Post on 19/05/2022

เจาะเบื้องลึก DESTINY TOKEN จาก Kubix ที่จะเปลี่ยน ‘ผู้ชม’ เป็น ‘นักลงทุน’ ใน ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ เมื่อภาพยนตร์ไม่ได้มีไว้แค่ดู!!

ยุคดิจิทัลได้พลิกโฉมโลกของการ ‘ลงทุน’ ให้เปลี่ยนไปอย่างมากมาย และเราได้เห็นการลงทุนรูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หนึ่งในนั้นก็คือ DESTINY TOKEN จากบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด หรือ Kubix ที่จะเปิดให้นักลงทุนทุกท่านได้จองซื้อกันในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ผ่าน Kubix Mobile Application ซึ่งเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการลงทุนของไทยเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นโทเคนจากภาพยนตร์ชื่อดัง ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ที่จะเปลี่ยน ‘ผู้ชม’ เป็น ‘นักลงทุน’ โดยความน่าสนใจนอกจากผลตอบแทนในรูปแบบของตัวเงิน และมูลค่าโทเคนที่คงที่แล้ว มากกว่านั้น คือ ประสบการณ์จากสิทธิประโยชน์สุด Exclusive ที่หาซื้อจากไหนไม่ได้

DESTINY TOKEN เป็นโทเคนดิจิทัล จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ที่ทาง Kubix ออกมาเป็นตัวแรกในฐานะผู้ประกอบธุรกิจให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) เพื่อให้เป็นการลงทุนในภาพยนตร์ดังกล่าว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Invest Earn Experience การผสานระหว่างโทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token) และโทเคนสิทธิประโยชน์ (Utility Token) ให้นักลงทุนได้ใช้ชีวิตสุด Exclusive และมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยตัวโทเคนมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  • I am Glad Token จำนวน 15,559 โทเคน มูลค่าเสนอขาย 5,559 บาทต่อโทเคน
  • I am Delighted Token จำนวน 459 โทเคน มูลค่าเสนอขาย 155,559 บาทต่อโทเคน
  • I am Happy Token จำนวน 69 โทเคน มูลค่าเสนอขาย 1,555,559 บาทต่อโทเคน

เมื่อภาพยนตร์ไม่ได้มีไว้แค่ดู

อภิญญา เรืองทวีคูณ Managing Director ของ Kubix เล่าว่า การดีไซน์ให้ DESTINY TOKEN เป็นโทเคนดิจิทัลที่ลงทุนในภาพยนตร์ เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของ Kubix จะเน้น Invest Earn Experience และการออกโปรดักท์ใหม่ ดังนั้นการสร้างให้นักลงทุนเข้าใจได้ง่ายเป็นสิ่งสำคัญ  จึงเริ่มต้นที่ภาพยนตร์ เพราะมีความใกล้ตัว คนสนใจ และด้วยตัวหนังบุพเพสันนิวาสเองมีความแมส มีคนรู้จัก เข้าถึงคนได้ง่าย จึงเป็นการตอบโจทย์ซึ่งกันและกัน

โดย DESTINY TOKEN ทั้ง 3 ประเภทไม่ว่าจะเป็น I am Glad, I am Delighted และ I am Happy Token จะให้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินเหมือนกัน นั่นคือ จะได้รับเงินผลตอบแทนพื้นฐาน 2.99% ต่อปี พร้อมสิทธิ์รับคืนเงินต้นเมื่อครบอายุโครงการ และผลตอบแทนพิเศษเพิ่มอีก 2.01% ต่อปี เมื่อภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ มีรายได้ Thailand Box Office ทั่วประเทศตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมแล้วการลงทุนในโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนที่ 5%ต่อปี

นอกจากนี้ด้วยความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นในการแนะนำ DESTINY TOKEN ให้นักลงทุนเข้าใจได้ง่าย จึงดีไซน์ให้โทเคนมีลักษณะคล้ายกับหุ้นกู้ คือ มีมูลค่าคงที่ เป็นการลงทุนระยะสั้น ไม่เกิน 2 ปี เมื่อครบกำหนดผู้ออกโทเคนจะจ่ายผลตอบแทนและเงินต้นคืนเต็มจำนวน

น่าสนใจไปมากกว่านั้น มีการให้สิทธิพิเศษแบบ Exclusive ที่หาได้เฉพาะการลงทุนใน DESTINY TOKEN เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น  

  • I am Glad Token จะได้รับเสื้อทีเชิ้ตและโปสการ์ดคอลเลคชั่นพิเศษจาก บุพเพสันนิวาส ๒, บัตรชมบุพเพสันนิวาส ๒ รอบก่อนใครในวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 จำนวน 2 ที่นั่ง
  • I am Delighted  Token จะได้รับแสตมป์และเสื้อคอปกคอลเลคชั่นพิเศษจาก บุพเพสันนิวาส ๒ , บัตรชมบุพเพสันนิวาส ๒ รอบพิเศษก่อนใคร พร้อมกับร่วมกิจกรรมในโรงภาพยนตร์กับทีมงานผู้กำกับและนักแสดงนำ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 จำนวน 2 ที่นั่ง, ปรากฏชื่อในเครดิตท้ายภาพยนตร์ในฐานะ Special Destiny Executive Producer รวมถึงดิจิทัลโปสเตอร์ภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒
  • I am Happy Token ร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันพร้อมผู้กำกับและนักแสดงนำ, ถ่ายภาพที่ระลึก และชมภาพยนตร์รอบ World Premiere ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 จำนวน 2 ที่นั่ง, ได้รับแสตมป์และเสื้อคอปกคอลเลคชั่นพิเศษจาก บุพเพสันนิวาส ๒, ปรากฏชื่อในเครดิตท้ายภาพยนตร์ในฐานะ Special Destiny Executive Producer, รวมถึงดิจิทัลโปสเตอร์ภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ที่มีชื่อผู้ถือโทเคน


