Post on 06/03/2019

“กิ๊กกี้-ญาณิกา เลิศพิมลชัย” สาวเพอร์คัสชันที่ชีวิตถูกกำกับด้วยเสียงเครื่องเคาะจังหวะ

Kicky FOOFOO

“เคยมีคนบอกว่าบางทีเราไม่ได้เลือกเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนั้น แต่ดนตรีชิ้นนั้นเลือกเรา”

ไม่น่าเชื่อว่าชะตาชีวิตของเด็กสาวที่หลงใหลในเสียงเพลงคนหนึ่ง ถูกผูกติดกับเครื่องดนตรีเพอร์คัสชัน ไม่ว่าจะเป็นการสมัครออดิชันเพื่อเป็นนักร้องแต่สุดท้ายกลับได้มาเป็นมือเพอร์คัสชันของวง หรือแม้แต่อยากเป็นคนโบกธง หรือคัลเลอร์การ์ดของวงโยธวาธิต ก็ยังถูกจับให้เดินแบกกลองแต๊กคอยตีให้จังหวะ

นั่นคือเรื่องราวของ “กิ๊กกี้-ญาณิกา เลิศพิมลชัย” หรือ กิ๊กกี้หลานยายนิด เจ้าของเพจ FOOFOO ที่ถูกเสียงเพอร์คัสชันดึงดูดให้กลายมาเป็นมือเพอร์คัสชันผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ตและผลงานของศิลปินหลายคนในวงการ

ทำให้ไม่รู้ว่า เธอเป็นมือเพอร์คัสชันที่ใช้มือเคาะให้จังหวะ หรือเครื่องดนตรีเป็นตัวกำกับจังหวะชีวิตของเธอกันแน่

The People: ทำไมมาตรงนี้ได้
ญาณิกา: กิ๊กกี้-ญาณิกา เลิศพิมลชัย ทุกวันนี้ทำงานเกี่ยวกับโฆษณาหรือพีอาร์ แล้วอีกส่วนหนึ่งของชีวิตคือชอบดนตรีมาก เป็นนักดนตรีด้วย เล่นทั้งแบคอัพให้คนอื่นแล้วก็มีวงของตัวเองด้วย กิ๊กจบวารสารธรรมศาสตร์ค่ะ ไม่เกี่ยวกับดนตรีเลยเพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคณะดนตรี ดังนั้นทุกคนที่ชอบเล่นดนตรีในมหาลัยนี้ก็จะมาอยู่ชมรมด้วยกัน จะมี TU band , TU โฟล์คซอง ส่วนกิ๊กอยู่ TU โฟล์คซอง เป็นชมรมที่ตอนเข้าไปมันไม่มีกลองชุดเลย มีแต่ถ้ามี part rhythm นอกจากเบสก็จะเป็นเพอร์คัสชัน ก็เลยได้ฝึกเล่นที่นั่นมากกว่า

The People: ตอนจบมาทำงานปกติใช่ไหม
ญาณิกา: จบมาก็ทำงานด้านที่เรียนมา ทำสายโฆษณา พีอาร์ ทำคอนเทนต์อะไรปกติ แต่ก็เล่นดนตรีมาตลอดไม่เคยหยุดเล่นได้ คือเคยออกจากงานมาแป๊บหนึ่งมาลองเล่นดนตรี สุดท้ายยังคิดถึงโฆษณา ก็กลับไปทำโฆษณาใหม่ ตอนนี้เลยคิดว่าเราแบ่งเวลาของเราได้แล้ว คนฝั่งดนตรีก็รู้จักเราแล้ว คนฝั่งโฆษณาหรือฝั่งพีอาร์ก็รู้จักเราด้วย เราเลยเลือกเป็นฟรีแลนซ์ อยากเล่นดนตรีก็เล่น วันไหนอยากทำโฆษณาก็ match เวลาของเราเอง

