Post on 29/06/2021

พี่นัทพี่แนน Disney Club: แด่ความทรงจำในวัยเยาว์ ทุกเช้าวันเสาร์

หากใครมีช่วงชีวิตวัยเด็กในยุคคาบเกี่ยวระหว่าง 80s – 90s เช้าวันเสาร์และอาทิตย์คือช่วงเวลาทองของคุณหนู ๆ ที่ทุกคนต่างเฝ้าหน้าจอ ยอมลุกจากที่นอนโดยไม่เกียจคร้าน พร้อมจับจองรีโมทเพื่อนั่งดูทีวี ที่แม้ทางเลือกจะไม่เยอะเช่นปัจจุบัน แต่แทบทุกช่องก็ใช้ช่วงเวลานี้แย่งชิงเวลาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับชมการ์ตูนขวัญใจกันอย่างเต็มที่ ช่อง 9 ที่มี “ช่อง 9 การ์ตูน” ที่คัดสรรการ์ตูนญี่ปุ่นสุดฮิตในยุคนั้น อย่าง ดราก้อนบอล ให้เราได้ปล่อยพลังคลื่นเต่าของโกคู หรือช่อง 3 ก็ฟาดฟันด้วยพลังคอสโมกับเหล่านักรบชุดเกราะเซนต์เซยา ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของการ์ตูนต่อสู้ และการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่แม้จะผ่านเนินนานกว่า 30 ปีแล้ว เด็กยุคนั้นที่เป็นผู้ใหญ่จวบจนวันนี้ก็ไม่มีวันลืมเลือนได้ลง

หากแต่ในช่วงเวลานั้นเอง ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ กลับสร้างทางเลือกอีกทางให้กับคุณหนู ๆ ที่อยู่ในวัยเด็กเล็กกว่า ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนชื่อดังของค่ายในตำนานจากฟากฝั่งอเมริกานั่นคือ Disney จนช่วงเวลา 8 โมงเช้า ที่มาก่อนละครจักร ๆ วงศ์ ๆ เรื่องดัง เป็นช่วงเวลาสวรรค์ที่เราจะได้ชมการ์ตูนสั้นจบในตอนของเหล่า มิกกี้ / มินนี่ / โดนัลด์ดั๊ก / ชิปกับเดล ไปจนถึงหมีพูห์ ในรายการ Disney Club นั่นเอง

Disney Club คือรายการแนววาไรตี้ผสมการ์ตูนที่กลายเป็นตำนานหน้าหนึ่งของวงการโทรทัศน์ไทย ที่ช่อง 7 ได้ติดต่อซื้อลิขสิทธิ์กับค่ายยักษ์ Disney ในยุคที่ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับกฎหมายลิขสิทธิ์กันอย่างจริงจัง โดย Disney เองในช่วงเวลานั้นก็เพิ่งหลุดพ้นจากสภาวะขาดทุนจากหนังการ์ตูนที่เสื่อมความนิยม จนมีการแก้เกมและให้ความสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ดีสนีย์ในทั้งในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ด้วยการสร้างการ์ตูนฉายโรงที่ทั้งเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูดี อย่าง Oliver & Company (เหมียวน้อยโอลิเวอร์กับเพื่อนเกลอ,1988) ก่อนจะกลับมาโด่งดังถึงขีดสุดกับ เงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid, 1989) ที่เป็นจุดเริ่มของการสร้างตำนานเจ้าหญิงดิสนีย์อีกครั้ง โดยมีการใส่เนื้อร้องภาษาท้องถิ่นในประเทศนั้น ๆ เข้าไปด้วย

และเมื่อธุรกิจหนังโรงกลับมาสร้างเม็ดเงินให้อย่างมหาศาล ชื่อของดีสนีย์ก็กลับมาเรืองรองอีกครั้ง ค่ายดิสนีย์ที่มีคลังการ์ตูนสั้นยาวตั้งแต่ยุค 1930s และเคยเรืองรองจนมีรายการของตัวเองในชื่อ The Mickey Mouse Club รายการโด่งดังตั้งแต่ยุคแรกที่โทรทัศน์ถือกำเนิดขึ้นในยุค 1950s จึงทำการปรับโฉมตัวเองเสียใหม่ในชื่อ The All-New Mickey Mouse Club รายการวาไรตี้คั่นด้วยการ์ตูนสั้นที่กลับมาสร้างสีสันบนจอทีวีอเมริกาอีกครั้งในปี 1989 โดยมีพิธีกรวัยรุ่นมาดำเนินรายการ ซึ่งเคยมีซูเปอร์สตาร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น บริตนีย์ สเปียร์ / จัสติน ทิมเบอร์เลก / คริสตินา อากีเลรา ไปจนถึง ไรอัน กอสลิง ก็ล้วนแล้วแต่แจ้งเกิดจากรายการนี้ทั้งสิ้น

