Post on 02/07/2019

ดุษฎี ตันเจริญ กับ “Well-Being” หมุดหมายใหม่ของมั่นคงเคหะการ

หนุ่มสาววัยทำงานหลายคนในยุคนี้ ให้ความสำคัญกับคำว่า Work-Life Balance กันค่อนข้างมาก หลายคนขีดเส้นชัดเจน งานคืองาน นอกจากนั้นคือชีวิตส่วนตัว เพราะเชื่อว่าแนวคิดนี้จะทำให้มีสมดุลในการใช้ชีวิตดีขึ้น แต่ว่าหลายจังหวะของชีวิต แนวคิด Work-Life Balance อาจเป็นเรื่องที่ทำยาก เพราะบ่อยครั้งที่เราเองก็ไม่สามารถควบคุมเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวให้เป็นไปได้ดังใจหวังทุกเรื่อง

ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) คือ ผู้บริหารที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การขีดเส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้ชัดเจน อาจไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเสียเวลาไปโฟกัสอีกต่อไป เพราะเธอเชื่อมั่นว่าสองสิ่งนี้ผสานกันได้ และเธอจะเป็นผู้สร้างพื้นที่นี้ให้กลายเป็นพื้นที่แห่ง “สุขภาวะที่ดี” ที่จะสร้างความสุขกายและสบายใจ

 

 

สุขภาวะที่ดีแห่งกายและใจ

ดุษฎี ให้ความสำคัญกับการออกกำลัง “กาย” และออกกำลัง “ใจ” มาก ถึงแม้จะมีความรับผิดชอบมากมายที่มาพร้อมกับตำแหน่งผู้บริหาร แต่ก็ยังมีเวลาเหลือมากพอในการดูแลกายและใจให้มีสุขภาวะที่ดีได้อยู่เสมอ เพราะเป็นคนทำงานเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้ต้องอ่านหนังสือเป็นจำนวนมาก และต้องฝึกจับประเด็นให้ได้ กลายเป็นนักอ่านที่จับประเด็นได้ค่อนข้างดี เรื่องเดียวกัน ข้อมูลเดียวกัน เธออ่านแล้วทำความเข้าใจได้ค่อนข้างเร็วกว่าคนอื่น สิ่งนี้กลายเป็นทักษะที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้นจนถึงทุกวันนี้

เรื่องการดูแลสุขภาวะกายและใจสไตล์ผู้บริหารอย่างดุษฎี ไม่ได้ต้องพึ่งกิจกรรมยาก ๆ หรือซับซ้อนอย่างที่ใครหลายคนคาดเดา เธอยกตัวอย่างเรื่องง่าย ๆ อย่างการนอนหลับ ไม่ว่างานจะเยอะแค่ไหน อย่างน้อยต้องได้พักผ่อน 8 ชั่วโมง เพราะคนเราต้องหยุดให้สมองได้พักบ้าง 

ทุกวันนี้ ดุษฎีใช้แนวคิด Well-Being เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกาย เธอออกกำลังกายให้สุขภาพกายแข็งแรงด้วยคาร์ดิโอทั่วไป แต่จะให้ความสำคัญกับการออกกำลัง “ใจ” ให้แข็งแรงคู่ไปด้วย โดยการฝึกไทชิ ซึ่งช่วยฝึกจิตให้อยู่กับปัจจุบัน พร้อมรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ที่จะถั่งโถมเข้ามา รวมทั้งนั่งสมาธิ ที่เธอมองว่าไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาเลย แต่เป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ นั่งเพื่อให้จิตโล่ง เพราะเชื่อว่าจิตใจที่มีสุขภาวะที่ดีจะทำให้ร่างกายดีตามไปด้วย

 

Well-Being จากตัวตนถึงองค์กร

“ทุกวันนี้เส้นแบ่งระหว่างบ้าน งาน และการพักผ่อน มันไม่มีอีกแล้ว จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีออฟฟิศหลายแห่งที่อนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้บางวัน หรือถ้าเป็นเมื่อก่อน เราอยากไปเที่ยว ก็ต้องออกไปข้างนอก แต่เดี๋ยวนี้เราทำให้บ้านกลายเป็นการพักผ่อน มีกิจกรรมที่เราหาความสุขได้ไม่ต่างจากการไปเที่ยวได้เหมือนกัน จะเห็นว่าเส้นแบ่งมันเลือนมาก มันทำให้วิถีชีวิตของคนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

ณ วันนี้ แนวคิด Well-Being กำลังเคลื่อนจากปัจเจกผ่านไปสู่พนักงานเพื่อก่อร่างสร้าง DNA ใหม่ให้มั่นคงแข็งแกร่ง เปลี่ยนจุดยืนจากความคุ้มค่าคุ้มราคา มายึดหมุดแนวคิดการมีชีวิตที่มีสุขภาวะดี โดยเริ่มที่ชีวิตของพนักงานมั่นคงเอง

