Post on 23/01/2021

มิโดริยะ อิซึคุ: เด็กชายไร้อัตลักษณ์ สู่ฮีโร่พิทักษ์ชีวิตคน ‘เดกุ’

ท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องนอนขนาดกะทัดรัด เสียงหัวเราะทุ้ม ๆ ของชายคนหนึ่งดังก้องผ่านคลิปวิดีโอซ้ำซากจนเกินนับ ‘ออลไมท์’ (All Might) ฮีโร่อันดับหนึ่ง ผู้เป็น ‘สัญลักษ์แห่งสันติภาพ’ ส่งเสียงหัวเราะและผุดรอยยิ้มกว้างขึ้นบนใบหน้า ขณะสองบ่ากำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บจากการโจมตีของ ‘วิลเลิน’ คนแล้วคนเล่า ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ออลไมท์ช่วยชีวิตคนนับร้อยไว้ได้โดยที่รอยยิ้มไม่เคยเลือนไปจากใบหน้าแม้เพียงครั้ง

 

‘มิโดริยะ อิซึคุ’ (Izuku Midoriya) นับถือออลไมท์เป็นไอดอล เขามักจะดูคลิปวิดีโอนี้ด้วยดวงตาเป็นประกายเสมอ ทว่าวันนี้ประกายตาที่ควรจะสดใสของเด็กชายกลับถูกบดบังด้วยน้ำตา หลังจากเขาเข้ารับการตรวจร่างกายและรับรู้ว่าตนเองนั้น ‘ไร้อัตลักษณ์’

 

สองนิ้วป้อม ๆ ชี้ไปที่ ‘ออลไมท์’ ในจอ มิโดริยะพยายามฉีกยิ้มให้กว้างเท่า ๆ กับที่ออลไมท์ทำ เด็กชายหันมาหาผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ยิ้มทั้งที่น้ำตานองหน้า เขาเอ่ยคำถามที่เปี่ยมความหวังออกมาแม้จะเพิ่งถูกพรากมันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

 

“เขาช่วยเหลือผู้คนโดยรอยยิ้มไม่หายไปจากใบหน้าเลย ผมน่ะ…ผมจะเป็นแบบนั้นได้ไหม”

 

/ บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในแอนิเมชัน My Hero Academia /

 

เด็กชายไร้อัตลักษณ์

ในโลกที่มิโดริยะ อิซึคุอาศัย ผู้คนมากมายต่างเกิดมาพร้อมกับ ‘อัตลักษณ์’ บางอย่าง ที่สืบทอดกันมาโดยสายเลือด บ้างก็เข้มข้น บ้างเป็นอัตลักษณ์ที่ถูกเชิดชูว่าดี และบ้างเป็นประโยชน์ ส่วนอัตลักษณ์ของบางคนกลับอ่อนแอและแทบไร้พลังในการต่อสู้ อัตลักษณ์คือสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด และกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพฮีโร่ อาชีพที่มีไว้เพื่อปราบ ‘วิลเลิน’ และเป็นความฝันของเด็กแทบทุกคน

 

ขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันกับมิโดริยะเริ่มค้นพบและหัดใช้อัตลักษณ์ระเบิด บ้างก็กำลังลอยตัวกลางอากาศ บ้างมีหางงอกออกมา บ้างสามารถอ่านใจคนได้เพียงแค่สัมผัส แต่มิโดริยะที่กระตือรือร้น รอคอยให้อัตลักษณ์ของตัวเองปรากฏกว่าใคร ๆ กลับไม่เคยได้พบกับความรู้สึกนั้น

 

“เขาไม่มีอะไรพิเศษเลย ใช่, หมอนั่นไร้อัตลักษณ์ เขามันไร้ประโยชน์”

 

คือคำที่ ‘บาคุโก คัตสึกิ’ (Katsuki Bakugo) หรือ ‘คัตจัง’ เพื่อนสมัยเด็กของมิโดริยะบอกกับคนอื่น ๆ หลังจากรู้ว่ามิโดริยะไร้อัตลักษณ์โดยสิ้นเชิง บาคุโกมองมาที่มิโดริยะด้วยสายตาเหยียดหยาม และเรียกล้อชื่อของมิโดริยะ อิซึคุว่า ‘เดกุ’ นับจากนั้น

 

‘เดกุ’ แปลว่าไร้ประโยชน์

 

การจะเป็นฮีโร่ต้องมีอัตลักษณ์ มิโดริยะและบาคุโกรู้เรื่องนั้นดี คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน หากไม่มีอัตลักษณ์ก็ไม่สามารถเป็นฮีโร่ได้ หากไม่มีอัตลักษณ์ สิ่งที่ทำได้มีเพียงดิ้นรนใช้ชีวิต และรอคอยให้ฮีโร่มาช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาเท่านั้น แม้จะฟังดูโหดร้าย แต่ในสายตาของใครหลาย ๆ คน การไร้อัตลักษณ์ก็เท่ากับไร้ประโยชน์