The People: จุดเปลี่ยนที่ทำให้เป็นนักดนตรีเต็มตัว
ญาณิกา: มาเป็นนักดนตรีเต็มตัว เพราะเรารู้แล้วว่าความสุขเราอยู่ตอนไหน ตรงไหน พอเราได้เล่นงานจริงจัง อย่างไปเล่น The Voice Kids เป็นงานแบบแบคอัพแต่ละคนโหด ๆ มาก เราได้ทำความรู้จัก ได้คำแนะนำจากเขา หรือได้เล่นงานคอนเสิร์ตใหญ่ของพี่ลุลา ก็ได้เจอคนในวงการเยอะ แล้วพอเราได้ไปซ้อมกับเขาเยอะขึ้น คือเราลางานช่วงบ่ายเพื่อไปซ้อมเลย เพราะถ้าเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ นักดนตรีจะต้องซ้อมในวันปกติวันธรรมดา รู้สึกเลยว่าตอนที่เราซ้อมขนาดยังไม่ขึ้นเวทีก็มีความสุขมาก ไม่เหมือนกับตอนที่ทำงานมีความเครียด ความกดดัน ความสนุกอีกแบบหนึ่ง แต่ตอนเล่นดนตรีคือความปลดปล่อย ที่ไม่ว่าเราจะเครียดหรือจะกดดันอะไรมา เราก็ยังสนุกกับมันอยู่ดี แม้จะกดดันตัวเองว่าต้องเล่นให้ดีกว่านี้สิ แต่ในความกดดันนั้นยังมีความแฮปปี้อยู่ 

The People: ตอนที่ดนตรีกลายเป็นงานประจำ passion หรือความสนุกเปลี่ยนไปไหม
ญาณิกา: เอาจริงก็ยังสนุกอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย เพราะด้วยความที่เราไม่ได้ยึดว่าต้องอยู่กับใครอย่างเดียว พอเราออกมากลายเป็นว่าทุกคนที่เราเคยเล่นดนตรีด้วยก็ชวน กิ๊กกี้มาเล่นนี่หน่อย มาเล่นนี้ด้วย มาอัดเพลงนี้ให้หน่อย กลายเป็นว่าจากแต่ก่อนที่เราอยู่ในงานประจำอย่างเดียว ทุกคนจะรู้ว่ากิ๊กกี้มาไม่ได้ เพราะมีงานประจำต้องทำจันทร์ถึงศุกร์ แต่พอออกมาปุ๊บเพื่อนอย่าง เอิ๊ต ภัทรวี ชวนกิ๊กไปอัดเพลงให้ หรือว่าพี่โมลาโมล่าที่เขาทำเพลงให้สิงโต นำโชค ชวนไปอัด หรือว่าพี่แม็กซ์ เจนมานะ ก็ชวนกลับมาเล่น หรือว่าวงนู้นวงนี้ พอรู้ว่าเราว่างมากขึ้นก็ชวนเรากลับไปเล่นอีก กลายเป็นว่าเราได้งานดนตรีกลับมาเยอะมากกว่าที่คิด พอได้เล่นแบบไม่ได้ยึดติดก็รู้สึกแฮปปี้ เพราะการได้เล่นกับคนนี้มันรู้สึกว่าเราต้องพัฒนาด้านนี้ เนื่องจากเพอร์คัสชันมีเบสิคของมันหลายแบบ แต่ละเครื่องเสียงก็ไม่เหมือนกัน อันนี้เราต้องไปฝึกเล่นเพิ่ม ก็มีความท้าทายใหม่ ๆ เสมอเวลาไปเล่นกับคนต่าง ๆ 

The People: ฝึกเพอร์คัสชันแต่ละชนิดจากที่ไหนบ้าง
ญาณิกา: เอาจริง ๆ กิ๊กโชคดีมากที่อยู่ในชมรมทีมโฟล์คซอง แล้วพี่ที่สนิทคือเป็นรุ่นพี่ในชมรมนี่แหละ เป็นมือเพอร์คัสชันของพาราไดซ์หมอลำแบงค์คอก เขาเคยเล่นให้หลายคนมาก่อน เขาเห็นเราแล้วแบบเด็กคนนี้มันคงขยัน เลยชวนไปเรียนด้วยที่บ้าน แบบมาเรียนกับพี่ไม่คิดตังค์ แต่ถ้าไม่คิดตังค์แล้วเราไม่ซ้อม รู้นะว่าต้องโดนอะไร พี่เขาคงรู้สึกแย่มากถ้าอุตส่าห์สอน ทุ่มเทสอนให้คุณแล้วคุณไม่ซ้อม ปรากฏว่าเราก็ไม่ค่อยซ้อม เขาก็เลยด่าจนถึงทุกวันนี้ว่า อย่าลืมซ้อมสิ ซ้อมเพิ่มด้วย (หัวเราะ) แต่ว่าทุกวันนี้ถ้าอยากได้ความรู้เพิ่ม ต้องอัดเพลงเป็นสไตล์นี้หนูขอไปเรียนเพิ่มได้ไหม ก็ยังฝึกฝนกับพี่เขาอยู่ อาจจะไม่ได้เรียนเป็นประจำ เพราะว่าเขาก็ทำงานประจำเป็นเจ้าของกิจการ เราก็เคยมีงานยุ่งมาก ๆ ทุกวันนี้ก็ยังยุ่งอยู่แต่นัดเวลากันไปเรียนเพิ่มแล้ว ไม่ใช่ว่าการเรียนดนตรีไม่จำเป็นต้องเรียนคอร์สนี้หนึ่งเดือน คอร์สนี้สองเดือน แต่เราวางแผนไว้แล้วว่าเราอยากรู้เรื่องนี้ เราอยากฝึกฝนเรื่องนี้ เราอยากถามคำถามเพื่อปรับทัศนคติในการเล่นด้านนี้ เราก็เตรียมไว้เพื่อไปรับจากเขาเลยเป็นคอร์ส ๆ เรียนต่อเนื่อง มันก็ดีแต่ว่าสำหรับคนที่ไม่ได้มีเวลาเยอะอย่างเรา ก็ต้องจัดการให้ดีว่าฝึกยังไงบ้าง

The People: มีพื้นฐานดนตรีมาก่อนไหม ทำไมเลือกเพอร์คัสชัน แทนเปียโน กีตาร์ ไวโอลิน
ญาณิกา: จริง ๆ ไม่เคยคิดว่าจะเล่นเพอร์คัสชัน แต่ทุกครั้งเหมือนกับเราจะได้เล่นเพอร์คัสชันเอง ตอนเด็ก ๆ เป็นคนชอบร้องเพลงมาก ๆ ขนาดเข้าวงคอรัสโรงเรียนหรือไปอยู่วงคอรัสของ Bangkok Opera เขาเปิดออดิชันก็เข้าไปร้องกับเขา เพราะว่าชอบร้องเพลงเฉย ๆ ไม่ได้ต้องร้องเดี่ยวหรืออยู่หน้าคนอะไรอย่างนี้ การอยู่คอรัสมันไม่อายมากด้วย มันมีคนช่วยร้องอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้งเวลาโรงเรียนมีกิจกรรมก็จะไปร่วม ส่วนใหญ่ก็จะชอบร้องเพลงมากกว่า แล้วก็ฝึกกีตาร์เล่น ๆ เพื่อประกอบการร้อง แต่ทุกครั้งเครื่องดนตรีก็เหมือนจะเลือกเราเอง เคยมีคนบอกว่าบางทีเราไม่ได้เลือกเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนั้น แต่ดนตรีชิ้นนั้นเลือกเรา

ของกิ๊กคือตอนอยากเข้าวงมาร์ชโรงเรียน ชอบรุ่นพี่ที่เขาโบกธงมาก แบบมันเท่ คัลเลอร์การ์ด เลยกะว่าจะไปออดิชันคัลเลอร์การ์ด พอเราออดิชันคัลเลอร์การ์ดไม่ติด เราจะไม่ได้อยู่ในวงโยฯ เลยไปเข้าออดิชันเพอร์คัสชัน ก็ติด จากที่ได้โบกธงเลยต้องมาแบกกลองหนัก ๆ ตีกลองแต๊ก ตอน ม.5 ได้ไปแลกเปลี่ยน AFS ที่บราซิล เราก็เอาเครื่องดนตรีไปสองชิ้นคือขลุ่ยกับฉิ่ง ปรากฏว่าไปถึงแม่ก็พาไปเข้ากรุ๊ปหนึ่งเป็นกรุ๊ปของศิลปินบราซิล เป็น King of Bossa Nova ดังมากชื่อ Tom Jobim กรุ๊ปนี้เล่นแต่เพลงของเขาเท่านั้น มันเป็นทางแจ๊ส ๆ หน่อย แบบเออ ขลุ่ยมันเล่นไม่ได้เขาเลยให้กิ๊กตีฉิ่งอยู่ใน Tom Jobim กรุ๊ป ก็ตีฉิ่งอย่างเดียวเลย หรือว่าเอาเพอร์คัสชัน claves มาให้เราตีตามจังหวะไป กลายเป็นว่าเราเลยเริ่มได้สิ่งนี้ใส่ตัวเข้ามาโดยบังเอิญ

