Post on 28/10/2019

จอห์น คอนเนอร์ วีรบุรุษผู้กอบกู้โลก แต่ไม่อาจกอบกู้ตัวเอง

หุ่นเทอร์มิเนเตอร์รุ่น T-800 ตัวละครยอดแอ็กชันฮีโรของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) อาจถือเป็นสัญลักษณ์ประจำแฟรนไชส์ “ฅนเหล็ก” The Terminator (1984-ปัจจุบัน) ซึ่งคอหนังทั่วโลกจะนึกถึงเป็นอันดับแรก หากพูดถึงหนังตระกูลชุดนี้

แต่ถ้าพิจารณาจากเนื้อเรื่องแล้ว โดยเฉพาะในหนัง 2 ภาคแรก ซึ่ง เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) เป็นผู้กำกับ ตัวละครที่สำคัญที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก จอห์น คอนเนอร์ ผู้นำของเหล่ามวลมนุษย์ในโลกอนาคตอันล่มสลาย เป็นหัวหอกในการทำสงครามกับกองทัพหุ่นยนต์ของสกายเน็ต (Skynet) เขามีความเก่งกาจรอบด้าน สามารถนำกองกำลังเพียงน้อยนิดต่อต้านกองทัพปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างสูสี จนพวกจักรกลหมายหัวว่าจะต้องสังหารเขาให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม

ใน The Terminator ภาคแรก พวกมันจึงเล่นไม่ซื่อส่งหุ่น T-800 ย้อนเวลากลับไปตอนเขายังไม่เกิดด้วยซ้ำ เพื่อสังหาร ซาราห์ คอนเนอร์ แม่ของเขา เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม แต่หมากเกมนี้ไม่ง่ายอย่างที่พวกมันคิด เพราะ จอห์น เองก็ส่ง “ไคล์ รีส” มือขวาคนสนิท ผู้จะกลายมาเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเขากลับมาเพื่อขัดขวางภารกิจของสกายเน็ต โดยเขาทุ่มเทสุดตัวปกป้อง ซาราห์ เอาไว้จนได้ แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิต

หลังภารกิจล้มเหลว สกายเน็ตยังไม่หยุดความพยายาม ใน Terminator 2: Judgement Day (1991) มันส่ง T-1000 หุ่นยนต์เหล็กไหลที่มีพิษสงร้ายกาจยิ่งกว่ามาเพื่อเด็ดหัว จอห์น คอนเนอร์ ที่กำลังอยู่ในวัยเด็กแสบหัวขบถ แต่จอห์นวัยผู้ใหญ่ก็ส่งหุ่นยนต์กลับมาปกป้องตัวเองเช่นเคย โดยหวยไปออกที่หุ่น T-800 รุ่นเดียวกับที่ถูกส่งมาฆ่าเขาในหนังภาคแรกนั่นเอง

 

เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง

 

แจ้งเกิดว่าที่ซุปตาร์และระเบิดเวลาที่จะทำลายตัวเอง

 

T2 ได้รับการจดจำจากฉากต่อสู้ไล่ล่าที่สนุก ดุเดือดเลือดพล่าน และมาพร้อมเทคนิคพิเศษสุดล้ำน่าตื่นตา กลายเป็นหนังแอ็กชันมาตรฐานสูงซึ่งยากจะหาหนังเรื่องใดจัดเต็มความสนุกได้ในระดับนี้ (แม้กระทั่งหนังตระกูล “ฅนเหล็ก” ด้วยกันเอง) อีกสิ่งที่น่าจดจำไม่แพ้กันคือตัวละคร จอห์น คอนเนอร์ ซึ่ง เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง (Edward Furlong) สวมบทบาทได้อย่างน่าสนใจ

เฟอร์ลอง ในขณะนั้นเป็นเด็กหน้าใสวัยละอ่อน สามารถรับบทเป็นตัวละครหัวขบถ แข็งนอกแต่อ่อนใน และมีปมเรื่องครอบครัวได้น่าประทับใจมากเมื่อพิจารณาว่านี่คือหนังเรื่องแรกของเขา ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นหนึ่งในไอคอนสำคัญไม่แพ้หุ่น T-800 เลย

หลังแจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่ ใครต่อใครคงคิดว่าเฟอร์ลองคงกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เตรียมค้างฟ้าอยู่ในฮอลลีวูดเป็นแน่ หารู้ไม่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาจะกลายมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า “อาถรรพ์ จอห์น คอนเนอร์” ที่ใคร ๆ ต่างก็เลื่องลือ แม้ว่าในช่วงแรก ๆ อาถรรพ์อาจยังไม่ออกฤทธิ์ เขามุ่งมั่นกับการเป็นนักแสดงขายฝีมือ ได้รับบทนำในหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกหลาย ๆ เรื่อง อาทิ Brainscan (1994) Pecker (1998) American History X (1998) เป็นต้น แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี เมื่อเขาพ้นสภาพจากการเป็นวัยรุ่น มรสุมต่าง ๆ นำโดยปัญหาการติดยาเสพติดก็ถาโถมใส่เขาจนตุปัดตุเป๋

