักชันที่จัดเต็มและสามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากขึ้น ในฐานะคนจัดคอนเสิร์ตก็ต้องปรับตัว เพราะโปรดักชันใหญ่แบบนี้กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานของหลาย ๆ ประเทศ

บรรยากาศการชมคอนเสิร์ต เสพดนตรีของผู้คนจึงเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่การฟังเพลงจากศิลปินที่ชื่นชอบ แต่เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และเทคโนโลยี รวมถึงเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่สวยงามของศิลปินและแฟนคลับที่มีร่วมกัน

มากกว่าการนำเข้าคอนเสิร์ต คือ การสร้างศิลปิน

ทุกคนรู้ Live Nation เป็นบริษัทนำเข้างานด้านไลฟ์ อย่างคอนเสิร์ต อีเวนต์ และนิทรรศการจากต่างประเทศเข้ามาในไทย รักษิตบอกว่าเป็นความตั้งใจที่อยากให้คนไทยได้เข้าถึงผลงานดี ๆ และเข้าถึงได้

แต่ตอนนี้ Live Nation กำลังจะขยับหนึ่งในผู้ผลักดันศิลปินไทยบนตลาดโลกผ่านงาน ‘Bangkok Music City’ จัดโดย Live Nation Tero, ฟังใจ และ NYLON Thailand เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยและศิลปินต่างประเทศมาแสดงความสามารถบนถนนย่านเจริญกรุงวันที่ 1-2 มีนาคม 2568 

รักษิตบอกว่า งานนี้จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ผู้ชมและนักฟังเพลงจะได้มารู้จักแนวเพลงใหม่ ๆ และศิลปินใหม่ ๆ ที่คุณเคยอาจฟังเพลงแต่ไม่รู้จักพวกเขามาก่อนผ่าน  4 เวทีรวม 50 ศิลปิน ยกตัวอย่างเช่น MILLI, Retrospect, Slot Machine, LANDOKMAI, ASIA7, BAMM, Flower.far, James Alyn, MAMIO และอีกมากมาย

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

Bangkok Music City ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะเชื่อมดนตรีเข้ากับคนทุกช่วงวัยและเป็นพื้นที่พื้นที่ของเหล่าผู้จัดเทศกาลดนตรีจากต่างประเทศได้ค้นพบศิลปินไทยและประเทศเพื่อนบ้านภายในงาน เพิ่มโอกาสได้รับเชิญไปขึ้นแสดงตามเทศกาลดนตรีและคอนเสิร์ตทั่วโลกอีกด้วย สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่รัฐบาลพยายามผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้ไปยืนอยู่บนเวทีโลก

“Bangkok Music City เป็นสิ่งใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะคนคิดว่า Music Fest ต้องเสียตังค์ ต้องของตั๋ว แต่งงานนี้ฟรี แล้วถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราก็มีโอกาสได้ทดลองฟังได้เจอวงใหม่ ๆ ในภูมิภาคเรา อย่าวงนี้เล่นดี แต่ไม่ดัง ก็อาจจะมีการซื้อ Showcase เพิ่มได้

“ในงานเราเชิญผู้มีคุณวุฒิในวงการดนตรีทั้งจากอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่นจากหลายหลายวงการ ซึ่งเป็นคนที่มีอิทธิพลในประเทศ เขาจะมีโอกาสมาดูวงใหม่ ๆ

"แทนที่เราจะต้องมานั่งลุ้นว่าเมืองไทยจะได้มีโอกาสได้เจอคนแบบนี้เมื่อไหร่ เราจัดโชว์เคสนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้เค้าได้พบเจอกับคนเหล่านี้”

เพราะเราเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และงานนี้จะเป็นพื้นที่ปล่อยของ ส่งศิลปินไทยให้ไปไกลระดับโลก

คนไทยสนุกที่สุดตอนดูคอนเสิร์ต

ศิลปินหลาย ๆ คนรักการเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย เพราะคนไทยร้องเพลงดังที่สุด สนุกที่สุด และเสียงดีไม่มีตก

เพราะสำหรับศิลปินที่กำลังแสดงอยู่บนเวที เสียงของแฟนคลับทำให้เขามีแรงที่จะแสดงต่อ ร้องให้ดังขึ้น เต้นให้แข็งแรงขึ้น หรือแตะไฮโน้ตให้สูงกว่าเดิม

รักษิตเองก็เห็นเองแบบนั้น เพราะถ้าถามว่าอยากให้ภาพจดจำของประเทศไทยเป็นแบบไหนในสายตาศิลปินทั่วโลก คำตอบของเขา ก็คือ ความสนุก

รักษิต รักการดี : เมืองไทยพร้อมแล้วกับการเป็นเมืองคอนเสิร์ต

ความสนุกที่จะไม่จางหายไปจากแดนสยามและจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ศิลปินอยากมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย 

“คนไทยสนุกมากนะครับ เชื่อไหมว่าศิลปินส่วนใหญ่ที่มาฟังอยู่ที่เมืองไทยเนี่ยเขาจะบอกว่า Audience คือ The Best เพราะว่าตอบสนองคอนเสิร์ตเขาดีที่สุด กรี๊ดดังสุดเฮ ดังสุด กระโดดสูงสุด แล้วเขาจะชอบกลับมาเมืองไทยมาก”

วันนี้ประเทศไทยกลายเป็นแดนคอนเสิร์ต แล้วหนึ่งในผู้จัดงานที่มีบทบาทสำคัญ ก็คือ Live Nation Tero ไม่ใช่แค่ผู้นำเข้าคอนเสิร์ต แต่คือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้วงการดนตรีไทยเติบโต เชื่อมโยงศิลปินไทยสู่เวทีโลก และสร้างประสบการณ์ไลฟ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ชมทุกคน

“มันเป็น business แต่มันก็เป็นสิ่งที่ให้กับสังคมด้วยเหมือนกัน ขณะเดียวกันก็คือกลับมาที่จุดเพื่อที่จะบอกว่าทําแล้วคนดูมีความสุข เราก็มีความสุข” รักษิตทิ้งท้าย

 

ภาพ : ดำรงฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม