Post on 07/06/2021

Call me by your name: จงเรียกหาอีกครึ่งชีวิตที่หายไปด้วยชื่อของตัวเอง

/บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาตอนจบของเรื่อง Call me by your name/

“Call me by your name and I’ll call you by mine.”

ภาษารักฉบับสองคนเข้าใจถูกเอ่ยขึ้นบนเตียงที่ ‘เอลลิโอ’ (Elio) และ ‘โอลิเวอร์’ (Oliver) กำลังโอบกอดกันอยู่ สายตาของทั้งคู่เปล่งประกายท่ามกลางความมืด พร้อมแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน

การตกหลุมรักใครสักคนคือกระจกที่สะท้อนตัวตนของเรา เพราะสักครั้งที่ได้พบเจอกับรักแท้ เรามักจะจับจ้องมันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนได้เห็นอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองที่หล่นหายไป นั่นคืออีกหนึ่งความหมายของการเรียกชื่อคนรักด้วยชื่อของเราจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Call me by your name’ กำกับโดย ลูก้า กัวดานิโน (Luca Guadagnino)

นี่คือเรื่องราวของหน้าร้อนที่ร้อนพอจะหลอมรวมสองร่างให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เอลลิโออาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีพ่อเป็นอาจารย์ เขาได้พบกับโอลิเวอร์ นักเรียนของพ่อที่มาพักร้อนในบ้านของเขา ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีอะไรทำมากมายนอกจากแลกเปลี่ยนความรู้ ฟังดนตรี ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ แต่มันกลับมากพอให้หัวใจของแต่ละคนได้ทำงาน หลังจากที่ทั้งสองรอดูท่าทีของอีกฝ่ายอยู่นาน ความรักและความต้องการทางร่างกายก็ได้รับการแสดงออก

คืนหนึ่ง โอลิเวอร์ขอให้เอลลิโอเรียกเขาด้วยชื่อของเอลลิโอ นั่นคือการทำลายกำแพงระหว่างคนสองคนเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ส่วนอีกหนึ่งคำอธิบายของเรื่องนี้มีที่มาจากนักปรัชญาชาวกรีกผู้มีนามว่า ‘เพลโต’

จากหนังสือของเพลโตเรื่อง ‘The Symposium’ ตำนานกรีกโบราณเล่าว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นให้มีสี่แขน สี่ขา และศีรษะที่มีสองหน้า แต่ด้วยความกลัวของเทพซุสที่มีต่อมนุษย์ เทพเจ้าจึงแยกร่างของมนุษย์ออกเป็นสองส่วน และประณามให้พวกเขาใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองให้เจอ แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้พบกัน ทั้งสองจะหลงทางอยู่ในความรัก ความใกล้ชิด และมิตรภาพที่มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด

นั่นเป็นสิ่งที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์ว่า อีกครึ่งชีวิตนั้นอาจเป็นใครก็ได้ที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศสภาพ และการให้อีกฝ่ายเรียกชื่อของตัวเองก็เป็นเพราะ เขาคือเราในส่วนที่ถูกพรากไป

เอลลิโอรู้สึกกังวลและต้องใช้เวลา เมื่อเขาค้นพบว่าตัวเองหลงรักโอลิเวอร์เข้าอย่างจัง เอลลิโอชอบในความเป็นผู้ใหญ่ และความมีประสบการณ์ของโอลิเวอร์ ขณะที่โอลิเวอร์เองก็รักในความซื่อตรง และความรอบรู้ของเอลลิโอ แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอีกฝ่ายในบริบทสังคมที่พูดเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อย่างเปิดเผย แต่ความพยายามสานต่อความรักในหน้าร้อนครั้งนั้นก็ได้แฝงทั้งปรัชญาและมุมมองต่อชีวิตไว้ให้ผู้ชมได้ตีความ

ในฉากจบ ทั้งสองมีโอกาสได้เอ่ยชื่อของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายผ่านโทรศัพท์ที่ปลายสายอยู่ห่างออกไปแสนไกล

 

“เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ”

 

 

เอลลิโอรอคอยเสียงตอบรับท่ามกลางความเงียบ

 

 

“…โอลิเวอร์… ฉันจะจดจำทุกอย่าง…”

 

 

แม้การเดินทางจะจบลงด้วยน้ำตา ลูก้า กัวดานิโน กลับบอกว่ามันคือสิ่งที่น่ายินดี เพราะเราได้เห็นเอลลิโอเติบโตขึ้นจากความทรงจำที่แสนหวานและทรมานนั้น

 

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ: https://www.primevideo.com/detail/Call-Me-By-Your-Name/0I9WZ14COD56MK0TR0NK3MZDNK?_encoding=UTF8&language=th_TH 

อ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=P-mBOneiKUs

https://nationalpost.com/entertainment/movies/call-me-by-your-name-is-a-meditation-on-what-it-means-to-want-another-person-to-the-point-of-possession

https://www.empirestatetribune.com/est/4/23/2018/call-me-by-your-name-a-film-with-plato-peaches-and-pure-love


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

Doug the Pug  – อินฟลูเอนเซอร์พันธุ์ปั๊กที่มีผู้ติดตามหลักล้าน เจ้าของเสียง Monchi The Mitchells vs. the Machines

จอห์น เดวิด วอชิงตัน จากตัววิ่ง NFL สู่ Tenet หนังฮอลลีวูดสุด “งง” กับวันที่พ้นเงาพ่อ

Deep Purple – Smoke on the Water: เพลงจากเหตุการณ์ไฟไหม้และการพังทลายของอาคารมูลค่า 13 ล้านดอลลาร์

จรัณภัตษญ์ แก้วอ่ำ ใส่ สิตางศุ์ ส้มหยุด สะท้อนภาพร่วมสมัยบนผนังวัด

ดาร์ธ เวเดอร์: ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานดาวร้ายแห่งจักรวาลอยู่ตลอดไป

วิลเลียม เจมิสัน ดื่มชาหลอนจนได้เป็นราชานักสะสมกะโหลกมนุษย์

วิลล์ สมิธ จากเจ้าชายสายแรปสู่ซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้า

เอริค แคลปตัน เคยสนับสนุนแนวคิด “ชาตินิยมผิวขาว” ด่าไล่คนผิวสีให้กลับประเทศ…ตราบาปที่เขาอยากลืม