เฟอร์ลอง ยอมรับว่าเขาติดเฮโรอีนและโคเคนอย่างหนัก รวมทั้งแอลกอฮอล์ ส่งผลให้สุขภาพร่างกายและสติสัมปชัญญะทรุดโทรมถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เขาเกือบเข้าไปอยู่ในทำเนียบนักแสดงดาวรุ่งที่จากไปก่อนวัยอันควรเพราะยานรก เช่นเดียวกับ ริเวอร์ ฟีนิกซ์ (River Phoenix 

โชคดีที่เขารอดมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่เขายังหมั่นทำร้ายตัวเองต่อไป นอกจากติดยา เฟอร์ลองยังเคยโดนจับกุมข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยา เรเชล เบลลา (Rachael Bella) ซึ่งแต่งงานกับเขาในปี 2006 และหลังเลิกรากัน เขาก็ใช้กำลังกับ โมนิกา คีนา (Monica Keena) แฟนสาวคนใหม่จนโดนจับกุม ไม่เพียงแค่นั้น ลูกชายของเขา อีธาน (Ethan Furlong) ตอนอายุเพียง 6 ขวบยังเคยตรวจร่างกายแล้วพบสารเสพติด ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก

กล่าวได้ว่า ในช่วง 10 กว่าปีนั้น เฟอร์ลองเดินเข้าเดินออกโรงพยาบาล คุก และสถานบำบัดเป็นว่าเล่น ราวกับเป็นบ้านหลังที่ 2, 3 และ 4 ของตัวเอง

จากปัญหาทั้งหมดในช่วงเวลานับทศวรรษ เป็นผลให้ทุกวันนี้เฟอร์ลองดูห่างไกลจากคนที่เคยสวมบท จอห์น คอนเนอร์ เขาไม่เหลือคราบของนักแสดงหน้าตาหล่อเหลา เปลี่ยนจากคนที่ทั้งฮอลลีวูดยกย่องเป็นร้องยี้ อาชีพการงานที่กำลังไปได้สวยก็ชะงักไปด้วย เมื่อผู้สร้างหนังจำนวนมากต่างส่ายหน้าไม่อยากร่วมงานด้วย เพราะกลัวจะก่อเรื่องปวดหัวกว่าเดิม ถึงปัจจุบันเขาจะยังมีงานเข้ามาอยู่บ้าง แต่ก็มักจะเป็นหนังเกรดบีที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ

ความเหลวแหลกส่งผลให้คนยี้ขนาดไหน พอจะพิจารณาได้จากตอนที่ค่าย Sony วางแผนสร้างหนัง Terminator 3: Rise of the Machines เพื่อออกฉายในปี 2003 เฟอร์ลอง เจรจาสัญญากลับมารับบทเรียบร้อย แต่สุดท้ายโดนยกเลิกสัญญากลางคันก่อนหนังเปิดกล้องถ่ายเพียงไม่นาน แล้วกลายเป็น นิค สตอห์ล (Nick Stahl) ที่รับบทนี้ไปแทน

 

โทมัส เดคเกอร์

 

วิ่งผลัดส่งต่ออาถรรพ์

 

ใน Terminator 3: Rise of the Machines เล่าเรื่องราวหลังจากภาค 2 นานหลายปี เมื่อ จอห์น คอนเนอร์ สามารถหยุดยั้งวันสิ้นโลกเอาไว้ได้ เขาตัดสินใจกบดาน หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครสามารถตามตัวเจอ สกายเน็ตเลยส่งหุ่นยนต์ T-X ย้อนเวลามาตามสังหารบรรดามือซ้ายและมือขวาของเขาในอนาคตแทน และหนึ่งในนั้นก็คือ เคท บรูว์สเตอร์ ผู้จะกลายมาเป็นภรรยาของเขาในภายภาคหน้า

T3 ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก ตัวหนังได้รับเสียงวิจารณ์แง่ลบว่าถอยหลังลงคลองจาก T2 แทบทุกส่วน ฝ่ายสตอห์ลก็โดนกระหน่ำว่าเขาไม่มีมาดหรือเสน่ห์ในบทนี้เลย คนดูไม่เชื่อว่าเขาคนนี้จะกลายมาเป็นผู้กอบกู้โลกแบบเดียวกับที่เฟอร์ลองเคยเล่นเอาไว้

