Post on 31/07/2020

สารคดีผงขาว: สงครามกับการต่อสู้ของผู้ค้า ผู้เสพ และผู้ตามล่า ‘ผงขาว’

“เงินอยู่ในโคเคน โคเคนก็คือเงินยังไงล่ะ”

– เอล กาปิตัน นายหน้าค้ายาเสพติด

ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคสมัย ยาเสพติดยังคงอยู่กับสังคมไม่จางหาย ทุกพื้นที่ต่างมีการซื้อ-ขาย ยาเสพติดหลากชนิด บางคนผันตัวมาค้ายาตั้งแต่อายุไม่กี่สิบปี ส่วนคนที่ลองเสพยาแรก ๆ มักเต็มไปด้วยความมั่นใจว่า ถ้าอยากเลิกเมื่อไหร่ก็เลิกได้ สุดท้ายกลายเป็นติดยาจนลงแดง ด้านเจ้าหน้าที่ที่คอยปราบปรามการค้ายา หลายคนทุ่มทั้งชีวิตเพื่อลดจำนวนยาเสพติด แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนมาทำงานนี้อยากจับพวกค้ายาเสมอไป

ด้วยมิติซับซ้อนกับมุมมองที่แตกต่างทั้งคนขาย คนซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ Netflix ทำสารคดีชื่อว่า ‘ผงขาว’ (Dope) เพื่อตามติดชีวิตของแก๊งค้ายาในสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก คลุกคลีกับพวกเขาเพื่อหาเหตุผลว่าทำไมถึงตัดสินใจเข้าสู่วงการนี้ จากนั้นไปพูดคุยกับผู้ซื้อที่ถอนตัวไม่ขึ้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามทำทุกทางเพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลงสักนิดก็ยังดี

สารคดีผงขาวเล่าถึงวงการยาเสพติดแบบหมดเปลือก มีพ่อค้าคนกลางจำนวนไม่น้อยที่หันมาขายยาตั้งแต่อายุ 9-12 ปี เพราะแม่เป็นทั้งผู้เสพและผู้ขาย เห็นสภาพความเป็นอยู่ของแก๊งมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก จึงไม่แปลกที่เด็กอายุน้อยถูกหล่อหลอมให้เดินทางเส้นเดียวกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวที่ขายยาอยู่ก่อนแล้ว พอถามว่าทำไมถึงเลือกขายยา พวกเขามักตอบเหมือนกันว่าแค่อยากให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้น”

“ถ้าไม่โดนจับติดคุกก็จะถูกยิงตาย แต่ถ้ายิ่งมีประสบการณ์อาจได้ใช้ชีวิตบั้นปลายแบบสุขสบาย

หนีไปให้ไกล ซื้อบ้านหลังใหญ่ มีรถคันหรู ใช้ชีวิตสงบสุข ทั้งหมดคือเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ขายยา”

‘โคเคน’ เพียงสองกิโลกรัมสามารถพลิกชีวิตความเป็นอยู่ของคนคนหนึ่งได้ทันทีราวกับมีเวทมนตร์ สารคดีผงขาวตอนแรกเล่าเกี่ยวกับพ่อค้าโคเคนในสหรัฐฯ เขาซื้อโคเคนสองกิโลกรัมจากแก๊งรายใหญ่ในราคา 25,000 เหรียญ (ราว 780,000 บาท) จากนั้นเขาขึ้นราคาเป็น 27,000 เหรียญ (840,000 บาท) เพื่อแบ่งขายอีกทอดให้กับเด็กส่งยารายย่อย โคเคนถูกอัปราคาขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ราคาโคเคนก้อนเล็กที่ซื้อมาสองหมื่นทะยานสู่หกหมื่นเหรียญ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท

เงินจำนวนมากจากยาเสพติดเพียงไม่กี่กิโลกรัม ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ผันตัวมาเป็นคนขาย ผู้ค้าบางเจ้าหัวหมอ นำโคเคนบริสุทธิ์ผสมกับสารเคมีหลายชนิดเพื่อทำให้ปริมาณมากขึ้น ขายได้เยอะขึ้นทั้งที่มีโคเคนปนอยู่น้อยนิด ส่วนคนเสพไม่ค่อยรู้อะไรเพราะเขาไม่ได้คลุกคลีกับยาเสพติดนอกจากสูดยาเข้าจมูก แต่บางเจ้าพยายามบอกกับผู้ชมว่าเขาคือพ่อค้าที่มีศีลธรรม และจะขายสินค้าคุณภาพดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าจะต้องซื้อโคเคนกับเขาเท่านั้น