Disney ในยุค 90s คือการปลุกหนูที่เคยหลับไหลไปหลายทศวรรษให้กลับคืนมา ด้วยการรุกทุกสื่อที่มีอยู่ให้เป็นความบันเทิงทุกเพศทุกวัย นอกจากหนังใหญ่อย่าง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast, 1991) อะลาดิน (Aladdin, 1992) และพุ่งสู่จุดสูงสุดของตารางหนังทำเงินด้วยหนัง เดอะไลอ้อนคิง (The Lion King, 1994) แผนการรุกคืบต่อไปการพารายการโทรทัศน์สู่ระดับโลก จึงเป็นที่มาของรายการ Disney Club ที่เริ่มแพร่ภาพออกอากาศในทวีปยุโรป

ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกที่จัดตั้งรายการนี้ในปี 1989 เพื่อเตรียมต้อนรับ Euro Disneyland สวนสนุกแห่งแรกในภูมิภาคยุโรปในอีก 3 ปีต่อมา ซึ่งรูปแบบของรายการนั้นไม่ต่างกันกับ The Mickey Mouse Club แต่ใส่ความหลากหลายของคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนที่มีมากกว่า และที่มีเหมือนกันพิธีกรหนุ่มสาวที่พร้อมจะมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กหน้าจอมาพูดเพื่อนำเข้าการ์ตูนสั้นจบในตอน

และในที่สุด Disney Club ก็มาเยือนประเทศไทยที่ช่อง 7 สี ในปี 1992 นับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้สิทธิ์ในการทำรายการนี้โดยแพร่ภาพทุก ๆ เช้าวันเสาร์ เวลาประมาณ 8 นาฬิกา โดยมีพิธีกรคู่ขวัญ ที่เป็นขวัญใจคุณหนู ๆ นั่นคือ พี่นัท – ศักวัต ด่านบรรพต และ พี่แนน – อรรัตน์ ฉัตรวลี พิธีกรหน้าใหม่ที่บุกเบิกรายการ Disney Club เป็นคู่แรก

ก่อนหน้านั้นช่อง 7 สี ได้เปิดรับสมัครพิธีกรคู่ชายหญิง ท่ามกลางผู้สมัครมากมาย ในที่สุดรายการก็เลือกพี่นัทในวัย 17 และพี่แนนในวัย 14 ที่มีความเป็นธรรมชาติในแบบ Boy & Girl Next Door คือเด็กหนุ่มสาวข้างบ้าน ที่ไม่มีจริตแบบสตาร์ แต่มีความเป็นกันเองและเข้ากันเด็ก ๆ ที่เฝ้าหน้าจอได้ ซึ่งทั้ง 2 ต่างก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการอ่านจดหมายจากน้อง ๆ หนู ๆ ที่เขียนถึงในยุคนั้น พร้อมทั้งวาดตัวการ์ตูนดิสนีย์ รูปของใครพี่นัทพี่แนนได้หยิบมาออกอากาศก็จะเป็นความภาคภูมิใจได้อวดเพื่อนในซอยกันเลยทีเดียว ในยุคนั้นพี่นัทพี่แนนจึงเปรียบเสมือนผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดให้กับเด็ก ๆ ยุคนั้น และเป็นทั้งพี่เลี้ยงเด็กหน้าจอที่สะกดน้อง ๆ หนู ๆ ให้อยู่ในโลกแห่งจินตนาการได้อย่างยอดเยี่ยม

Disney เติบโตกลายเป็นสตูดิโอผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้น ๆ แห่งโลกบันเทิง มีการควบรวมกิจการมากมาย ตั้งแต่ Pixar ที่เปลี่ยนจาก animation 2-D กลายเป็น 3-D เทคนิคล้ำสมัย / ซื้อกิจการ Star Wars และสามารถต่อยอดความสำเร็จจากอดีต ไปจนถึง Marvel ที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ซูเปอร์ฮีโร่ รวมไปถึงการควบรวมกิจการของ Fox จนนับได้ว่า Disney ในวันนี้ช่างต่างกับวันวานที่เคยขาดทุนในช่วงต้นทศวรรษที่ 80s ราวกับหนังคนละม้วน 

