Post on 02/11/2019

ดองกิโฮเต้ โดฟลามิงโก้ เผ่ามังกรฟ้าและผลของความไร้เดียงสาทางการเมือง

เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกันที่เราจะนิยามตัวละครอย่าง ดองกิโฮเต้ โดฟลามิงโก้ หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดจากจักรวาล One Piece เขาไม่ใช่ตัวละครร้ายกาจที่ชวนเอาใจช่วยแบบ เซอร์ คร็อกโคไดล์ ไม่ได้ยึดถือคุณธรรมหรือมิตรภาพเป็นมั่นหมายอย่าง มังกี้ ดี ลูฟี่ ทั้งยังมีสถานะเป็นพันธมิตรกับกองทัพเรือด้วยการเป็นโจรสลัดที่ออกล่าโจรสลัดด้วยกัน พร้อม ๆ กันนั้น เขายังสืบเชื้อสายตระกูลผู้สร้างโลกอย่างเผ่ามังกรฟ้า -ซึ่งรัฐบาลโลกให้ความดูแลและปกป้องมาอย่างยาวนานเสมอ- แต่ก็ในฐานะคนนอกเท่านั้น 

โดฟลามิงโก้ปรากฏตัวครั้งแรกในมังงะตอนที่ 233 แต่กว่าที่บทบาทของเขาจะถูกฉายชัดในเนื้อเรื่องก็ล่วงมาจนถึงภาคเดรสโรซ่า อันเป็นช่วงเวลาที่ลูฟี่และลูกเรือหมวกฟางถล่มโรงงานค้าอาวุธใต้ดินกระจุย และจับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ในเมืองเดรสโรซ่าที่โดฟลามิงโก้ปกครองอยู่ เพื่อจะพบว่าประเทศนี้ -ที่ผู้คนดูรื่นเริงแจ่มใสและอยู่กับเหล่า ‘ของเล่น’ อย่างเปี่ยมสุขนั้น- เก็บงำความลับดำมืดไว้กับตัวอย่างยาวนานเพื่อให้ความสงบสุขจอมปลอมนั้นยืดเยื้อต่อไป ซึ่งบุคคลเบื้องหลังนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากโดฟลามิงโก้

ตัวโดฟลามิงโก้เองเกิดในสายเลือดของเผ่ามังกรฟ้า เผ่ามนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างรัฐบาลโลกและได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษโดยรัฐบาล จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาคือนาทีที่ โฮมิ่ง พ่อแท้ ๆ โหยหาชีวิตแบบชนชั้นธรรมดาทั่วไปและตัดสินใจจูงมือครอบครัวลาออกจากสถานะของการเป็นเผ่ามังกรฟ้า พาโดฟลามิงโก้และโรซินันเต้ผู้เป็นน้องชายไปอยู่อาศัยในประเทศที่ไม่ได้สังกัดรัฐบาลโลก และเปิดม่านชีวิตให้โดฟลามิงโก้เห็นความจริงและความทุกข์ยากของผู้คนที่อยู่นอกเหนือจากการเยียวยาของรัฐบาล 

กล่าวได้ว่า โฮมิ่งนั้น ‘ไร้เดียงสา‘ และ ‘ประมาท’ ความอัดอั้นของประชาชนผู้ทนทรมานอยู่กับการอยู่ภายใต้ปกครองของเผ่ามังกรฟ้า การที่เขาปฏิเสธเงื่อนไขการใช้ชีวิตแสนพิเศษของสายเลือดแล้วลาออกเพื่อมาใช้ชีวิตแบบสามัญชนนั้นกลายเป็นสิ่งผิดมหันต์ ประชาชนที่ทนกล้ำกลืนจากการถูกขูดรีดและกระทำราวกับสัตว์มายาวนานหลายทศวรรษไม่เคยได้รับการแก้ไขหรือเยียวยาความรู้สึกจากเผ่ามังกรฟ้าหรือแม้แต่รัฐบาล สกุลดองกิโฮเต้ที่ลาออกจากการเป็นเผ่าชั้นสูงจึงเป็นเป้าระบายอารมณ์เจ็บแค้นของประชาชนในทันที นั่นเพราะไม่เพียงแต่ชนเผ่ามังกรฟ้าจะได้รับสิทธิพิเศษในการดำรงอยู่ หรือค้าทาสอย่างถูกกฎหมายภายใต้การปกครองดูแลจากภาครัฐ แต่เขายังมีชีวิตอันหรูหราบนหยาดเหงื่อของประชาชนที่ต้องกัดฟันจ่ายเงินเพื่อตอบแทนเผ่ามังกรในฐานะ ‘ผู้สร้างรัฐบาลโลก’ ที่ไม่เคยเหลียวแลประชาชนด้วยซ้ำไป

“เพราะเงินสวรรค์ที่ส่งให้พวกแก ประเทศเลยอดอยากจนล่มสลาย… พวกแกเคยหิวบ้างไหม!”

