Post on 08/05/2019

เอลี โคห์เอน สายลับมอสสาดที่เกือบได้เป็น รมช.กลาโหมซีเรีย

เอลี โคห์เอน ขณะถูกพิจารณาคดีในดามัสกัส 10 วันก่อนที่เขาจะถูกประหาร

ที่ราบสูงโกลันเป็นพื้นที่สูงมีเนื้อที่บริเวณราว 1,800 ตางรางกิโลเมตร เคยมีการพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคหิน และยังเป็นพื้นที่พิพาทแย่งชิงอำนาจของกลุ่มต่าง ๆ มายาวนานนับพันปี ดังปรากฏหลักฐานกล่าวถึงในพระคัมภีร์ของชาวยิว (หรือพระคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาเดิมของชาวคริสต์) เนื่องจากมันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ผู้ยึดครองสามารถครองมองเห็นความเป็นไปของพื้นที่ราบที่ขนาบข้างได้อย่างชัดเจน

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน ครั้นสงครามจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของออตโตมัน ที่ราบสูงโกลันจึงตกอยู่ในความดูแลของฝรั่งเศส ก่อนส่งต่อให้กับสาธารณรัฐซีเรียที่ได้รับอิสรภาพในกาลต่อมา

เมื่อ “รัฐยิว” ได้ถือกำเนิดขึ้นบนดินแดนปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของที่ราบสูงโกลัน ด้วยความเห็นดีเห็นงามของมหาอำนาจสัมพันธมิตรหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มันก็ได้กลายมาเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับซีเรียมาถึงปัจจุบัน หลังอิสราเอลเข้ายึดครองพื้นที่นี้ได้ในช่วง “สงคราม 6 วัน”

สงครามที่จบลงอย่างรวดเร็วด้วยส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของสายลับมอสสาดที่ชื่อ เอลี โคห์เอน (Eli Cohen)

โคห์เอนเป็นลูกของชาวยิวซีเรีย เกิดเมื่อปี 1924 ที่เมืองอเล็กซานเดรียของอียิปต์ ความที่เขาพูดได้หลายภาษาทั้งอาหรับ อังกฤษ และฝรั่งเศส ทำให้หน่วยข่าวกรองอิสราเอลสนใจที่จะให้เขามาร่วมงาน เขาจึงได้มาเข้าคอร์สฝึกเป็นสปายในปี 1955 ก่อนกลับไปอียิปต์ แต่ไม่ทันไรก็ถูกเนรเทศพร้อมชาวยิวทั้งหลายสืบเนื่องจากกรณีวิกฤตคลองสุเอซ (เหตุเกิดระหว่างปี 1956 ถึง 57 เมื่ออียิปต์ยึดคลองสุเอซและปฏิเสธไม่ให้เรืออิสราเอลผ่าน อิสราเอลโดยการสนับสนุนจากอังกฤษและฝรั่งเศสที่เคยคุมคลองอยู่เดิมจึงเปิดฉากทำสงครามขึ้นอีกรอบ)

โคห์เอนจึงย้ายไปตั้งรกรากที่อิสราเอลในปี 1957 ทำงานเป็นนักแปลและนักบัญชีก่อนไปทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองอิสราเอลอีกครั้งในปี 1960 ผ่านการฝึกอบรมครั้งใหม่เรียบร้อย เขาก็ไปประจำการอยู่ที่บัวโนสไอเรส ในอาร์เจนตินา โดยแฝงตัวเป็นนักธุรกิจชาวซีเรียในชื่อว่า คามาล อมิน ทาเบต (Kamal Amin Thaabet)

เขาได้เข้าไปสานสัมพันธ์กับบรรดาชาวซีเรียอพยพในอาร์เจนตินา จนได้รับความไว้วางใจจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสถานทูตซีเรีย รวมถึงทูตทหาร อมิน อัลฮาเฟซ (Amin al-Hafez) ระหว่างนั้นก็ทำทีให้ชาวซีเรียในอาร์เจนตินาเห็นว่าเขาอยากกลับไปตั้งรกรากที่ซีเรียอยู่เสมอ

ครั้นเมื่อย้ายไปอยู่ดามัสกัสแล้วเขาก็อาศัยเส้นสายคนรู้จักชักพาให้เขาเข้าใกล้เครือข่ายอำนาจในรัฐบาลซีเรีย และยิ่งมาได้อานิสงส์สำคัญจากการรัฐประหารในปี 1963 เนื่องจากในคณะผู้ก่อการมีเครือข่ายที่เขาใกล้ชิดอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลฮาเฟซ อดีตทูตทหารซีเรียประจำอาร์เจนตินาในฐานะผู้นำคณะผู้ยึดอำนาจที่ได้กลายมาเป็นประธานาธิบดีของซีเรีย

