Post on 08/04/2020

ไดมอน มิจิโกะ แห่ง Doctor-X หมอหญิงสุดแกร่ง ผู้ฝ่าทุกดราม่าการเมืองวงการหมอเพื่อคนไข้

(ภาพ: Netflix)

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสร้างซีรีส์เกี่ยวกับแวดวงการแพทย์ได้เก่งฉกาจ แทบทุกเดือนต้องมีออกอากาศเป็นประจำ และแทบทุกเรื่องมักทำเรตติงถล่มทลายเสมอ แต่ถ้าถามว่าเรื่องไหนได้รับความนิยมและติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนสูงสุด Doctor-X น่าจะเป็นคำตอบแรก ๆ ที่ผู้คนนึกถึง เพราะหลังออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2012 ปัจจุบันก็ยังสามารถยืนระยะการฉายมาจนถึงซีซันที่ 6 ซึ่งจบไปเมื่อช่วงปลายปี 2019

การที่ซีรีส์ญี่ปุ่นสักเรื่องจะมีอายุยาวนานขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หากไม่ปังจริง ถ้าวัดจากเรตติงอย่างเดียว Doctor-X ถือว่าให้ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก ช่วงพีคเคยทำเรตติงเฉลี่ยต่อซีซันสูงสุดที่ 22.98 และต่อให้เรตติงเฉลี่ยต่ำสุดก็แค่ 18.39 เท่านั้น ถือว่าสูงกว่าซีรีส์ดัง ๆ หลายเรื่องเสียอีก นอกจากนี้ ยังเคยมีตอนพิเศษความยาว 2 ชั่วโมงออกอากาศเพิ่มอีก 1 ตอนเมื่อปี 2016 และทำเรตติงได้สูงถึง 22.0 (ชมซีรีส์ทั้ง 6 ซีซัน จำนวน 59 ตอนได้ทาง Netflix ยกเว้นแค่ตอนพิเศษตอนเดียว)

จะไม่ให้เรตติงถล่มทลายได้อย่างไร ในเมื่อ Doctor-X มาพร้อมบันเทิงสุดจี๊ดจ๊าด และความสนุกสนานน่าติดตามของตัวเรื่อง ที่สำคัญยังสร้างตัวละครเอกอย่างแพทย์อิสระ ไดมอน มิจิโกะ ให้กลายเป็นตัวละครที่คนดูรักและเอ็นดู ไม่ว่าเธอจะทำตัวอย่างไรเราก็เกลียดไม่ลง

(ภาพ: Netflix)

ไดมอน มิจิโกะ คือศัลยแพทย์ฟรีแลนซ์รับจ๊อบผ่าตัดให้กับโรงพยาบาลที่พร้อมจ่ายค่าจ้างมโหฬาร ฝีมือของเธอยอดเยี่ยมถึงขนาดว่าต่อให้ต้องผ่าตัดคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงเกินเยียวยา ต่อให้อาจารย์หมอคนอื่นจะถอดใจในตัวคนไข้ไปแล้วก็ตาม แต่เธอกล้ายืนยันว่าสามารถรักษาคนไข้ให้หายดีได้แน่นอน เพราะเธอ “ไม่มีวันพลาด” อาจฟังดูเหมือนขี้โม้ แต่เธอไม่เคยพลาดจริง ๆ

แถมบ่อยครั้งมิจิโกะยังคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าอาการของคนไข้จะทรุดอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอจำนวนมากไม่คาดคิดมาก่อน และกว่าจะคิดได้ก็เกือบสายเกินไป เมื่อฝีมือของเธอเทพขนาดนี้ย่อมมีคนอยากได้ตัวไปทำงานด้วยเป็นธรรมดา เพราะเธอสามารถยกระดับคนทั้งองค์กรให้สูงขึ้นได้ง่าย ๆ

แต่ปัญหาคือในช่วงปี 20xx ระบบการแพทย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอันศักดิ์สิทธิ์กำลังตกอยู่ในวิกฤต เข้าสู่ภาวะเสื่อมถอย ระบบที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลับคืนสู่กฎแห่งความป่าเถื่อน ทุกโรงพยาบาลที่มิจิโกะไปทำงานด้วยมักจะมีปัญหาแบบเดียวกันคือ หมอที่ควรจะให้ความสำคัญกับการรักษาคนไข้ กลับไม่รับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง ทว่าหมกมุ่นกับการเลียแข้งเลียขาเจ้านาย และเลื่อยขาเก้าอี้คนอื่น แถมบางครั้งยังเอาชีวิตของผู้ป่วยมาใช้เป็นบันไดไปสู่ความยิ่งใหญ่อย่างไร้จรรยาบรรณ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางก๊วนหมอที่ฝักใฝ่ลาภยศ มิจิโกะผู้เปรียบเสมือนหมาป่าเดียวดายกลับชิงชังอำนาจ กฎข้อบังคับต่าง ๆ ในองค์กร และการเฮโลตาม ๆ กันไปของบรรดานายแพทย์ (“ถูกครับนาย” “ใช่ครับผม”) อาวุธฉายเดี่ยวของเธอคือใบประกอบวิชาชีพและทักษะที่มี