ตอนเข้ามหาลัยอย่างที่บอกว่าชอบร้องเพลงมาก ก็เลยไปออดิชัน TU โฟล์คซอง คือฉันอยากเป็นนักร้อง ฉันจะต้องเป็นนักร้องของชมรมนี้ แต่จากที่มีพื้นฐานกลองแต็กเลยไปออดิชันเพอร์คัสชันไว้ แล้วก็ได้เป็นเพอร์คัสชันอีก คือเพอร์คัสชันในทีมเขาจะแบ่งกลุ่มเป็นห้ากลุ่ม แล้วคนที่เป็นเพอร์คัสชันแต่ละกลุ่มมีคนเดียว ถ้าเราไม่เล่นให้เป็น ทั้งวงนั้นก็จะไม่มีเพอร์คัสชัน เลยกลายเป็นว่าเราต้องฝึก จากที่นี่ทุกคนจะมีพื้นฐานกลองชุดอยู่แล้ว รู้ว่าเครื่องนี้มันมีกระเดื่องกับสแนร์ต้องเล่นยังไง แต่เรามีพื้นฐานแค่กลองแต๊กแค่ แต๊ก ๆ ๆ โยนไม้อะไรงี้ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงที่เขาฟังกันกระเดื่องอยู่ตรงไหน สแนร์อยู่ตรงไหน เรารู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เพื่อนเราทั้งวงรอเราอยู่ ขึ้นเวทีครั้งแรกก็ตีมั่ว แล้วเราก็โดนดุแรงมาก เลยต้องฝึกเพราะว่าในวงทุกคนก็ไม่มีใครที่จะมาเล่นแทนเรา แล้วตรงนี้ถ้าไม่มีเราเล่นวงก็จะไม่มีเครื่องนี้เลย ประจวบเหมาะกับตอนนั้นอยู่หลายวง คืออยู่อันนี้เล่นอันนี้แต่ที่อยู่อื่น เราอยากร้องเราก็ไปร้องอย่างเดียวเลย เช่นมาวงคอรัสอีกสองวง

ช่วงปีหนึ่งใช้เสียงเยอะมาก ทั้งไปรับน้องแล้วก็ร้องเพลงกับวงคอรัสอีก ปรากฏว่าเส้นเสียงมีปัญหา เส้นเสียงมีตุ้มขึ้นมาสองอันเลย ขึ้นมาสองตุ้มพร้อมกัน คือปกติเราก็ได้ยินว่าบางคนเขามีตุ้มเดียว แต่หมอบอกว่ามันขึ้นสองตุ้มเลยนะ แล้วสิ่งที่หมอบอกแล้วช็อคมากคือ ต่อไปนี้คุณจะร้องเพลงไม่ได้แล้ว ร้องเพลงแบบจริงจังไม่ได้อีกเลย เราอาจไม่ได้ร้องเก่ง แต่ว่าวันหนึ่งเขาบอกว่าเราร้องไม่ได้ มันเป็นอะไรที่ช็อคมาก เราเลยกลับบ้านมาร้องไห้ ช่วงนั้นคือมีเรื่องที่พูดไม่ได้เลยห้าวัน จะไปซื้อกะเพราต้องเขียน หรือจะบอกวินมอไซค์ไปตึกเรียนหน่อยก็ต้องเขียนใส่สมุดให้เขาเพราะว่าพูดไม่ได้ เป็นห้าวันที่ทรมาน หลังจากนั้นก็กลับมาพูดได้ แต่ยังร้องเพลงไม่ได้ ช่วงเวลานั้นที่ผ่านมาได้เพราะว่ามีเพอร์คัสชันอยู่ เป็นเครื่องดนตรีเดียวที่อยู่กับเราในช่วงนั้น กลายเป็นว่าจากการที่เราเศร้ากับเรื่องนี้มาก อย่างน้อยเรายังเล่นดนตรีได้

อีกอย่างหนึ่งก็คือเราฟังกว้างขึ้นค่ะ จากแต่ก่อนที่เราฟังเพลงเราชอบฟังเสียงร้องมาก กลายเป็นว่าเราต้องมาเล่นเครื่องนี้เราต้องถอยออกมาฟังทุกอย่าง เราต้องฟังเบส ฟังกีตาร์ ฟังทุกอย่าง ฟังเพลงได้กว้างขึ้นในเพลงเพลงเดิม มันเหมือนเป็น new possibility ที่ได้จากการเริ่มเล่นอันนี้แล้วก็จริงจังกับมัน ถ้าตอนนี้ยังร้องเพลงได้คิดว่าก็คงไม่ได้จริงจังกับมันขนาดนี้ พอมันเหลือแค่ชิ้นเดียวที่ตอนนี้ทำได้ เลยพาเรามาเจออย่างอื่นต่อจากนั้นเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าวันนั้นยังร้องเพลงได้ก็อาจจะไม่ได้ขนาดนี้ อาจไม่มาจนถึงทุกวันนี้