 

ผมจะเป็นแบบนั้นได้ไหม

มิโดริยะอยากเป็นอย่างออลไมท์ แม้จะไร้อัตลักษณ์ แต่เขาก็ไม่เคยหมดความหวัง ตั้งแต่เด็กจนโตที่เขาคอยสังเกตอัตลักษณ์ของฮีโร่คนอื่น ๆ และเฝ้าฝันที่จะเป็นฮีโร่ให้ได้ ความฝันที่เกินตัวและบุคลิกที่ดูอ่อนแอ ทำให้มิโดริยะถูกกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา โดยมีบาคุโก เพื่อนสมัยเด็กเป็นหัวโจก

 

“ไอ้โง่! ทำไมถึงวิ่งเข้ามาแบบนั้น”

 

“ก็เพราะนายดูเหมือนกำลังอยากให้ช่วย”

 

ท่ามกลางความอลหม่านในสถานการณ์วิลเลินบุก บาคุโกถูกจับตรึงไว้ในไขหนืดเหนียวของวิลเลิน ความหนืดเหนียวของมันที่พันรอบทั้งมือและเท้าทำให้เขาใช้อัตลักษณ์ระเบิดไม่ได้ ท่ามกลางผู้คนที่ต่างวิ่งหนีออกให้ห่าง และคาดหวังว่าฮีโร่สักคนจะมายังที่แห่งนั้นและจัดการปัญหาให้แล้วสิ้นเหมือนทุกที มิโดริยะกลับไม่รอ เด็กชายใบหน้ามีกระ ตัวเล็ก และดูอ่อนแอกำลังฉีกยิ้มทั้งที่กลัวจนขาเริ่มสั่น

 

เขาวิ่งเข้าใส่วิลเลินทั้งที่ตัวเองไร้อัตลักษณ์ ใช้ไหวพริบเท่าที่มีเปิดช่องให้บาคุโกมีโอกาสใช้พลังของตัวเองตอบโต้กับวิลเลิน และถ่วงเวลาจนออลไมท์มาช่วยพวกเขาเอาไว้ได้ในที่สุด

 

แม้การกระทำของมิโดริยะจะไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่อะไรมากไปกว่าถูกฮีโร่หลาย ๆ คนต่อว่าที่ทำอะไรโดยพลการ แต่ออลไมท์กลับเล็งเห็นแววบางอย่างในตัวเด็กชายที่เป็นแฟนคลับของตน

 

“ออลไมท์น่ะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะช่วยเหลือผู้คนด้วยรอยยิ้มเสมอ ผมอยากเป็นฮีโร่แบบนั้น

 

“ผมจะเป็นแบบนั้นได้ไหม”

 

ในวันเดียวกันนั้นเอง ออลไมท์ตัดสินใจว่าเขาจะถ่ายทอด ‘วันฟอร์ออล’ พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างตัวเองให้กับมิโดริยะ เด็กชายไร้อัตลักษณ์ที่ไม่ได้มีความพิเศษอื่นใด นอกจากใจที่ต้องการช่วยเหลือผู้คน

 

“นายก็เป็นได้นะ ฮีโร่น่ะ”

 

เดกุที่แปลว่าทำได้

แม้ออลไมท์จะยินดีมอบพลังของตนให้ แต่การได้มาซึ่งอัตลักษณ์ที่มิโดริยะโหยหามาทั้งชีวิตก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างใจคิด ทุกเช้าและเย็นนอกเวลาเรียน เขาต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับพลังของออลไมท์ เขาฝึกหนักโดยมีไอดอลของเขาคอยกรุยทางให้จนค่อย ๆ มีความพร้อมมากขึ้น

 

มิโดริยะได้รับพลังของออลไมท์ แต่นั่นไม่อาจทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ที่แข็งแกร่งได้ในพริบตา ในช่วงแรกนั้น ‘วันฟอร์ออล’ ช่วยเขาได้แค่ทำให้มิโดริยะได้เข้าเรียนในโรงเรียนฮีโร่ที่เขาเคยวาดฝันไว้ โดยแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงทันทีที่ใช้มัน

 

รอยแผลบนร่างกายมิโดริยะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขาใช้วันฟอร์ออล หากเจ้าตัวกลับไม่ได้นึกท้อใจ ไม่นาน จากเด็กหนุ่มที่ไม่มีความโดดเด่นใด ๆ จนถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนฮีโร่มองด้วยความเคลือบแคลง มิโดริยะกลายเป็นความอุ่นใจบางอย่างที่เหล่าฮีโร่ฝึกหัดล้วนมองหา ความพยายามที่จะเอาชนะขีดจำกัดของร่างกายและเรียนรู้อัตลักษณ์ที่ไม่แน่นอนของเขาเติมเชื้อไฟให้นักเรียนคนอื่น ๆ อยากก้าวไปข้างหน้าให้ไวและมั่นคงยิ่งขึ้น 