มิจิโกะผู้มีฉายาว่า #ดอกเตอร์เอ็กซ์ ปฏิเสธการทำงานทุกอย่างที่ไม่ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ เธอไม่เขียนงานวิจัย ไม่เก็บความลับว่าใครเป็นชู้กับใคร จะออกจากงานทันทีที่นาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็น และถ้าต้องทำงานเกินเวลา เธอจะเรียกค่าจ้างแพงหูฉี่ แต่ทุกครั้งนายจ้างของเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้

ท่ามกลางการโดนเยาะเย้ย โดนถากถาง และถูกเพ่งเล็งจากหมอผู้ใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับพิธีกรรมเปลือกนอก แต่มิจิโกะก็แข็งแกร่งพอจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างปลอดภัย เพราะฝีมือของเธอคือของจริง และทีละน้อย ๆ เธอยังทำให้หมอหลายคนได้สติกลับมาว่า หน้าที่ของคนเป็นหมอแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

ผู้รับบทเป็น ไดมอน มิจิโกะ คือ เรียวโกะ โยเนะคุระ (Ryoko Yonekura) เธอใช้เวลาหลายปีในวงการรับบทสมทบในหนังและซีรีส์หลายเรื่อง ไต่เต้าอยู่นานกว่าจะได้รับบทนำใน Doctor-X และเมื่อได้รับโอกาส เธอก็ใช้มันอย่างคุ้มค่า กลายร่างเป็น ไดมอน มิจิโกะ ได้สมบูรณ์แบบแล้วโด่งดังเป็นพลุแตก

ด้านหนึ่งของมิจิโกะ เธอคือหมอขั้นเทพ มั่นใจในฝีมืออันเฉียบคม แต่เมื่อเธอถอดชุดกาวน์ออก จากหมอสุดมั่นก็กลายเป็นคนสุดโก๊ะ เมื่ออยู่นอกโรงพยาบาล เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเข้าผับบาร์ ชอบกินของอร่อย ชอบแช่น้ำร้อน แม้จะชอบเล่นไพ่นกกระจอกแต่เล่นทีไรก็ไม่เคยชนะ และบ่อยครั้งยังเป็นคนหัวอ่อนถึงขั้นตามคนไม่ทัน ความไม่เลิศเลอเพอร์เฟกต์นี้แสดงให้เห็นว่า ต่อให้เธอจะเป็นหมอขั้นเทพ แต่เธอก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่คนดูจำนวนมากสามารถเทียบเคียงและมีอารมณ์ร่วมไปด้วยได้

ฉากขายประจำซีรีส์ Doctor-X ที่ไม่ว่าจะตอนไหนหรือซีซันไหนล้วนต้องมี คือฉากการเดินขบวนตรวจเยี่ยมคนไข้ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สำหรับให้หมอแต่ละคนเดินวางมาดเข้มใส่คนในโรงพยาบาล โดยมีผู้อำนวยการและบรรดาอาจารย์หมอนำทัพ ในขบวนนั้นจะไล่ลำดับความอาวุโสของหมอแต่ละคนเรียงจากมากไปน้อย แต่แทบทั้งนั้นมักจะเต็มไปด้วยหมอไร้ฝีมือ หมอที่เก่งการทำวิจัยแต่ไม่เคยจับมีดผ่าตัด หมอที่ไม่ทำอะไรแต่ดันส้มหล่นได้หน้าได้ตำแหน่ง หมอที่ขโมยผลงานผู้อื่นมาเป็นผลงานของตัวเอง หมอที่หนีคนไข้ไม่ยอมรักษา หมอที่ห่วงภาพลักษณ์มากกว่าความถูกต้อง และอื่น ๆ อีกสารพัด

กระนั้น เรากลับไม่เคยเห็นมิจิโกะออกมาร่วมเดินขบวนด้วยเลย “มันคือการแสดงอำนาจของอาจารย์หมอห่วย ๆ” และเธอมักจะเดินสวนฝูงชนโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ เพราะเธอถือว่าการเล่นการเมืองแบบนี้ไม่ได้ใช้ใบประกอบอาชีพ และไม่ได้ใช้ทักษะด้านการรักษาคนไข้อย่างสมเหตุสมผล แม้อาจารย์หมอบางคนจะพูดว่าการออกรอบตรวจคนไข้ ถือเป็นการแสดงความห่วงใยคนไข้ แต่จริง ๆ แล้วหมอเหล่านั้นแค่อ้าปาก ใครต่อใครก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าลึก ๆ ในใจคิดอย่างไรกันแน่

อีกฉากที่ขาดไม่ได้ของ Doctor-X คือฉากการประชุมหมอทั้งโรงพยาบาลว่าจะผ่าตัดคนไข้รายสำคัญ ๆ อย่างไร และจะมอบหมายหน้าที่ผ่าตัดให้ใคร คนไข้เหล่านั้นมักจะเป็นคนดัง มีหน้ามีตาในสังคม และมีเงินมหาศาล แต่พวกเขากลับป่วยเป็นโรคร้ายแรงยากจะรักษา เมื่อหมอคนหนึ่งเสนอไอเดียว่าจะรักษาคนไข้ด้วยวิธีการที่เหมือนจะดี แต่มักจะโดนมิจิโกะแย้งเสมอว่าเธอมีวิธีการที่ดีกว่า (ยากกว่า) และสามารถช่วยเหลือคนไข้ให้หายป่วยได้จริง ๆ