ทั้งหมดเป็นสิทธิประโยชน์ที่จะให้มอบให้กับผู้ถือโทเคนต่อหนึ่งเหรียญ หมายความว่า ถ้าลงทุนมากกว่า 1 เหรียญก็จะได้สิทธิพิเศษคูณเพิ่มเข้าไป ยกเว้นการปรากฏชื่อในฐานะ Special Destiny Executive Producer ที่จะขึ้นเพียงชื่อเดียว โดยตามเกณฑ์กำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. นักลงทุนทั่วไปจะสามารถลงทุนในโทเคน I am Glad และ I am Delighted (ลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาท รวมทุกโทเคน) ส่วนนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (บุคคลธรรมดาที่มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 70 ล้านบาทขึ้นไป หรือผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 25 ล้านบาทขึ้นไป) จะสามารถลงทุนได้ในทุกโทเคน (ลงทุนได้ไม่จำกัดมูลค่า)

 


ไม่ใช่ Cypto ไม่ต้องกลัวติดดอย

ขณะที่ ญาณวิทย์ รักษ์ศรี Managing Director ของ Kubix ย้ำว่า DESTINY TOKEN เป็นโทเคนดิจิทัล ที่เป็นการลงทุนรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ Cryptocurrency ที่มีความผันผวนในเรื่องของราคาและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงในการลงทุน โดยข้อดีของ DESTINY TOKEN คือ ถูกดีไซน์ให้ใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้นกู้ ได้แก่ เป็นการลงทุนระยะสั้น ราคาไม่ผันผวน มีความเสี่ยงต่ำ เมื่อจบระยะเวลาการลงทุนจะได้ผลตอบแทนและเงินต้นคืนเต็มจำนวน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว ‘ติดดอย’ เหมือนกับการลงทุนใน Cryptocurrency เหมาะกับผู้ที่อยากทดลองการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงของ Cryptocurrency

ที่สำคัญน่าสนใจกว่าการลงทุนทั่วไป เพราะเป็นการลงทุนแบบ ROI (Return On Investment) และ BOI (Benefit On Investment) ให้ผลตอบแทนทั้งรูปแบบตัวเงิน และให้ Benefit ในรูปแบบของประสบการณ์ที่ตีเป็นมูลค่าได้ง่ายหรือเงินอาจไม่สามารถซื้อได้ เช่น การได้ปรากฏชื่อใน end credit ในฐานะ Special Destiny Executive Producer, การได้พบปะหรือร่วมรับประทานอาหารกับผู้กำกับ และนักแสดง เป็นต้น

สิ่งที่ Kubix พยายามจะนำเสนอ คือเราเน้น Invest Earn Experience ให้การลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว ได้ประโยชน์มากกว่าตัวเงินที่ลงไปด้วยการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ผ่านการผสมผสาน Digital Asset Investment x Lifestyle ในอนาคตเราอาจสร้างโทเคนลงทุนใน entertainment รูปแบบอื่น หรือ retail เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป”

ทั้งนี้ DESTINY TOKEN จะเปิดให้จองในวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ทางแอป Kubix ส่วนผู้จะจองได้นั้น ต้องเป็นคนไทยอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย และแอป K Plus จากนั้นเปิดใช้บริการ NDID (National Digital ID-ยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัล)ผ่าน K Plus สุดท้าย อย่าลืมโหลดแอป Kubix และลงทะเบียนให้เรียบร้อย เท่านี้คุณก็สามารถร่วมลงทุนใน DESTINY TOKEN สินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าลงทุนที่สุดของยุค ได้เงินด้วย ได้ประสบการณ์ด้วย พลาดไม่ได้จริง ๆ

ดาวน์โหลดแอป Kubix: https://bit.ly/3yHCAHz

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม: www.facebook.com/Kubix.DigitalAsset

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

 


Related

ไมเคิล พรีสแมน : ผู้ก่อตั้ง ‘Everlane’ แบรนด์เสื้อผ้าสาย sustain ที่ยอมเปิดเผยต้นทุนไปจนถึงแหล่งผลิตสินค้า

เซจิ ซึซูมิ: ชนชั้นสูงที่ให้กำเนิด MUJI แบรนด์สุดเรียบง่าย แต่มูลค่าแสนล้าน

เดวิด โจว : เส้นทางความสำเร็จ Pomelo ที่เกิดจากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เข้าใจลูกค้า และพร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ

โอ๊ตและโอ๊ตซึ: เที่ยวจนเป็นร้าน ‘DROP BY DOUGH’ โดนัทมีไส้ สอดใส่การเดินทาง

เมื่อตลาดความงามสิ้นมนต์ขลัง ‘เรฟลอน’ จาก 90 ปีแห่งความรุ่งเรือง ก่อนดิ่งสู่หายนะ ‘วันที่ยื่นล้มละลาย’

ซาโตชิ นากาโมโตะ: อัจฉริยะผู้มั่งคั่งและลึกลับแห่ง Bitcoin

Rohan Seth พ่อที่สู้เพื่อลูก และสร้าง Clubhouse เป็นโลกใหม่ของการสื่อสารให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ด้านมืดอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า เมื่ออำนาจ – ความโลภ – ละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้แรงงานเด็กรุนแรงมากกว่าเดิม