Post on 19/12/2020

ดักลาส โคแนนท์: อดีต CEO ซุปแคมป์เบลล์ที่เขียนจดหมายขอบคุณพนักงานกว่า 3 หมื่นฉบับ

คำขอบคุณ คือการส่งพลังบวกอย่างหนึ่งจากอีกคนสู่อีกคน

 

หลายคนคงคุ้นตากับภาพวาดซุปแคมป์เบลล์ (Campbell) ฝีมือแอนดี วอร์ฮอล (Andy Warhol) เจ้าพ่อป๊อปอาร์ตชาวอเมริกัน แถมภาพวาดอันโด่งดังนี้ยังฮิตพอ ๆ กับซุปกระป๋องที่ขายดิบขายดีทั้งในอเมริกาและกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเบื้องหลังซุปกระป๋องสีขาวแดงยังมีเรื่องราวของ ‘ดักลาส โคแนนท์ (Douglas Conant)’ อดีต CEO ผู้สร้างตำนานให้บริษัทซุปแคมป์เบลล์ ด้วยการเขียนจดหมายกว่า 30,000 ฉบับเพื่อขอบคุณพนักงาน 20,000 คนด้วยลายมือของตัวเอง

 

เดิมทีดักลาส โคแนนท์ เป็นนักการตลาดมือฉมังผู้คืนชีพให้แบรนด์ Planters nuts และ Life Savers ก่อนเข้ามารับตำแหน่ง CEO ของบริษัทซุปแคมป์เบลล์ในปีค.ศ.  2001 ซึ่งขณะนั้นบริษัทกำลังประสบปัญหาเรื่องคู่แข่งและยอดขายอย่างหนัก แต่โคแนนท์ตั้งเป้าหมายการทำงานมากกว่าการแก้ปัญหาและทำหน้าที่ CEO เพราะเขาต้องการสร้างความสำเร็จให้กับซุปแคมป์เบลล์ด้วย

 

โคแนนท์เริ่มจากการเขียนจดหมาย 20 ฉบับต่อวัน เพื่อกล่าวขอบคุณความพยายามและชื่นชมความสำเร็จของพนักงาน แม้ไม่ได้ช่วยเรื่องประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง แต่วิธีนี้ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรและความเป็นส่วนหนึ่งของพนักงาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบริหารบริษัท โดยโคแนนด์กล่าวถึงกฎ 3 ข้อก่อนสร้างคำขอบคุณพนักงานใน Harvard Business Review ว่า กฎข้อแรก คือ ‘การสร้างความสัมพันธ์’ เพื่อให้พนักงานเชื่อใจและไว้วางใจ “ผมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นฟัง ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพ ความเชื่อที่ผมยึดถือ ความคาดหวัง หรือแม้แต่คำคมที่ผมชอบ แล้วถามเรื่องราวของพวกเขากลับ เพื่อทลายกำแพงความสัมพันธ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”  

 

ส่วนกฎข้อที่สอง คือ การมองหาโอกาสชื่นชม อย่างการอ่านอีเมล หรือข่าวสารในเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้รู้ว่าพนักงานคนไหนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงหรือเรื่องราวดี ๆ ให้กับซุปแคมป์เบลล์ และกฎข้อสุดท้าย คือ ‘การหยิบปากกาออกมาเขียนคำขอบคุณ’ โดยโคแนนท์ให้เหตุผลว่า “พนักงานของผมมากกว่าครึ่งไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ และผมอยากให้พวกเขารับรู้ถึงความใส่ใจและความยินดีจากใจจริง แม้การเขียนด้วยลายมือจะดูเป็นเรื่องเสียเวลา แต่จากประสบการณ์ของผม มันช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ที่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานดีขึ้นด้วย”

 

หลังจากนั้น ในปี 2009 โคแนนท์พาซุปแคมป์เบลล์ก้าวผ่านปัญหาเรื่องยอดขายได้สำเร็จ จนเริ่มแซงหน้าบริษัทคู่แข่งอย่าง S&P และในปีเดียวกัน โคแนนท์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่เขาได้รับข้อความให้กำลังใจอย่างล้นหลามจากเหล่าพนักงานและผู้คนที่เคยร่วมงานด้วย “ข้อความของพวกเขาย้ำเตือนผมว่า ยิ่งให้คำติชมและสนับสนุนผู้อื่นมากเท่าไร คุณยิ่งได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทนกลับมามากเท่านั้น” 

 

เรื่องราวของโคแนนท์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้บริหารนำวิธีของเขาไปปรับใช้ในองค์กร รวมทั้งมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กที่ได้ลองเขียนจดหมายขอบคุณพนักงานในทุก ๆ วัน 

 

แม้การเขียนจะใช้เวลานานและใช่ว่าผู้นำทุกคนจะสามารถทำได้แบบโคแนนท์ แต่หลักใหญ่ใจความไม่ได้อยู่ที่การจรดปากกา แต่เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจ และทำให้พนักงานรู้สึกว่า มีคนมองเห็นความพยายามและความทุ่มเทของพวกเขา แบบที่โคแนนท์ทำมาตลอดสิบกว่าปีของการเป็น CEO ซุปแคมป์เบลล์

 

เรื่อง : ธัญญารัตน์  โคตรวันทา

ที่มา

 


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

จาง หย่ง จากช่างเชื่อมเหล็ก สู่ “Haidilao” อาณาจักรหม้อไฟหมื่นล้าน

‘Hyakushokuya’ ร้านอาหารที่ขายเพียง 100 ชุดต่อวัน เพราะตั้งใจลดอาหารเหลือทิ้งและเพื่อให้พนักงานได้พัก

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

เอกชัย ยังวาณิช สานต่อ ‘หัวม้าลาย’ เจ้าตำนานเครื่องครัวสเตนเลสเมืองไทย

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ Trump Shuttle ธุรกิจสายการบินที่รุ่งและร่วงใน 3 ปี

พันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตำนาน “ตึกใบหยก” ตึกที่เคยสูงสุดของไทย

นายฮ้อย ซาลาห์ : ส่องทิศทางธุรกิจอาหารของประเทศไทย ในปี 2021

อิงวาร์ คัมพรัด: ปรัชญาฮอตด็อก 10 ชิ้น และประชาธิปไตยติดดิน แนวคิดการขายเฟอร์นิเจอร์ IKEA ที่ลูกค้ารัก