ทว่าบรรดาหมอไร้ฝีมือกลับไม่ยอมเชื่อมิจิโกะ มองว่าเธอทำตัวน่ารำคาญ และเป็นตัวปัญหาเสียมากกว่า ก่อนที่เหตุการณ์จะพลิกผันเมื่อการดื้อแพ่งไม่ยอมผ่าตัดตามวิธีของมิจิโกะ ส่งผลให้คนไข้อาการแย่ลง และท้ายที่สุดเธอต้องรักษาคนไข้ด้วยมือตัวเองทุกครั้งไป

Doctor-X ขับเน้นให้เห็นว่าการเมืองภายในโรงพยาบาลกัดกินวงการสาธารณสุขจนฟอนเฟะเพียงใด และปัจจุบันเหลือหมอเพียงน้อยนิดที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนไข้มาก่อนสิ่งอื่นใด ถือเป็นจุดเด่นของซีรีส์ที่แตกต่างไปจากซีรีส์ทางการแพทย์เรื่องอื่น ๆ ของญี่ปุ่น และต่อให้มีเรื่องไหนที่เล่นประเด็นคล้ายคลึงกัน แต่ยากจะหาเรื่องไหนที่แตกประเด็นได้สดใหม่และคมคายเท่าเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม Doctor-X ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ต่อให้ ไดมอน มิจิโกะ เก่งแค่ไหน แต่ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว มิจิโกะอาจเป็นศัลยแพทย์มือฉมัง แต่การผ่าตัดคือการทำงานเป็นทีม จำเป็นต้องพึ่งพาคนจำนวนมาก ทั้งหมอผู้ช่วย หมอดมยาสลบ เหล่านางพยาบาล เป็นต้น ลำพังหมาป่าเดียวดายอย่างเธอไม่สามารถรักษาคนไข้ให้หายดีได้ และหากปราศจากการช่วยเหลือของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหมออ่อนหัด หมอที่เธอเกลียด และหมอที่เกลียดเธอ บางทีเธออาจไม่สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันไม่มีวันพลาด” ก็เป็นได้

ตอนจบของ Doctor-X แต่ละตอน มักขึ้นข้อความบอกว่า นี่คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่เมื่อดูแล้วกลับมีหลายอย่างในซีรีส์ที่ทับซ้อนกับชีวิตจริงไม่น้อย เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับโรคที่ยากจะรักษา หมอคือความหวังสุดท้ายของคนไข้ว่าจะช่วยรักษาพวกเขาให้หายดีดังเดิม แต่บ่อยครั้งกลับมีปัจจัยแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทางการเมืองทั้งจากภายในและภายนอก ส่งผลให้หมอไม่สามารถดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มกำลัง ผลักสถานการณ์ให้เข้าใกล้วิกฤตไปทุกขณะ

การจะเอาชนะโรคภัยได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกัน ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนไม่อาจแก้ไขได้อีก และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้ ไดมอน มิจิโกะ จะมีตัวตนอยู่จริง ๆ เธอก็ไม่อาจช่วยชีวิตเราทุกคนไว้ได้ทัน

 

ที่มา

https://www.netflix.com/th-en/title/81166179

http://asianwiki.com/Doctor-X

https://wiki.d-addicts.com/Doctor_X_~_Gekai_Daimon_Michiko

 

เรื่อง: ปารณพัฒน์ แอนุ้ย

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

มารายห์ แครี่ กับเบื้องหลัง ‘All I Want for Christmas Is You’ เพลงชาติวันคริสต์มาสที่มาจากความทรงจำอันหวานขม และเกือบจะไม่ได้ทำ!

คานเย เวสต์ จากแรปเปอร์ตัวพ่อสู่การเป็น Yeezus เส้นทางแฟชันที่มี Yeezy เป็นเดิมพัน

เฮนรี โกลดิง เมื่อหนุ่มเอเชียบุกฮอลลีวูด

โรเบิร์ต เรดฟอร์ด ดาราดังกับชีวิตที่คนรักมักตายจาก การสูญเสียลูก, พ่อบ้านตัวอย่าง และมิตรภาพในฮอลลีวูด

Aladdin: การกลับมาของเจ้าหญิงจัสมิน จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงสมัยใหม่  

The Platform: หนังในเทรนด์ “Eat the Rich” คุกแนวตั้ง สะท้อนถึงยุคสมัยวิกฤต

ยาคุโมะ ฮิบิกิ แห่ง Dr.DMAT ใช้ไหวพริบดัดแปลงอุปกรณ์แพทย์เพื่อรักษาผู้ประสบภัย

เดอะ แรม ปีศาจผู้อยู่เบื้องหลังความหลอนของแอนนาเบล