นอกจากนี้ยังตลกร้ายไม่น้อย เมื่อสตอห์ลไม่เพียงแค่รับช่วงต่อบท จอห์น คอนเนอร์ แต่ยังรับอาถรรพ์เข้าไปเต็ม ๆ โดยไม่ตั้งใจ เขาหันหน้าเข้าหาเหล้ายาปลาปิ้งเช่นเดียวกับเฟอร์ลอง เขาติดหนักจนถึงขั้นว่าจู่ ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จน โรส เมอร์ฟี สตอห์ล (Rose Murphy Stahl) ผู้เป็นภรรยาต้องออกประกาศตามหาให้วุ่น และหลังจากเจอตัวไม่นาน เขายังไปมีเรื่องกระทำลามกอนาจารจนโดนตำรวจจับในร้านขายหนังโป๊อีกด้วย

เมื่อนับถึงตอนนี้ อาถรรพ์ดังกล่าวออกฤทธิ์อย่างรุนแรง บรรดานักแสดงที่รับบทนี้ ต่างต้องพบเจอความตกต่ำในชีวิตและอาชีพการงานกันโดยมิได้นัดหมาย โทมัส เดคเกอร์ (Thomas Dekker) ผู้รับบท จอห์น คอนเนอร์ ในซีรีส์ Terminator: The Sarah Connor Chronicles (2008-2009) ก็เช่นกัน ในช่วงที่ซีรีส์ออกอากาศ เขาเคยเมาแล้วขับรถชนนักปั่นจักรยานวัย 17 ปี ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ต่อให้จะรอดคุกมาได้ แต่ก็ถูกตัดสินให้รอลงอาญาและเข้าคลาสบำบัดอาการติดเหล้าแทน 

แม้ว่าทุกวันนี้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในร่องในรอยและมีความสุขดี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็เป็นรอยด่างพร้อยให้คนพูดถึงเสมอว่า เขาโดนอาถรรพ์ จอห์น คอนเนอร์ เข้าไปด้วยเช่นกัน

หากจะมีคนที่คำสาปทำอะไรไม่ค่อยได้คงจะมีแค่ คริสเตียน เบล (Christian Bale) กับ เจสัน คลาร์ก (Jason Clarke) เท่านั้น รายแรกคือยอดนักแสดงแถวหน้าของวงการ มีผลงานที่น่าจดจำเป็นประจำทุกปีทั้งหนังบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มใหญ่ นำโดยไตรภาค Batman The Dark Knight (2005-2012) และหนังฟอร์มเล็กขายฝีมือการแสดงระดับพระกาฬ เช่น American Psycho (2000) The Fighter (2010) The Big Shot (2015) Ford v Ferrari (2019) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ตอนที่เขาถ่ายทำ Terminator Salvation (2009) เขาควบคุมความติสต์ของตัวเองไม่อยู่ ปรี๊ดแตกกลางกองถ่ายใส่ผู้กำกับภาพ เชน เฮิร์ลบัต (Shane Hurlbut) โดยเขาโทษ เฮิร์ลบัต ว่ารบกวนสมาธิเขาตอนเข้าฉากและผรุสวาทด่าตากล้องอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวอื้อฉาวเพราะมีคนปล่อยคลิปเสียงจังหวะนั้นออกมาพอดี ก่อนที่ภายหลังเบลจะขอโทษอย่างเป็นทางการ ยุติความอื้อฉาวนี้ลงในเวลาเพียงไม่นาน

ส่วน เจสัน คลาร์ก ในระยะหลังอาจอยู่ในช่วงขาขึ้น ได้เล่นหนังน่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ Dawn of the Planet of the Apes (2014) Mudbound (2017) First Man (2018) เป็นต้น ชีวิตนอกจอเขายังวางตัวดีแทบไม่เคยมีปัญหา แต่บท จอห์น คอนเนอร์ เวอร์ชันตีความใหม่ของเขาใน Terminator: Genisys (2015) โดนด่าแบบเละตุ้มเป๊ะไม่แพ้กัน เพราะคนดูไม่ค่อยพอใจที่ จอห์น คอนเนอร์ ของเขาถูกดัดแปลงเป็นหุ่นยนต์รุ่น T-3000 กลายมาเป็นตัวร้ายต่อกรกับแม่ตัวเอง ถือเป็นความผิดมหันต์ที่แฟน ๆ The Terminator ไม่มีวันรับได้

 

Terminator: Dark Fate

 

He’s Back!(?) – Spoiler Alert!