 

ครั้งหนึ่งที่คำพูดของมิโดริยะทำให้ โทโดโรกิ โชโตะ (Shoto Todoroki) ลูกชายของเอนเดเวอร์ (Endeavor) เด็กหนุ่มที่ฝังใจกับพลังไฟที่ได้รับมาจากพ่อ และตั้งใจว่าจะไม่ใช้อัตลักษณ์นั้นเด็ดขาด ยอมรับในตัวเอง และเปิดใจให้คนอื่น ๆ มากขึ้นได้

 

จากวันที่แทบไร้ความหวังและโดนดูถูกว่าไร้ประโยชน์ อุราระกะ โอชาโกะ (Ochako Uraraka) นักเรียนหญิงที่ร่วมชั้นกับมิโดริยะกลับยิ้มเมื่อได้ยินชื่อ ‘เดกุ’ ของมิโดริยะ เพราะสำหรับเธอ เดกุไม่ได้มีความหมายในแง่ลบอย่างที่บาคุโกตั้งให้ แต่กลับมีความหมายที่เข้ากันได้ดีกับตัวตนของเด็กหนุ่ม

 

“อิซึคุน่ะเป็น ‘เดกุ’ ชนิดที่ ‘ทำได้’ ต่างหาก”

 

การช่วยเหลือในโลกที่บิดเบี้ยว

เพราะคำพูดของอุราระกะ ทำให้มิโดริยะตัดสินใจใช้ชื่อฮีโร่ของตัวเองว่า ‘เดกุ’ เขาฝึกหนักในโรงเรียน และช่วยเหลือคนอื่นในฐานะฮีโร่ฝึกหัดทุกครั้งที่สบโอกาส

 

หลายครั้งที่มิโดริยะพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเขา ‘ทำได้’ เขาเองก็เป็นฮีโร่ที่ช่วยเหลือผู้คนด้วยรอยยิ้มได้เช่นเดียวกับออลไมท์ แต่อีกหลายครั้งคลื่นความจริงก็ซัดเขาโครมใหญ่ เขาช่วยทุกคนไม่ได้ คนเพียงคนเดียวไม่สามารถแบกโลกทั้งใบไว้ได้ด้วยสองบ่า แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นออลไมท์ก็ตาม

 

สังคมฮีโร่นั้นซับซ้อนไปด้วยความต่างของนิยามความถูกต้อง การบูชาตัวบุคคล ความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากอัตลักษณ์ และปัญหาต้นทางอีกมากมายที่กลายเป็นปัญหาเชิงรูปธรรม คือการอาละวาดของตัวร้ายหรือวิลเลิน

 

ท่ามกลางการต่อสู้และเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นในทุกอาร์ค บอกได้ยากว่าสุดท้ายแล้ว โฮริโคชิ โคเฮย์ (Kohei Horikoshi) ผู้เขียนเรื่องนี้จะนำพาเรื่องราวให้ไปลงเอยที่จุดใด 

 

การ ‘ช่วยเหลือผู้คนด้วยรอยยิ้มเสมอ’ ที่มิโดริยะยึดถือนั้น จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าที่ออลไมท์สัญลักษณ์แห่งสันติภาพเคยทำไว้ได้หรือไม่ รอยยิ้มบนใบหน้าของมิโดริยะอาจจะเลือนหายในวันที่ต้องส่งต่ออัตลักษณ์ ‘วันฟอร์ออล’ ให้กับรุ่นถัดไปเช่นเดียวกับออลไมท์ หรืออาจมีเหตุการณ์ใดที่เหนือความคาดคิดของคนดูอีกก็เป็นได้

 

เรื่อง: จิรภิญญา สมเทพ


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

56 ปีแห่งความรัก กับที่มาเพลง ‘หยาดเพชร’ ที่ ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ร้องขอความรักจาก ‘เพชรา เชาวราษฎร์’

พระคริสต์และองค์กฤษณะ เบื้องหลังเพลง ‘My Sweet Lord’ ของ ‘จอร์จ แฮร์ริสัน’ คือเหล่าทวยเทพ

วินสตัน กรูม : ผู้เขียน ‘ฟอร์เรสต์ กัมป์’ นิยายเสียดสี ที่ซ่อนความวุ่นวายไว้ใต้สายตาของ ‘คนโง่’

เบื้องหลังการคืนชีพ “ไดโนเสาร์” จากโชว์ “Walking with Dinosaurs”

“ฟ้าใส” ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 “ฤทัยประชาชาวเน็ต”

คาเมรอน ดิแอซ การค้นพบชีวิตที่ “สงบสุข” เพราะ “เลิกเล่นหนัง”

แจ้-ดนุพล แก้วกาญจน์: ปรากฏการณ์ ‘ตายทั้งเป็น’ สู่บทเพลงที่ ‘ไม่มีวันตาย’

โยดา จากครูสอนแทน สู่สัญลักษณ์การมองเห็นภายใน