Post on 06/08/2019

แดน คานารี จากเด็กส่งเอกสาร สู่นักยกล้อคนแรกในตำนาน

ภาพดัดแปลงจากโปสเตอร์โฆษณาต้นฉบับที่เดิมเป็นภาพของคานารีปั่นลงจากบันไดโดยไม่ได้ยกล้อ

ยานพาหนะสองล้อเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานานหลายร้อยปี (มีผู้พยายามอ้างว่า ลีโอนาโด ดาวินชี เคยร่างแบบเอาไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ก่อนพบว่าหลักฐานที่อ้างเป็นหลักฐานปลอม) เริ่มจากยานพาหนะที่เหมือนเครื่องพยุงแล้วใช้เท้าไถ จนมาเป็นแบบใช้เท้าถีบซึ่งเริ่มเป็นที่แพร่หลายในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 

“แดน” หรือ แดเนียล คานารี (Daniel Canary) เด็กส่งเอกสารจากเมืองเมอริเดน คอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ก็นับเป็นคนแรก ๆ ที่ได้จับจักรยานยุคแรก ๆ และพัฒนาเทคนิคการบังคับจักรยานจนกลายมาเป็นนักปั่น “แฟนซี” (fancy rider) หรือนักปั่นจักรยานผาดโผนที่โด่งดังไปทั่วประเทศ และยังเป็นคนแรกที่ปั่นจักรยาน “ยกล้อ” ได้สำเร็จ 

คานารีเริ่มฝึกปั่นจักรยานด้วยจักรยานที่ยุคนั้นเรียกกันว่า “แบบปกติ” หรือ ordinary เนื่องจากมันคือรูปแบบจักรยานที่แพร่หลายที่สุด แต่หน้าตาต่างจากจักรยานยุคปัจจุบันเป็นที่สุด เนื่องจากมีล้อหน้าที่ใหญ่โตกว่าล้อหลังหลายเท่า และเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าโดยตรง ไม่มีเฟืองไม่มีโซ่ให้เห็น เน้นความเรียบง่ายมีประสิทธิภาพ ด้วยยังไม่มีระบบเฟืองทดแรง ล้อหน้าที่ใหญ่ช่วยให้ทำความเร็วได้ดีกว่าล้อเล็ก และยังช่วยให้ขี่ผ่านหลุมบ่อบนถนนยุคศตวรรษที่ 19 ได้เป็นอย่างดี

แต่มันก็มาพร้อมกับอันตราย ขณะเดียวกัน ความอันตรายนี่เองที่ทำให้ในปี 1879 เด็กส่งเอกสารอย่างคานารีได้จักรยาน (ซึ่งยังคงเป็นของแพงและมีจำกัด) จากคนมีอันจะกินมาใช้แบบฟรี ๆ 

“เมื่อจักรยานเริ่มเป็นที่นิยมในระยะแรก ชาวเมอริเดนจำนวนหยิบมือหนึ่งก็หาซื้อมาใช้ คุณเอเวอริต (E.B. Everitt ศิลปินมีชื่อในสมัยนั้น) ก็ซื้อมาด้วยหนึ่งคัน ระหว่างที่เขาพยายามหัดขี่ก็เกิดตกจักรยานจนแขนหัก ทำให้เขาเกลียดมันมากและได้เอาไปมอบให้กับเด็กส่งข่าวที่ชื่อ แดเนียล คานารี เด็กหนุ่มรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากกับของขวัญชิ้นนี้ จากนั้นไม่นานโลกก็ได้รู้จักเขาในชื่อ แดน คานารี แชมป์โลกจักรยานแฟนซีท่ายาก”  Meriden Weekly Republican กล่าวถึงการได้มาซึ่งจักรยานคันแรกของคานารี