“จุดเปลี่ยนเราคือออฟฟิศใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จในอีกไม่กี่เดือนนี้ เราพยายามหล่อหลอมเรื่อง Well-Being ที่เป็นหัวใจหลักอันใหม่ของมั่นคงเคหะการผ่านออฟฟิศใหม่นี้ เรามีฟิตเนส โยคะเซ็นเตอร์ มีโซนให้ทำอาหาร เรามีพื้นที่ให้ยืนทำงานด้วย เพราะเดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า ‘Sitting is the new smoking.’ ไปแล้ว นั่งทำงานนาน ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ บริเวณดาดฟ้า เราก็มีฟาร์มผักสวนครัวออร์แกนิก เรามีทีมที่เขาเชี่ยวชาญเรื่องการทำฟาร์มออร์แกนิกมาช่วยดูเรื่องดินเรื่องปุ๋ย ดูวิธีปลูกให้ พนักงานของเราใครอยากปลูกอะไรก็มาปลูกได้เลย ปลูกเองกินเอง

“เราพยายามทำออฟฟิศใหม่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี เพื่อให้พนักงานเราทุกคนมีความสุข ทำแบบนี้มันจะช่วยให้คนข้างในเข้าใจแก่นขององค์กรเราอย่างถ่องแท้ ถ้าเล่าให้ฟังว่าตอนนี้มั่นคงเคหะการเน้น Well-Being เขาจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเราให้เขาได้สัมผัส Well-Being ผ่านรายละเอียดต่าง ๆ ในออฟฟิศในทุกวัน เขาจะซึมซับ DNA นี้ เขาจะเข้าใจ และจะมี DNA นี้อยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานเสมอ”   

 

 

“บ้านมั่นคง” บ้านสุขภาวะดี

 MD หญิงบอกว่า ที่ผ่านมาเวลาคนจะซื้อบ้านมักจะมองหา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หรือโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม อย่างซื้อวันนี้แถมตู้เย็น แต่มาวันนี้ ถ้าเธอยังใช้แนวคิดคุ้มค่าคุ้มราคาในการบริหารธุรกิจอยู่ มั่นคงเคหะการ ไม่มีทางเติบโตได้ต่อไปแน่นอน เพราะคนไม่ได้มองหาแค่บ้านที่จะเข้ามาอาศัยอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่คนสมัยนี้มองหาบ้านที่อยู่แล้วจะทำให้ตัวเขามีสุขภาวะที่ดีได้ทั้งกายและใจ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ดุษฎีเชื่อว่า ผู้บริโภคจะหาได้จากบ้านมั่นคงแน่นอน

“แต่ก่อนสมัยทำคอนโดฯ นั่งคุยกันนานมากว่าจะฟิตเนสเล็กหรือใหญ่ดี สุดท้ายพอทำออกมา แทบไม่มีใครใช้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้กันเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เรารู้แล้วว่าเทรนด์โลกเปลี่ยน คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น มั่นคงก็ต้องเปลี่ยนตามด้วย ทำให้ตอนนี้บ้านของเรามีเรื่อง Well-Being อยู่ทุกส่วน ตั้งแต่การวางแปลนบ้าน ทีมเราคิดรอบด้านว่าผังแบบไหนทำให้ลมโกรกมากที่สุด ตัวบ้านเราก็ทำช่องระบายอากาศไว้ให้

เพราะงานวิจัยจาก International Centre for Indoor Environment and Energy, Department of Civil Engineering, Technical University of Denmark พบว่าคนที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ  สุขภาพจะแย่ เพราะในห้องจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจออกมา ทำให้ปวดหัว รู้สึกง่วงนอน เหนื่อยง่าย ซึ่งน่ากลัวมาก เพราะทำให้เกิดโรคมากมาย เช่น เด็กมีพัฒนาการทางสมองล่าช้า ผู้สูงอายุความจำเสื่อม ช่องระบายอากาศนี้สามารถเปิดปิดได้ด้วย ถ้าต้องเจอฝุ่น PM 2.5 อีก ก็ปิดช่องระบายอากาศได้ ส่วนทีมจัดซื้อเลือกวัสดุ แน่นอนว่าเขาต้องเลือกวัสดุที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือเรื่องพวกนี้ได้ยินแล้วก็รู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนทำกันหมด แต่เราแค่อยากให้เห็นว่าเรื่อง Well-Being คือหัวใจหลักของเราจริง ๆ การที่ทีมจัดซื้อเขาเลือกวัสดุพวกนี้ มันก็มีที่มาจากการที่เขามีแนวคิดเรื่องสุขภาวะที่ดี ซึ่งเขาเองก็อยากส่งต่อไปถึงลูกค้าเราให้ได้รับรู้เหมือนกัน”