The People: จากเพอร์คัสชันจะไปเล่นกลองชุดไหม
ญาณิกา: กลองชุดเหรอ เคยได้ทุนตอนไปประกวดดนตรีกับเพื่อน ให้เรียนพิเศษดนตรีที่โรงเรียน เลยไปเรียนมานิดหน่อย ทุกวันนี้ก็กำลังฝึกกลองชุดเพิ่มอยู่ เพราะว่าเพอร์คัสชันจะเป็นแบบใช้มือเป็นส่วนมาก แต่พอกลองชุดพื้นฐานมันเปลี่ยนไปใช่ไหม เรารู้สึกว่าไม้ก็จำเป็นกับเพอร์คัสชัน บางเครื่องก็มีเครื่องที่ใช้ไม้ เราเลยมาฝึกกลองชุดต่อ ทุกวันนี้ยังไม่ได้เล่นกลองชุดจริงจังแค่ฝึกฝนอยู่ รู้สึกต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดอยู่แล้ว วันดีคืนดีไปเล่น The Voice Kids มีเพลงหนึ่งที่พี่ music producer พี่ฟั่น-โกมล บุญเพียรผล เขาบอกอยากได้เสียงกลองไอริส ซึ่งเป็นแบบเฟรมดำแต่เราก็ไม่มีเครื่องนี้ด้วย เลยไปหาจากพี่ที่เราเรียนด้วย เขาบอกเครื่องนี้ต้องมาฝึกพื้นฐานที่ไม่เหมือนอันอื่นเลย อยู่ ๆ ก็ต้องมาฝึกพื้นฐานใหม่เพื่อไปเล่นเพลงนั้นเพลงเดียว เลยรู้สึกว่าการเลือกเล่นเพอร์คัสชันมันไม่จบแค่นี้ มันพัฒนาอย่างงู้นงี้เรื่อย ๆ เพราะกลองแต่ละประเทศหน้าตาไม่เหมือนกันเลย บางทีเล่นก็ไม่เหมือนกัน ต้องฝึกอยู่ดี กลองชุดก็เลยเป็นอีกหนึ่งสกิลล์ที่จะช่วยให้มีพื้นฐานในการเอาไปพัฒนาเครื่องอื่นให้ดีขึ้นด้วยค่ะ

The People: ไปร่วมคอนเสิร์ตที่เรารู้สึกว่าพีคสุด
ญาณิกา: ยังรู้สึกว่ายังมีได้อีก ตอนนี้ยังสนุกทุกอัน แต่ละอันจะมีความสุดคนละแบบ อย่างเช่นอันนี้สุดมากเลยคนดูทำให้เราแฮปปี้มาก กับอันนี้เราเจ๋งจังเดินเล่นท่านี้ เราได้เล่นเพลงจังหวะนี้ด้วย เล่นเครื่องนี้ก็สนุกแบบนี้ เล่นกับวงนี้ก็สนุกอีกแบบหนึ่ง

The People: ตั้งเป้าหมายว่าเพอร์คัสชันจะพาเราไปอยู่ที่จุดไหน ไปเล่นคอนเสิร์ตไหน หรือว่าจะไปร่วมเล่นกับใคร
ญาณิกา: ตอนเด็ก ๆ เคยชอบ ETC มากเลย ถ้าวันหนึ่งฉันได้เล่นกับวงนี้ ฉันคงแฮปปี้มาก แต่ทุกวันนี้มันมีความรู้สึกที่ต่างกันขึ้นไปเรื่อย ๆ จะโจทย์ใหม่ ๆ เริ่มได้เล่นกับคอนเสิร์ตมีนักร้องดัง ๆ เคยได้เล่นกับมาลีวัลย์ เจมีน่า เฮ้ย ไม่คิดว่าชีวิตนี้เราจะได้เล่นกับเขา ทุกวันนี้อาจไม่ได้คิดมากเป็นพิเศษว่าฉันอยากเล่นกับคนนี้ เคยอยากเล่นกับพี่สิงโต นำโชค มาก แล้วพี่เขาเคยบอกเราว่าสักวันหนึ่งเดี๋ยวเรามาเล่นกันกิ๊กกี้ บอกไปประมาณสองปีสามปีแล้ว แล้วเราก็แบบส่งข้อความไปว่าพี่สิงโตคะ หนูยังรออยู่นะ หนูอยากเล่นกับพี่มาก กลายเป็นว่าล่าสุดก็ได้เล่นกับเขาแล้ว ตอนนี้มีโจทย์ใหม่ไปเรื่อย ๆ ต่อไปคือการทำผลงานของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน แต่เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่อยากทำ การเล่นเพอร์คัสชันเอาเพอร์คัสชันมาทำเพลงอีกแบบหนึ่ง เราเป็นคนถ่ายทอดยังไง อันนี้คือโจทย์ที่ตั้งให้ตัวเองตอนนี้ แล้วพยายามทำอยู่เพราะว่าอายุค่อนข้างโตขึ้นไปเรื่อย ๆ อยากเจออะไรท้าทายใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่แบบเปลี่ยนคนเล่นด้วยไปเรื่อย ๆ