จากเจริญเติบโตของ Disney นั้นก็ไม่ต่างกับเด็กน้อยที่เติบโตสู่วันรุ่น เมื่อกาลเวลาผ่านพ้น พี่นัทและพี่แนนก็ต้องก้าวต่อไปเช่นกัน สุดท้ายทั้ง 2 ก็โบกมืออำลารายการ Disney Club และส่งไม้ต่อให้กับพิธีกร Disney Club รุ่นต่อ ๆ ไป นั่นก็คือ เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร และ ส้ม-ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ ในช่วงทศวรรษ 2000 โดยที่ทั้ง 2 ต่างแยกย้ายไปทำงานนอกวงการบันเทิง ทิ้งช่วงเวลาและความทรงจำดี ๆ ฝังใจเด็กยุค 90s ไปตลอดกาล

จนเวลาผ่านไป เมื่อ Disney+Hotstar สตรีมมิ่งเจ้าใหม่ ประกาศการมาอย่างยิ่งใหญ่ในไทย ก็ถึงเวลาที่รายการ Disney Club ที่อยู่คู่จอช่อง 7 สีมาโดยตลอด 29 ปี ก็ถึงเวลาอำลาจออย่างเป็นทางการเช่นกัน

เมื่อมีการประกาศอำลาจอ ชื่อพี่นัทพี่แนนที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเด็ก ๆ ในยุคนั้นที่ต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในยุคนี้ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง หลายคนรำลึกถึงความประทับใจในตอนเยาว์วัยผ่านการแชร์ภาพถ่ายอันน้อยนิดที่หลงเหลือในโลกโซเชียล หลายคนส่งต่อความทรงจำให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นหลังถึงช่วงเวลาที่พวกเขาต้องตื่นทุกเช้าวันเสาร์เพื่อเฝ้าหน้าจอรอดูพี่นัทพี่แนน

Disney Club กับพี่นัทพี่แนน จึงไม่ใช่เพียงรายการทีวีและพิธีกรดำเนินรายการเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาอันมีค่าและแสนประทับใจที่หลายคนต่างย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวในวันวาน และเชื่อมั่นว่าเทปสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 26 และวันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายนนี้ ทุกคน ไม่ว่ารุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ต่างพร้อมใจกันตื่นเช้าเพื่ออำลารายการ Disney Club รายการที่จะฝังลึกอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านานอย่างแน่นอน

 

ที่มา:

https://news.ch7.com/detail/493331?fbclid=IwAR0UIgiq-ltfIQlUMF1TqZp3AoTKK2j_0iKcj0Lqh9cfZSHTwEZrQuzFakc

https://thestandard.co/7hd-disney-club-after-26-june-surprise/


ชายหนุ่มสมาธิสั้น ผู้กักเก็บความทรงจำไว้ให้กับ Pop Culture และชอบฝังใจกับอดีตจนกลายเป็นคนไม่มีอนาคต

Related

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ “คนรู้จัก โทนี สตาร์ค มากกว่าตัวผมเสียอีก”

ห้าคน หนึ่งฝัน แปดปี เส้นทางดนตรีของ Three Man Down วงที่ฟื้นคืนชีพได้ในคืนที่ฝนโปรยลงมา 

‘เธอไม่ได้แปลกแยก เธอคือดวงดาว’ จดหมายผ่านเพลงจากไอยูถึงซอลลี่ เพื่อนรักผู้จากไกล

เรย์ หมัดวิหคน้ำดาวใต้ ดีแค่ไหนก็ได้แค่เพื่อน “เฟรนด์โซน” กันจนวาระสุดท้าย

เรียวอิชิ ซากาโมโต้: เพราะ ‘โลกทั้งใบ’ คือบทเพลงของเขา จาก Mr. Lawrence ถึงสึนามิ 2011

โอโนะ จิโร่: ปรมาจารย์ชั้นครู เทพเจ้าแห่งวงการซูชิญี่ปุ่น

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

กวินเน็ธ พัลโทรว์ ขายของด้วยกิมมิก “จิ๊มิ”