ตอนนี้ แนวคิด Well-being เห็นชัดที่สุดในโครงการ ชวนชื่น ไพร์ม วิลล์ กรุงเทพฯ-ปทุมธานี สามารถตอบโจทย์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เพราะดุษฎีเชื่อว่า ลูกค้าต้องได้ทั้งบ้านที่อยู่สบายกายและได้คอมมูนิตีที่ทำให้สบายใจ ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวไม่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว

ที่นี่เราสร้างเป็น Wellness Community เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้ที่อยู่อาศัยกับการพักผ่อนหย่อนใจกลายเป็นเรื่องเดียวกัน สุดท้าย DNA เรื่องสุขภาวะแบบองค์รวมของเราจะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดีต่อคนทุกวัย

“อย่างเด็กเล็ก เรามี Educational Playground มีพื้นที่ให้เด็ก ๆ มาขี่จักรยานแข่งกัน ส่วนผู้ใหญ่เรามีกิจกรรมโยคะทุกเสาร์อาทิตย์ คือไม่ต้องขับรถไปออกกำลังกายให้เหนื่อย ไม่ต้องไปเจอรถติด เรามีอีเวนต์น่ารัก ๆ ให้ลูกบ้านเราเอาอาหารมาร่วมแบ่งปันกัน บ้านไหนอยากโชว์ฝีมือก็เอามาแบ่งกันได้เลย บางทีเรามีเกมส์สนุก ๆ ให้เล่น เช่น ใครรู้จักข้างบ้านมากที่สุด ก็มาเล่นชิงรางวัลกันไป ถ้าบ้านไหนอยากปลูกต้นไม้ เราก็มีกิจกรรมสีเขียวให้ เช่น เอาขวดน้ำมารีไซเคิลทำเป็นกระถาง มาเอาดินเอาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกกันได้เลย ทั้งหมดที่เราทำ คือเราพยายามสร้างคอมมูนิตีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น รู้สึกว่าอยู่แล้วมีความสุข”

ความเป็นคอมมูนิตีที่มีสุขภาวะดีแบบองค์รวมภายใต้การบริหารของดุษฎีไม่ได้หยุดแค่นี้ เพราะเธอได้เสนอทางเลือกใหม่ที่ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกแง่มุมในชีวิตได้อย่างแท้จริง

“เรามีคลับเฮาส์ที่มีคลินิกโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทอยู่ในนั้น มีหมอ มีพยาบาลจากโรงพยาบาลให้บริการ มีแพ็คเกจสุขภาพให้พร้อม บ้านไหนไม่สบาย ก็มาคลับเฮาส์ได้ ไม่ต้องขับรถออกไปโรงพยาบาลไกล ๆ เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ามั่นคงฯ มีสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมมากขึ้น”

วันนี้ มั่นคงเคหะการ เพิ่งปักหมุดหมายใหม่ในการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแนวคิด Well-Being แต่เชื่อว่าในเวลาอีกไม่กี่อึดใจ เราจะได้เห็นผลงานของดุษฎี ตันเจริญ พาองค์กรนี้ก้าวไปเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมได้อย่างมั่นคงแน่นอน 

        

เรื่อง : ณัฎฐพัชร์ หวังวณิชพันธุ

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

สัมภาษณ์ จตุพร ผิวขาว บริหารแบรนด์โรงแรม ‘One Origin’ ให้เป็นบ้านหลังที่ 2 ของทุกคน

สัมภาษณ์ ธนา ต่อสหะกุล ปั้น ‘พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น’ บริการหลังการขายอสังหาฯ ครบวงจร

สัมภาษณ์ “zbing z.” แป้ง-นัยรัตน์ ธนไวทย์โกเศส เกมแคสเตอร์หญิงอันดับหนึ่ง กับโอกาสสุดท้ายที่ขอเดิมพันไว้กับ ‘เกม’

สัมภาษณ์ แจ็คกี้-อดิสรณ์ พึ่งยา เด็กหงส์ผู้อยู่กับการรอคอยมาทั้งชีวิต “ลิเวอร์พูล” เครื่องยึดเหนี่ยวทางใจเติมเต็มชีวิตที่ขาด

สัมภาษณ์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล พลังรักโรแมนติกของ LGBTQ ที่เปลี่ยนแปลงทัศนคติสังคม

ทำความรู้จัก ‘ต้อม’ สุธารัตน์ สินนอง ศิลปินละครหุ่นเงา ที่อยากพาเราไปหลงรัก “ความมืด”

สัมภาษณ์ หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล รสชาติสมดุลของอาหารจานชีวิต

สัมภาษณ์ ภูมิ วิภูริศ กับกีตาร์ตัวแรกที่เปลี่ยนชีวิต และชีวิตใหม่จากดนตรี