The People: ตอนนี้ทำโปรเจกต์อะไรอยู่
ญาณิกา: กิ๊กเป็นคนจัดงานคอนเสิร์ตด้วย ก็จะมีคอนเสิร์ตชื่อลงขัน มิวสิคเฟส แล้วที่กิ๊กเป็นคนทำเองก็มี FOOFOO เป็นเพจที่ทำตอนแรกก็เริ่มจากดนตรี เริ่มจากเพอร์คัสชันอย่างเดียวเลย ตอนนี้ก็สัพเพเหระมาก แบบอะไรที่อยากเขียนก็เขียน อะไรที่อยากทำก็ทำ FOOFOO เป็นเพจที่เริ่มจากตอนแรก objective คือ รู้สึกว่าเรามาตีโจทย์ของเครื่องดนตรีเราก่อน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่วัดไม่ได้ว่าวันไหนเราจะต้องหยุดเล่นดนตรี บางทีมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น มีเหตุการณ์บางอย่าง กลายเป็นว่าเราต้องหยุดเล่นดนตรีไปเลย 2-3 เดือน จะมี period มาห้ามเล่น ห้ามช่วงนี้มีงานสังสรรค์ คนที่หากินเลี้ยงชีพด้วยดนตรีเป็นรายได้หลักประจำ จะมีปัญหาซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดได้ตลอด

ส่วนเพอร์คัสชันเนี่ยจะแย่ขึ้นอีก เพราะไม่ใช่กีตาร์ที่มีทุกงาน แต่มือเพอร์คัสชันมันต้องขึ้นอยู่กับว่า mindset ของคนที่เขาอยากเอาวงไปด้วยว่าเขาผสมแล้วอยากให้มีอะไร แล้วเพอร์คัสชันไม่ใช่เครื่องดนตรีหลัก หลาย ๆ อย่างคนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เรียกว่าอะไร ช่วงนั้นจะเห็นว่าคนเล่นเพอร์คัสชันจะขายเครื่องยกเซตกันเยอะมาก ไปหากินอย่างอื่นแทน แม้กระทั่งไอดอลที่เราชอบมากก็ขายเครื่องเพื่อเอาเงินไปทำอย่างอื่น เราก็เลยมาตีโจทย์ว่าจริง ๆ คนไทยรู้จักเพอร์คัสชันน้อย หรือแม้กระทั่งบางทีมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพอร์คัสชันเยอะ ก็เลยงั้นทำเพจนี้แล้วกันคือ FOOFOO

มันไม่ใช่เพจที่เรามาสอนเทคนิคเล่นเพอร์คัสชัน แต่เป็นเพจที่เอาเพอร์คัสชันมาสร้างคอนเทนต์สนุก ๆ ให้คนได้รู้จักมากขึ้น หรือมีคอนเทนต์ที่บอกว่ากองยุวกาชาดหรือกองสันฯ ใช้ไม้ตีเป็นวิธีที่ผิดมาก แล้วมันเรียกว่าคองก้า ใช้มือตี คือคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการเอาไม้กลองมาตีหนังเป็นการทำร้ายเครื่องดนตรี บางคนใช้หนังสัตว์แล้วตีไม้ลงไปมันทำให้เกิดหนังขุ่น แล้วเสียงจะไม่เหมือนเดิม เสียงจะเปลี่ยนไปไม่ได้คาแรคเตอร์ของมันอย่างที่ต้องการ ความเข้าใจผิดตรงนี้เยอะมาก เราต้องทำยังไงให้คนผ่านเข้ามาได้เข้าใจเพอร์คัสชันอย่างถูกต้อง แล้วรู้ว่าเอาไปใช้ยังไงได้บ้างในเพลง เรามีพี่ที่คอยซัพพอร์ตหลายคน บางทีคนก็ส่งคำถามเข้ามา เราก็ไปถาม ไปหาคำตอบให้ เราไม่ใช่ professional แต่เรารู้สึกแฮปปี้ที่มีคนมาตามแล้วก็บอกว่าเขาหยิบเครื่องดนตรีชิ้นเก่ากลับมาเล่นใหม่เพราะเรา