โคห์เอนล่อลวงให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซีเรียมาร่วมงานปาร์ตีสุดหรูที่เขาเป็นเจ้าภาพ ปรนเปรอด้วยเหล้ายา อาหาร และนางบำเรอเพื่อล้วงความลับต่าง ๆ และด้วยความใกล้ชิดกับวงในแม้จะเป็นแค่พลเรือนแต่เขาก็ได้นั่งเป็นที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ได้ร่วมรับฟังแผนการลับทางการทหาร และยังได้เดินทางไปร่วมสำรวจฐานที่ตั้งของกองทัพซีเรียบนที่ราบสูงโกลัน แถมยังมีรายงานว่า โคห์เอนได้รับความไว้วางใจจากอัลฮาเฟซมาก ถึงขนาดจะตั้งให้เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย

เดือนพฤศจิกายน 1964 โคห์เอนเดินทางกลับบ้านเพื่อรับขวัญลูกคนที่สามโดยให้สัญญากับ “นาเดีย” ภรรยาว่า เขาจะเดินทางไปยังซีเรียเป็น “ครั้งสุดท้าย” แล้วจะกลับมาอยู่อิสราเอลเป็นการถาวร โดยขณะนั้นเขาเริ่มกังวลแล้วว่าถูกล่วงรู้ความลับเข้าแล้วหรือไม่? (ซึ่งความกังวลของเขาเป็นจริง เนื่องจากมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่รู้ทั้งตัวตนที่แท้จริง รวมถึงที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของเขาในดามัสกัสนั่นก็คือ “มัวริซ” น้องชายของเขาที่พบพิรุธในข้อความที่โคห์เอนส่งมาโดยบังเอิญ)

ไม่กี่วันหลังจากนั้น กองทัพซีเรียได้โจมตีที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวบริเวณใกล้เคียงกับที่ราบสูงโกลัน ทำให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบขึ้นไปทำลายฐานปืนใหญ่ได้อย่างแม่นยำด้วยข้อมูลที่โคห์เอนส่งมา

อาจจะด้วยความมั่นใจในตัวเองเกินเหตุ หรือแรงกดดันจากผู้ดูแลในอิสราเอล โคห์เอนส่งข้อความลับเป็นรหัสมอร์สด้วยเครื่องส่งสัญญาณจากบ้านพักของเขาเกือบทุกวัน ในขณะที่ฝ่ายซีเรียเองก็เร่งหาตัวว่าความลับระดับสูงเล็ดลอดไปถึงหูของฝ่ายอิสราเอลได้อย่างไร? ด้วยความช่วยเหลือของโซเวียตพวกเขาใช้เครื่องตรวจจับสัญญาณและสั่งให้ระงับส่งสัญญาณวิทยุชั่วคราว จึงได้รู้ว่ามีสัญญาณวิทยุของสายลับอิสราเอลถูกส่งมาจากที่พักของโคห์เอน ทำให้เขาถูกจับกุมตัวได้แบบคาหนังคาเขา

โคห์เอนถูกจับตัวขึ้นศาลทหารของซีเรียการพิจารณาคดีกินเวลา 40 วัน ก่อนที่ศาลจะตัดสินประหารชีวิต เขาถูกจับมาแขวนคอต่อหน้าสาธารณชนเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1965 โดยมีสักขีพยานมาร่วมชมมากนับหมื่น

แม้เขาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ข้อมูลที่เขาได้มาก็ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับอิสราเอล ช่วยให้กองทัพอิสราเอลสามารถยึดที่ราบสูงโกลันได้หลังการโจมตีเพียงสองวัน ในสงครามเมื่อปี 1967 กับโลกอาหรับซึ่งกินเวลาทั้งสิ้นเพียง “6 วัน” (ระยะเวลาที่สั้นอย่างมากจึงกลายมาเป็นชื่อของสงครามครั้งนั้นไปด้วย) ด้วยเหตุนี้ โคห์เอนจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษคนสำคัญของชาวยิว แม้ว่าในขณะเดียวกันชัยชนะของอิสราเอลในคราวนั้นจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในความวุ่นวายมาจนถึงปัจจุบัน (เพราะอิสราเอลพยายามยึดเอาดินแดนของรัฐอาหรับผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศท่ามกลางเสียงคัดค้านของนานาชาติ)

 

ที่มา:

https://www.britannica.com/biography/Eli-Cohen

http://elicohen.org/

https://timesmachine.nytimes.com/timesmachine/1965/05/19/97201958.pdf

https://www.nytimes.com/2018/07/05/world/middleeast/israel-cohen-watch-spy.html?searchResultPosition=3


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