นอกจากสินค้ายอดฮิตในหลายพื้นที่อย่างโคเคน การค้า ‘เฮโรอีน’ ก็เต็มไปด้วยเรื่องน่าทึ่ง พวกพ่อค้าเฮโรอีนนิยมสร้างสูตรยาเป็นของตัวเอง หลายเจ้ามักเอา ‘เฟนทานิล’ ยาระงับอาการปวดชนิดรุนแรงที่เป็นโอปิออยด์สังเคราะห์ ผสมเข้ากับผงเฮโรอีนบริสุทธิ์ เนื่องจากเฟนทานิลมีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีนถึง 50 เท่า ยิ่งยาของเจ้าไหนแรงมีฤทธิ์มาก ยิ่งสร้างรายได้ทวีคูณจนรวยไม่รู้เรื่อง

“คุณอาจไม่อยากฟังเรื่องนี้

ยิ่งคนเล่นยาที่ซื้อของจากผมตายเยอะมากเท่าไหร่ คนอื่นก็อยากได้ของจากผมมากเท่านั้น

สินค้าของผมจะดังระเบิด คนเสพยาพวกนี้ไม่สนหรอกว่าตัวเองจะตาย พวกเขาแค่อยากสนุกเท่านั้น”

แทบทุกครั้งที่ขายยาให้ใครก็ตามที่อยากซื้อ พวกเขาไม่นึกถึงผลตามมาเท่าไหร่นัก เงินที่ได้มันเยอะเสียจนทำให้ยอมมองข้ามประเด็นศีลธรรม นอกจากนี้ มีกรณีหนึ่งน่าสนใจเกี่ยวกับพ่อค้าเฮโรอีน เขากล่าวว่ารู้ตัวอยู่ตลอดว่าสิ่งที่ทำมันผิด ส่วนพวกเสพยาก็น่าสมเพช เคยมีลูกค้าผู้หญิงที่มีลูกสาวอายุ 10 ขวบ ติดยาหนักแต่ไม่มีเงินซื้อ วันหนึ่งเธอพาลูกสาวมาหาเขาเพื่อขายบริการ ถามว่าอยากมีอะไรกับลูกสาวเธอไหม ถ้าสนใจขอแลกแค่ยาสักสองเม็ด (เฮโรอีนผสมเฟนทานิลเวอร์ชันแคปซูล) มันน่าขยะแขยงมากที่คนพวกนี้ยอมทำทุกอย่างกระทั่งขายกามลูกสาวตัวเองเพียงเพื่อได้เสพยา

พวกพ่อค้ามีมุมมองเป็นของตัวเอง เขาไม่ได้บังคับให้ใครมาซื้อสินค้า คนซื้อเลือกเส้นทางชีวิตเอง และคนขายของแบบพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตคนเหล่านี้ และมุมมองนี้ทำให้มั่นใจได้เลยว่า คงไม่มีอะไรทำให้คนขายเลิกค้ายาง่าย ๆ นอกจากโดนจับหรือถูกยิงตายอย่างที่เคยกล่าวเอาไว้

นอกจากโคเคน เฮโรอีน สารคดียังพาเราไปพบกับการลักลอบขน ‘กัญชา’ หลายพันตันข้ามเขตแดน ถือเป็นตอนที่ทำให้ผู้ชมตระหนักว่า ใคร ๆ ก็อาจขายยาหรือพัวพันกับคดีอาชญากรรมได้ แม้คนเหล่านั้นจะดูปกติธรรมดามากก็ตาม โดยกัญชา 10 กิโลกรัม จะถูกขายในราคา 11,000 เหรียญ (ประมาณ 350,000 บาท) ทำให้รู้ว่าแก๊งค้ายาเม็กซิกันแก๊งเดียวมีรายได้ปีละ 29,000 ล้านเหรียญต่อปี จากการขนยาเสพติดไปขายยังสหรัฐอเมริกา

กลับมาทางฝั่งคนติดยา มีหลายคนที่ชื่นชอบการสูดโคเคนเข้าจมูกหลังตื่นตอนเช้าเหมือนการนั่งดื่มกาแฟ จากนั้นออกไปทำงานตามปกติอย่างกระปรี้กระเปร่า กลุ่มที่ยังใช้ชีวิตปกติเหล่านี้มักบอกว่าโคเคนคือตัวช่วยให้เข้าสังคมง่ายขึ้น เมื่อเสพยาจะมีความมั่นใจ กล้าพูดในวงสนทนา แต่ฤทธิ์ของยาพวกนี้มันอยู่ได้ไม่นาน เลยต้องใช้บ่อย ๆ จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ไม่ใช่ทุกคนที่เสพยาแล้วจะมีชีวิตปกติ สารคดีพาเราไปพบกับคนที่ติดยาจนชีวิตไม่เหมือนเดิม พวกเขาซูบผอม ตาลึกโบ๋เหมือนคนขาดน้ำ ผมร่วง ผิวหน้าเหี่ยวย่น ฟันเน่า ขนาดยืนตรง ๆ สักสองนาทียังทำไม่ได้ เดิมทีคนเหล่านี้เสพยาคู่กับทำงานตามปกติ พอรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ขาดยาไม่ได้ จากการเสพยาเพื่อความสุขแปรเปลี่ยนเป็น ‘จำต้องเสพ’ เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด (คำกล่าวอ้างของผู้ถูกสัมภาษณ์ในสารคดี) เพราะถ้าไม่มียาเขาจะทำได้แค่นอนเหงื่อแตกตัวสั่น ปวดหัวจนแทบระเบิด ทุกข์ทรมานจากอาการลงแดง