The People: การเป็นเพอร์คัสชันหญิง มีประสบการณ์อะไรสนุก ๆ บ้าง
ญาณิกา: การเป็นเพอร์คัสชันหญิงอย่างแรกคือต้องใส่กางเกงตลอด เพราะว่าบางเครื่องต้องแหกขา ต้องหาชุดที่ใส่แล้วไม่ดูน่าเกลียด มันก็มีคาฮองหญิงคนญี่ปุ่นที่เขาใส่ขาสั้นเล่น แล้วเราทำไม่ได้ มันดูเอ็กซ์ไป หรือว่าการขนเครื่องดนตรี เราเป็นคนที่จะใช้ศิลปิน คนอย่างพี่แม็กซ์ เจนมานะ มาช่วยกิ๊กขนเครื่องดนตรี แล้วกิ๊กก็จะเก็บรูป collection ว่าวันนี้พี่แม็กซ์ช่วยขนเครื่องนี้ ส่วนมากจะเป็นช่วงที่ยังขับรถไม่เป็นต้องเรียกแกร็บมาที่บ้าน แล้วขนทุกอย่างขึ้น พอขนลงอาจจะมีคนช่วยบ้าง แต่ต้องวางแผนเยอะมาก หรือจะได้คุณพ่อมาช่วยขน แต่หลัง ๆ คือฝึกขับรถเพื่อจะได้ขนเอง มีคอนเทนต์หนึ่งของ FOOFOO ที่คนดูเยอะที่สุด ไม่ใช่คอนเทนต์เรื่องเล่นเพอร์คัสชัน แต่เป็นคอนเทนต์เรื่องการสอบใบขับขี่ที่กิ๊กพยายามนานมาก ไปสอบปฏิบัติมา 7 ครั้งจนผ่าน แล้วแบบแฮปปี้มาก ในที่สุดฉันก็ขนเพอร์คัสชันของฉันได้เองแล้ว ไปสอบมาหลายสนามก็เขียนรีวิวเลยสนามนี้ท่านี้ยาก ถ้าคุณไม่ถนัดท่านี้ไปสนามนี้แทนอะไรอย่างนี้ มันตลกดี เป็นคอนเทนต์ที่คนเข้ามาอ่านเยอะที่สุดจนถึงทุกวันนี้

The People: มีโอกาสใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมีผลต่อด้านดนตรีของเราไหม
ญาณิกา: กิ๊กโชคดีได้ไปอยู่ญี่ปุ่นสามเดือนเพราะบริษัทก่อนหน้านี้ส่งไป พอไปอยู่ที่นั่นแล้วก็ต้องไปให้ครบสิ ก็ไป Summer Sonic Fuji Rock ทุกงานเฟสติวัลที่เกิดช่วงนั้นเราไปทุกอัน เราจ่ายเงินของตัวเองไป แต่ว่าไม่เสียงานนะ งานคือถ้าไปแล้วมีอะไรน่าสนใจก็เขียนส่งบริษัท ที่ญี่ปุ่นรู้สึกว่ามีสปิริตมาก ๆ เวลาที่เขาทำอะไรบางอย่างจะเห็น passion ทุกครั้งที่เขามาเล่น แล้ว live house ที่ญี่ปุ่นจะโหดมาก วงที่เด็ก ๆ วงไม่มีชื่อเสียงก็ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้เข้าไปเล่นใน live house ก่อน จากที่ศิลปินบางคนถูกจ้างไปงานนี้มีเท่านี้ แต่ว่านี่ต้องจ่ายเงินเองเพราะว่าฉันอยากมีเวทีของฉัน คือมันมี passion อยู่ในนั้น กระทั่งงานที่เขาทำออกมา passion มันแรงมาก เพราะว่าคุณเสพสิ่งนี้มาเยอะมาก ลึกมาก จนคุณอยากโปรดิวซ์ของตัวเอง เพราะงั้นก็เลยรู้สึกชอบ เรื่องวัฒนธรรมการดูด้วย คนดูเขา enjoy กับดนตรีมาก หรือว่ามารยาทในการดูก็เจ๋งจังเลย มันไม่มีแบ่งอายุว่าวงนี้จะเป็นคนอายุเท่านี้ หรือเป็นคน target นี้ หรือบางทีก็กว้างมากตั้งแต่เด็กมัธยมไปจนถึงลุงแก่ ๆ ที่อยากมาดูการแสดงของคนนี้