จากข้อมูลของ ฟิล เอ็ดเวิร์ด (Phil Edwards) ใน Trivia Happy แม้จะได้จักรยานมาเพราะเจ้าของเก่าประสบอุบัติเหตุจนขยาด แต่คานารีไม่ได้กลัวอันตราย เขาฝึกใช้มันอย่างช่ำชองและทดลองบังคับอย่างผาดโผน แล้วเริ่มจัดแสดงในที่ต่าง ๆ ชื่อเสียงของเขาจึงค่อย ๆ เป็นที่รู้จัก ในปี 1883 อายุได้ราวยี่สิบปีก็มีชื่อเสียงดังไปถึงเมืองนอกเมืองนา กับการขี่จักรยาน “แบบธรรมดา” (ordinary) ที่ไม่ธรรมดา ทั้งการขี่โดยเอามือกอดอก หรือปั่นยกล้อหลัง (ที่มีขนาดเล็ก) เคลื่อนที่ด้วยล้อหน้าล้อเดียว   

คานารียิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อเขาพยายามทำให้ฝูงชนตะลึงด้วยการประกาศจะปั่นจักรยานแบบธรรมดา (แบบโบราณ) ล้อหน้าใหญ่ยักษ์ลงจากบันไดอาคารรัฐสภาด้วยล้อเดียว ในวันที่ 20 พฤษภาคม 1884 สื่อบางสำนักหยิบเอาเรื่องนี้ไปรายงาน จึงทำให้แผนของเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าขัดขวาง แต่เขาก็ได้แสดงท่ายากหลายท่าให้แฟน ๆ เกือบ 500 คนที่มาเฝ้าชมได้เห็น ขณะเดียวกันการแทรกแซงของเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งทำให้สื่อรายงานข่าวของเขามากและต่อเนื่องขึ้นไปอีก

ส่วนการปั่นไปข้างหน้าโดยยกล้อหน้าค้างไว้ ซึ่งเป็นกระบวนท่ายอดนิยมข้ามกาลเวลาจากยุคยานพาหนะสองล้อที่ใช้เท้าปั่นมาจนถึงสมัยที่ใช้เครื่องยนต์นั้น กว่าจะมีคนทำได้เป็นคนแรกก็ต้องรอถึงปี 1890 เนื่องจากก่อนหน้านั้นจักรยานสองล้อที่มีล้อขนาดเท่ากันและใช้โซ่และเฟืองทดที่มีหน้าตาเหมือนจักรยานยุคปัจจุบัน (และตอนนั้นถูกเรียกว่าเป็นจักรยานแบบปลอดภัย – safety) นั้น ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร เนื่องจากล้อที่เล็กกว่าทำให้ผู้ปั่นรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนมากกว่ารถจักรยานแบบธรรมดา เมื่อมีการพัฒนาเรื่องโครงสร้างและล้อยางให้ดีขึ้นแล้ว มันจึงเริ่มเป็นที่ยอมรับ และคานารีก็ปรับตัวให้เข้ากับจักรยานยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและยอดเยี่ยม

สื่อสมัยนั้นรายงานว่า เขาได้ทำการแสดงปั่นยกล้อหน้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าบริเวณน้ำตกไนแองการา ตอนแรกไม่มีใครคิดว่าจะมีใครทำได้ แต่คานารีก็ทำได้สำเร็จ และอ้างว่าตัวเองเป็นคนแรกที่สามารถปั่นผาดโผนท่านี้ได้สำเร็จ

แต่มันจะจริงอย่างที่เขาอ้างหรือไม่? 

เอ็ดเวิร์ดเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะจริง เพราะจักรยานแบบปลอดภัยถือว่ายังใหม่มากในยุคนั้น จักรยานแบบเก่าที่เคยใช้กันมาก็น่าจะยากเกินกว่าจะทำได้เนื่องจากโครงจักรยานยังทำมาจากไม้ และวัสดุหุ้มล้อก็เป็นโลหะ การยกล้อหน้าจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ ส่วนจักรยานแบบปลอดภัยตอนแรกยังคงใช้ยางตันมาประกอบล้อ ยางลมเพิ่งมีใช้ครั้งแรกในปี 1888  (Britannica) การที่คานารีอ้างว่าตัวเองทำได้เป็นคนแรก (1890) จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง 


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน