Post on 22/04/2020

ฟาง ฟาง: นักเขียนจีน ผู้เผยแพร่ ‘อู่ฮั่นไดอารี่’ ช่วงโควิด จนถูกหาว่าทรยศชาติ

“ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นอกเห็นใจและความเป็นห่วง ผู้คนในอู่ฮั่นยังตกอยู่ในช่วงวิกฤต แม้จะก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความกลัว ความวิตก และความสิ้นหวังมาแล้ว ตอนนี้พวกเขาสงบขึ้นมาก แต่ก็ยังคงต้องการกำลังใจจากทุกคนอยู่” เนื้อหาบางส่วนจากบันทึกของ ‘ฟาง ฟาง’ หรือชื่อจริง วัง ฟาง (Wang Fang) นักเขียนชาวจีนวัย 65 ปี ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มกราคม ปี 2020

อู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองที่ทราบกันดีว่าคือพื้นที่แรกที่มีการค้นพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และจำนวนผู้เสียชีวิตที่ไม่อาจหยุดยั้งไหว เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2020 รัฐบาลจีนจึงตัดสินใจประกาศใช้ข้อบังคับห้ามเดินทาง ซึ่งครอบคลุมการระงับระบบขนส่งสาธารณะ ตลอดจนเที่ยวบินและรถไฟทั้งขาเข้าและขาออก นับเป็นการปิดเมืองครั้งประวัติการณ์ เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค (เมืองอู่ฮั่นเพิ่งกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2020)

ตลอดระยะเวลา 2 เดือน หรือเกือบ 11 สัปดาห์ ที่ชาวอู่ฮั่นตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์กดดันและน่าหวาดหวั่น ฟาง ฟาง นักเขียนชาวจีนชื่อดัง เจ้าของรางวัล Lu Xun Literary Prize เมื่อปี 2010 ตัดสินใจบันทึกความรู้สึกของผู้คนในเมืองอู่ฮั่นและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ก่อนจะเผยแพร่ลงบน เว่ยป๋อ แพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน เธอตั้งชื่อให้มันเล่น ๆ ว่า ‘อู่ฮั่นไดอารี่’ หรือบันทึกจากเมืองปิดตาย

“ที่จริงฉันมีความคิดอยากจะเผยแพร่เรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม ปี 2019 แต่เพราะสภาพแวดล้อมและอารมณ์ที่ไม่มั่นคง หากให้เล่าตั้งแต่แรก ก็อาจจะต้องใช้เวลาเขียนนานเกินไป ฉันจึงตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวในเมืองอู่ฮั่นแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทันต่อหลายเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น”

ไดอารี่ออนไลน์ของเธอ ถ่ายทอดเรื่องราวความยากลำบาก ท้อแท้ และขมขื่นของชาวเมืองที่ต้องตกอยู่ในช่วงเวลาที่มีการกักกันและควบคุมโรค เชื้อโรคตัวร้ายเข่นฆ่าชีวิตผู้คนได้อย่างไร ทำลายครอบครัวไปมากแค่ไหนในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ล้วนถูกบันทึกไว้ในไดอารี่ของเธอหมด “…มีข่าวร้ายเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันก่อน ลูกสาวฉันเล่าให้ฟังว่า พ่อของเพื่อนเธอตรวจพบว่าติดเชื้อ ก่อนหน้านี้เขาเป็นมะเร็งปอดอยู่แล้ว หลังจากเริ่มมีอาการและส่งโรงพยาบาลได้เพียง 3 ชั่วโมง เขาก็เสียชีวิต”

ทันทีที่อู่ฮั่นไดอารี่เผยแพร่ออกไป มันก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจากชาวเน็ตจีนทั่วประเทศ ฟาง ฟาง บอกว่า เหตุที่มีคนติดตามไดอารี่ของเธอมากขนาดนี้ เพราะประชาชนชาวจีนเองก็ไม่ค่อยจะเชื่อถือข้อมูลและสถิติที่รัฐบาลประกาศ (ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนยังคิดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อน่าจะมากกว่านั้น) ไดอารี่ของนักเขียนชื่อดัง ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่นมาแทบทั้งชีวิต จึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่มีผู้สนใจเข้ามาอ่านมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเว่ยป๋อ

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับโรคระบาด ฟาง ฟาง ก็ยังบันทึกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในเมืองลงไปด้วย “ร้านสะดวกซื้อบางแห่งในเมืองยังเปิดอยู่ ตลาดสดเล็ก ๆ เองก็ด้วย ตอนที่แวะซื้อไข่และผัก ฉันถามคนขายว่าไม่กลัวติดเชื้อหรือ? เขาตอบกลับมาว่า ‘กลัว แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ คุณเองก็ด้วยนะ กินเยอะ ๆ ยังไงก็ต้องมีแรงไว้ใช้ชีวิตต่อ’ นั่นเป็นคำตอบที่ฉันค่อนข้างประทับใจ บางครั้งเวลาหันไปมองคนกวาดถนนที่ยังทำงานอย่างขยันขันแข็งแม้ในเวลาที่มีโรคระบาด มันก็ทำให้ฉันคิดว่า ชีวิตเราอาจต้องเจอกับช่วงเวลาที่ทุกอย่างหยุดชะงักบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ยังไปต่อได้ พูดให้ถูกก็คือ มันก็ยังต้องไปต่อให้ได้อยู่ดี”

อู่ฮั่นไดอารี่ ยังบันทึกถึงเรื่องราวการจากไปของนายแพทย์หลี่ เหวินเลี่ยง (Li Wenliang) ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัส ทั้งที่เป็นหมอคนแรก ๆ ที่ออกมาร้องเตือนสังคมเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาด เขาเคยพยายามชี้ให้เห็นว่าตอนนี้ชาวอู่ฮั่นกำลังเผชิญกับสิ่งที่อันตราย แต่ปากของเขากลับถูกปิดตาย เพราะรัฐบาลออกมาปัดว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ ‘ข่าวปลอม’

“…เมื่อวานนี้ คือวันที่หลี่ เหวินเลี่ยงตาย ทันทีที่ข่าวออกมา ฉันก็รู้สึกสิ้นหวัง ทุกคนรอบตัวฉันตกอยู่ในความเศร้า เช่นเดียวกับชาวจีนอีกหลายคนทั่วประเทศ เมื่อกลางวันฉันได้ยินเสียงคนตะโกนว่า ‘เราจะดูแลครอบครัวของหมอหลี่เอง’ จากนั้นก็มีเสียงตะโกนต่อ ๆ กันไปอีกหลายทอด นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เราทำให้เขาได้ คืนนี้ชาวอู่ฮั่นนัดกันว่า เราจะปิดไฟและส่องแสงจากโทรศัพท์ไม่ก็ไฟฉายขึ้นไปบนท้องฟ้า ทั้งหมดนี้เพื่อไว้อาศัยให้คุณหมอหลี่ เพราะก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเป็นแสงสว่างในคืนที่มืดมิดของอู่ฮั่นเช่นกัน…” ข้อความส่วนหนึ่งจากบันทึกในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020

ความสนใจอันท่วมท้น นำมาซึ่งกระแสตอบรับที่มีทั้งคล้อยตามและต่อว่า ชาวเน็ตจีนผู้รักชาติบางส่วนโจมตีว่าเธอกำลังใส่ร้ายรัฐบาลอยู่ หลายคนก็บอกว่าเธอกำลัง ‘ทรยศประเทศ’ ของตนเอง เพราะเนื้อหาในนั้น ทั้งเผยแพร่เรื่องราวที่ไม่เป็นความจริง แถมยังแสดงความเห็นเข้าข้างประเทศตะวันตก ที่พยายามวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐในด้านลบ จนอาจทำให้ต่างชาติพุ่งเป้ามาโจมตีประเทศจีน 

แม้ฟาง ฟางจะออกมาตอบโต้ว่า เธอไม่ได้มีเจตนาที่จะเป็นแกนนำโจมตีรัฐบาล แต่สาเหตุที่เธอวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพวกเขา ก็เพราะเธอคือหนึ่งในชาวอู่ฮั่นที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังถูกถล่มโจมตีจากเหล่าชาวเน็ตผู้รักชาติอยู่เหมือนเดิม ครั้งหนึ่งเธอจึงตอบโต้ข้อความของวัยรุ่นชายวัย 16 ปี ที่เข้ามาคอมเมนต์ด่าทอเธอ ลงในเนื้อหาไดอารี่ของวันที่ 18 มีนาคม 2020 ใจความว่า