 

ท่ามกลางสถานการณ์ของแฟรนไชส์ The Terminator และบทบาท จอห์น คอนเนอร์ ตกต่ำจนถึงที่สุด ไม่มีใครคิดว่าหนังตระกูลนี้จะกลับมาปังอีกแล้ว แต่เมื่อ เจมส์ คาเมรอน ผู้ปลุกปั้นหนังชุดนี้มากับมือใน 2 ภาคแรกตัดสินใจดึงแฟรนไชส์นี้กลับมาทำเอง ออกมาเป็น Terminator: Dark Fate โดยเขาทำหน้าที่อำนวยการสร้าง และให้ ทิม มิลเลอร์ (Tim Miller) จาก Deadpool (2016) เป็นผู้กำกับ 

หนึ่งในสิ่งที่ เจมส์ คาเมรอน ทำเพื่อนำแฟรนไชส์นี้กลับมาเข้าร่องเข้ารอยคือการประกาศดึงตัว เฟอร์ลอง กลับมารับบท จอห์น คอนเนอร์ อีกครั้ง เขาปล่อยข่าวใหญ่นี้ออกมาในงาน 2019 Comic-Con International : San Diego สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ เพราะเขาถือว่าจะดีจะชั่วอย่างไร เฟอร์ลอง ก็คือ จอห์น คอนเนอร์ ตัวจริงเพียงหนึ่งเดียว และจะไม่มีใครล้มล้างข้อเท็จจริงนั้นออกไปได้

อย่างไรก็ตาม หลายท่านน่าจะได้ดู Dark Fate กันไปแล้ว และคงเห็นเรียบร้อยว่า เฟอร์ลอง ในวัย 41 ปีไม่ได้กลับมารับบท จอห์น คอนเนอร์ เพราะครั้งเดียวที่คนดูเห็นตัวละครตัวนี้กลับเป็น จอห์น ในวัยเด็ก และถูกหุ่น T-800 สังหารคาตา โดย จูด คอลลี (Jude Collie) นักแสดงเด็กหน้าใหม่แกะกล่องมารับบทนี้ และทีมงานใช้เทคนิคพิเศษตกแต่งใบหน้าเขาให้เหมือนกับ คอนเนอร์ เวอร์ชัน เฟอร์ลอง ใน T2

การสับขาหลอกดังกล่าวอาจทำให้ใครรู้สึกผิดหวัง บางคนอาจจะชิงชังที่หนังเลือกเดินทางสายนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเดินหมากตานี้เป็นการพาเรื่องราวในจักรวาล “ฅนเหล็ก” ไปสู่เส้นทางใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า Dark Fate จะประสบความสำเร็จมากพอจนได้รับไฟเขียวให้ทำภาคต่อไหม?

อีกทั้งยังต้องลุ้นกันด้วยว่า เจ้าหนูคอลลีจะโดนอาถรรพ์นี้เล่นงานเข้าให้อีกคนหรือไม่ ก็ได้แต่ภาวนาว่าเขาคงไม่เลือกเดินทางผิดแบบนั้นไปอีกคน อาถรรพ์นี้ควรจะต้องจบลงไปพร้อมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แล้ว

 

เรื่องโดย: ปารณพัฒน์ แอนุ้ย

 

ที่มา:

https://www.imdb.com/name/nm0000411/

https://www.chron.com/entertainment/movies/article/T3-was-almost-the-big-movie-that-couldn-t-get-2125230.php

https://www.thefix.com/content/edward-furlong-son-cocaine91044

https://www.telegraph.co.uk/films/0/trashing-scene-story-behind-christian-bales-furious-terminator/

https://www.cinemablend.com/news/2478367/terminator-2s-edward-furlong-is-really-happy-to-return-for-dark-fate


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

“แค้น 23 ปี ดีกันเพราะเงินใกล้หมด ?” สังเวียนมวยคู่หูร็อคแอนด์โรล แอ็กเซิล โรส และ สแลช แห่งวงร็อคจอมเกรี้ยวกราด Guns N’ Roses

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

Pink Floyd วงสุดล้ำยุค 60s ผู้ริเริ่มนำถุงยางอนามัยมาใช้สร้างไฟหลากสีบนเวที

ชาร์ลี ไลท์เทนนิง สำรวจชีวิตเลียม กัลลาเกอร์ 10 ปีที่แตกหักจาก Oasis ในสารคดี As It Was

“ฟ้าใส” ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 “ฤทัยประชาชาวเน็ต”

ทีโมน & พุมบ้า และปรัชญา “ฮาคูน่า มาทาท่า” อันไร้กังวล

โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ อีกด้านของความเป็นอื่นใน One Piece

G-Gundam – จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนิยายกิมย้งมาผสมกับนิยายสงครามอวกาศกันดั้ม