ส่วนกลุ่มคนที่มีหน้าที่ตามจับคนขายยาและคนเสพคือ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. (ปราบปรามยาเสพติด) และกองกำลังจู่โจมพิเศษที่ต้องคอยไล่ตามแก๊งค้ายาน้อยใหญ่ให้ทัน แต่การตามติดกระบวนการทำงานอาจไม่สมหวังดั่งใจนึก เพราะไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะบุกจับกี่ครั้ง แก๊งค้ายาส่วนใหญ่มักไหวตัวทันเสมอ เนื่องจากพวกเขามีเส้นสาย มีคนคอยสอดแนมทั้งในและนอก ทำให้สามารถเดินเกมเร็วนำเจ้าหน้าที่หนึ่งก้าวเสมอ

นอกจากทุ่มกำลังเต็มที่เพื่อตามจับพ่อค้ายา คนเสพยา และยึดของกลางอย่างยาเสพติดกับอาวุธหลากชนิดตั้งแต่มีดอีโต้ ปืนพก ปืนกล ไปจนถึงระเบิด เจ้าหน้าที่ยังต้องคอยจับตาดูว่าสงครามระหว่างแก๊งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ละแก๊งมักตีกันบ่อยเพราะแย่งลูกค้า กระทบกระทั่งกันเอง แถมยังต้องปกป้องสินค้า พวกเขาพกอาวุธสงครามเข้าปะทะกันกลางถนน ทำให้ประชาชนคนทั่วไปมักโดนลูกหลงจากการต่อสู้เป็นประจำ

เจ้าหน้าที่ในฟลอริดามีคติประจำใจเวลาทำงาน พวกเขาจะคิดเสมอว่าปืนและยาเสพติดที่ยึดได้แต่ละครั้งคือการช่วยหลายชีวิตไม่ให้ถูกพรากไป พวกเขาต้องทำงานที่อันตราย ทุกวันที่ออกจากบ้านไม่มีใครสามารถการันตีว่าเย็นนี้จะได้กลับบ้านหรือไม่ หลายคนต่อสู้กับแก๊งค้ายาจนตัวตาย อุทิศชีวิตตัวเองเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีเจ้าหน้าที่บางคนที่เห็นเงินดีกว่าคุณธรรม

แม้เรื่องราวส่วนใหญ่ในสารคดีผงขาวทั้งสามซีซัน มักวนเวียนอยู่ในรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก แต่การค้ายาเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ต่างจากในทวีปอเมริกา ทั้งทางฝั่งยุโรป เอเชียกลาง เอเชียใต้ มาจนถึงประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล้วนถูกยาเสพติดแทรกซึมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโดยไม่รู้ตัว ครอบงำผู้คนด้วยฤทธิ์ยาที่สร้างความรู้สึกล่องลอย แถมเงินจำนวนมหาศาลที่ได้นั้นแสนจะยั่วยวนใจให้หลงลืมเรื่องผิดชอบชั่วดี

“โคเคนไม่แบ่งเพศหรือเชื้อชาติ เพราะใคร ๆ ต่างก็ใช้มัน เพราะใคร ๆ ต่างก็รักมัน”

 

ที่มา

https://www.netflix.com/th/title/80178726

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 

#ThePeople #Culture #Dope #Drug #Netflix #โคเคน #เฮโรอีน #ผงขาว #มันคือแป้ง #ยาเสพติด 

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+

Related

บิลล์ เกตส์ กับหนังสือ 5 เล่มที่แนะนำให้อ่านช่วงซัมเมอร์ 2020

Where Your Eyes Linger : ก้าวแรกของ ‘ซีรีส์วาย’ ที่ค่อย ๆ แทรกซึมในสังคมไม่เปิดรับของเกาหลี

ทอม ฮาร์ดี้ นักแสดงดัง ผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นขี้ยา หัวขโมย

เควิน ไฟกี จากเนิร์ดผู้เกือบไม่ได้เรียนหนัง สู่โปรดิวเซอร์หนังซูเปอร์ฮีโรผู้ทรงอิทธิพล

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ ‘นักเปียโนแจ๊ส’

Prodigy แร็ปเปอร์ยุค 90 ต้นตอ “อิลลูมินาติ” ในวัฒนธรรมป๊อป

Little Mermaid ตัวละครสะท้อนความรักต้องห้ามแบบชายรักชาย

บริทนีย์ สเปียร์ส กับชีวิตที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ และ #FreeBritney เพื่อปลดแอกชีวิตเพื่ออิสรภาพ