“เด็กน้อย…เธอบอกว่าเธออายุ 16 ใช่ไหม ย้อนกลับไปตอนที่ฉันอายุ 16 ก็ประมาณปี 1971 โน่น ตอนนั้นถ้ามีใครมาบอกฉันว่า ‘การปฏิวัติทางวัฒนธรรมเป็นความหายนะ’ ฉันคงจะตีหัวมันจนเลือดออก เพราะฉันถูกสอนมาว่า ‘การปฏิวัติทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องดี’ มาตั้งแต่เด็ก ฉันคงไม่มีความคิดที่จะมานั่งคุยหรือเถียงกับมัน เหมือนที่ฉันกำลังตอบเธออยู่แน่ ๆ และด้วยกรอบความคิดเดียวกัน เวลานี้ ฉันคงไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอดได้ แต่เชื่อเถอะว่าไม่เร็วก็ช้า ความเชื่อของเธอจะถูกตั้งคำถาม และไม่ว่าจะต้องใช้เวลา 10 ปี หรือ 20 ปีก็ตาม เธอก็จะได้รับคำตอบ เวลานั้น เธออาจจะกลับมาย้อนคิดว่า ‘ว้าว ตอนนั้นฉันทำตัวเป็นเด็กที่น่ารังเกียจเสียจริง ๆ’ ก็ได้”

ไดอารี่จากอู่ฮั่นเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด เพราะรัฐบาลจีนประกาศเลิกใช้มาตรการปิดเมือง หลังสถานการณ์โรคระบาดในอู่ฮั่นเริ่มดีขึ้น ฟาง ฟาง ระบุไว้ในข้อความสุดท้ายว่า ในฐานะพลเมืองอู่ฮั่น เธอมีสิทธิที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้คนที่ตายไปอย่างน่าอดสู บันทึกจากเมืองปิดตายได้จบลงแล้ว แต่บันทึกเรื่องราวของผู้คนในเมืองนี้ยังคงเดินหน้าต่อ หากคิดว่าเธอจะยอมแพ้ วางปากกา เลิกเขียนเรื่องราวในเมืองนี้ไป ก็ฝันไปเถอะ เพราะเธอจะบันทึกทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คนในเมืองนี้ต้องประสบพบเจอ สลักทุกคำไว้บนเสาแห่งความอัปยศ ให้มันเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าอับอายของประเทศนี้ไปเลย

“หากจะถามหาความรับผิดชอบจากนักเขียนในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติ สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้คือการเป็นพยาน” ฟาง ฟาง กล่าวในบทสัมภาษณ์ “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของคนอ่อนแอ หรือคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พวกเขาล้วนเป็นกลุ่มที่ฉันใส่ใจ”

อู่ฮั่นไดอารี่ ผลงานจากนามปากกา ฟาง ฟาง มีแผนที่จะแปลและตีพิมพ์เป็นหนังสือภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมัน โดยสำนักพิมพ์ Harper Collins และ Hoffmann and Campe ตามลำดับ ทางสำนักพิมพ์ออกมาประกาศว่า ฉบับภาษาอังกฤษ เร็วที่สุดอาจพร้อมวางขายออนไลน์ในช่วงเดือนมิถุนายน แม้การตัดสินใจนี้จะยิ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวจีนไปกันอีกยกใหญ่ แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาของฟาง ฟาง ที่มีต่อกระแสความเกลียดชังในช่วงที่ผ่านมา เราจึงอาจสรุปได้ว่า เธอก็คงไม่ค่อยแยแสเท่าไหร่อยู่ดี

 

 

ที่มา

https://www.nytimes.com/2020/04/14/world/asia/coronavirus-china-fang-fang-author.html

https://www.latimes.com/world-nation/story/2020-03-21/china-wuhan-coronavirus-diary-fang-fang

https://www.scmp.com/news/china/politics/article/3080531/coronavirus-chinese-writer-hit-nationalist-backlash-over-diary

https://www.ibtimes.sg/wang-fang-wuhan-writer-who-kept-diary-chinas-coronavirus-epidemic-43111


Related

ผู้นำรุ่นใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตในสายตาของ ศุภชัย เจียรวนนท์

อุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าสัวเมืองไทย บิดา “ป่อเต็กตึ๊ง”

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จากเด็กโคราชเลี้ยงหมู สู่โฆษก “ศอฉ.โควิด”

เพราะเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย จึงเกิด ‘คนใต้หยัดได้’ ครั้งที่ 2 งานสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัย

โรเบิร์ต เจ. แลง: คณิตศาสตร์ กับโอริงามิ ชายผู้ออกจาก NASA มาพับกระดาษส่งของไปนอกโลก

ติ๊ก นามสมมติ สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

อาชา เดอ โวส (Asha De Vos) นักวิจัยทะเลหญิงกับความสำคัญของ “อึ” วาฬ

กำนันชูกฤษณ์ แตงอ่อน เดลิเวอรี่งานปราบปราม จากที่ทำการถึงหน้าบ้าน