โฮมิ่งกับครอบครัวถูกขับไล่ปางตาย หนักหนาถึงขั้นที่ทำให้ภรรยาซึ่งเป็นแม่ของเด็กทั้งสองขาดใจตายเพราะป่วยไข้และไม่อาจหาหมอมารักษาได้ จึงไม่แปลกที่โดฟลามิงโก้จะเกลียดชังมนุษย์ธรรมดามากเท่า ๆ กับที่เกลียดพ่อตัวเองในฐานะที่เป็นตัวการหลักในการพาชีวิตของเขามาสู่ความทุกข์ยากที่เขาไม่เคยได้เรียกหา ตัวโดฟลามิงโก้ไม่เคยอยากยอมรับว่าเขาต้องมาใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป และไม่เคยพยายามปรับตัวเพื่อเข้าหาสถานะใหม่ ฉากที่ชวนเจ็บปวดที่สุดคือเมื่อชาวบ้านลงความโกรธมายังสามพ่อลูกด้วยการจับตรึงผนังแล้วปาหินใส่ โดฟลามิงโก้ในวัยเพียงแปดขวบรู้จักความกราดเกรี้ยวของฝูงชน และสาบานว่าหากรอดไปได้เขาจะสังหารทุกคน นั่นดูจะเป็นแรงระเบิดอันทรงพลังที่ทำให้เขาโหยหาความแข็งแกร่งและสถานะพิเศษที่ทำให้เขาอยู่เหนือทุกคน

หากว่าผลอิโตะอิโตะ (ผลด้าย) จะทำให้โดฟลามิงโก้แข็งแกร่งจนกลายเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด ความคับแค้นของเขาก็มีส่วนที่ทำให้เขาอยากทะยานขึ้นอยู่เหนือทุกสถานะ และการจะหวนกลับไปครอบครองสายเลือดอันสูงส่งนั้นก็ทำไม่ได้เสียแล้ว เขาจึงหันมารับบทบาทเป็นราชาแทนด้วยการยึดเมืองเดรสโรซ่า ชักใยกษัตริย์คนก่อนหน้าแล้วปฏิวัติให้ทั้งเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัว ใครที่บังอาจข้ามเส้นจะถูกนำไปทำเป็นของเล่นและลบเรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ออกไปจากความทรงจำของผู้คน เดรสโรซ่าในยุคสมัยของโดฟลามิงโก้จึงเต็มไปด้วยความสงบเรียบร้อยและเงียบเชียบ เพราะไม่มีใครจดจำคนที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติต่อต้านอำนาจของโดฟลามิงโก้ มันจึงกลายเป็นเมืองแห่งความสุขที่ลูฟี่ถึงขั้นต้องตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวว่า “นี่มันความสงบสุขจอมปลอมชัด ๆ!”

เราอาจไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจโดฟลามิงโก้นัก เพราะแม้เขาจะต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้ายในวัยเด็ก (ที่มาจากความไร้เดียงสาทางการเมืองของพ่อ) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือชายที่ทะเยอทะยานและเป็นกลไกสำคัญหนึ่งของความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดการค้าอาวุธ ตลอดจนการเป็นเจ้าของโรงประมูลทาสเพื่อส่งมอบมนุษย์ไปให้เผ่ามังกรฟ้าใช้เป็นของเล่นบำเรอใจในหมู่เกาะชาบอนดี้ โดฟลามิงโก้ไม่เคยปรับตัวและไม่เคยพยายามจะปรับตัวเพื่อให้ได้เป็นหนึ่งในผู้คนทั่วไป ตรงกันข้าม เขากลับโหยหาการใช้อำนาจเพื่อกดขี่และครอบครองประชาชนให้อยู่ภายใต้ความสงบสุขอันจอมปลอม ซึ่งรอเวลาระเบิดในวันใดวันหนึ่งนั่นเอง


พิมพ์ชนก พุกสุข

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ถ้าเดดไลน์บอกว่าต้องเสร็จวันนี้ก็เสร็จได้แหละ