ชื่นชอบถึงขนาดไปเข้าห้องซ้อมของเขามาด้วย เพราะที่ญี่ปุ่นจะเป็น residential area ห้ามมีเสียงเลย ถ้าคุณจะซ้อมดนตรีที่บางเครื่องซ้อมที่บ้านไม่ได้ กิ๊กก็ต้องไปเช่าสตูดิโอเพื่อซ้อมเพอร์คัสชัน จะมีค่าเช่าเครื่องดนตรีด้วย เคยจ่ายค่าเช่าคองก้าเพื่อซ้อมในห้องซ้อม เพราะว่าได้ไปทัวร์กับศิลปินญี่ปุ่นคนหนึ่งช่วงหยุดยาว แล้วเขาชวนเราไปทัวร์ที่โอซาก้าเลยต้องหาห้องซ้อม ทุกอย่างเป็น passion ที่เป็น beautiful pain ทุกอย่างต้องจ่ายออกไปนะ แต่ทุกอย่างสวยงามมากเลยอย่างที่คุณพยายามขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกอินกับ passion หรือความ emotional ที่เขาใส่เข้าไปมาก ๆ

The People: ถ้าเดินทางรอบโลกแล้วเอาเครื่องดนตรีไปได้ 1 ชิ้นจะเอาอะไรไป ที่ไม่ใช่ขลุ่ยกับฉิ่ง
ญาณิกา: คงเอา คาริมบ้า เพราะมันเป็นเมโลดิกด้วย มีเมโลดี้ด้วยในตัว ในขณะเดียวกันก็สามารถเคาะ จริง ๆ เคาะมันก็ไม่ได้เป็นเสียงแบบเครื่องอื่นที่สร้างมาเพื่อเคาะ แต่มันก็สามารถประยุกต์หลาย ๆ อย่างได้ คือบางเพอร์คัสชันมันก็จะมีซาวด์ของมัน อย่างกระเดื่อง สแนร์ มันจูนได้นิดหน่อยแหละ แต่มันจะไม่ได้มีขนาดเมโลดี้ เป็นคนที่ถึงจะอยู่ใน rhythm section แต่ก็ยังชอบความมีเมโลดี้อยู่ดี แล้วคาริมบ้ามันอันเล็ก สามารถขนไปไหนมาไหนได้

The People: คิดว่าตัวเองเป็นเครื่องดนตรีอะไร
ญาณิกา: เปรียบตัวเองเป็นเครื่องดนตรียากเลย มันจะไม่ใช่เครื่องที่ชอบเล่นด้วย คิดว่าเป็น พาติก้า (Patica,Kashaka) เพราะรู้สึกว่าเครื่องดนตรีมันก็มีแค่ซาวด์เช็ค ๆ หรือว่าซาวด์ในการกระทบ สมมติมีสองอันกระทบกันแก๊ก ๆ กระทบอย่างงี้ แต่สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้น่าสนใจมากขึ้นคือการที่ควง มีการเล่นท่านู้นท่านี้ ถ้าถามว่าเราเป็นมือเพอร์คัสชันที่เหมือนเครื่องดนตรีชิ้นไหน เรารู้สึกว่าเราคือชิ้นนี้ เพราะว่าเวลาเราเล่นมันจะไม่ได้มีแค่แบบนี้ เราจะเต้นสัก 80% เล่นสัก 20% เลยรู้สึกว่าเครื่องนี้มันจะมีท่าโยนท่าอะไรของมัน ดูมีสีสันในการเล่นมากกว่าเป็นซาวด์ของเพอร์คัสชันเฉย ๆ เลยคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องนี้ อย่างพี่แม็กซ์ก็บอกว่าแบบกิ๊กกี้นี้จ้างมาเป็นแดนเซอร์ ไม่ได้จ้างมาเป็นเพอร์คัสชัน

The People: ไม่ได้มาจากสายดนตรี แต่เป็นตัวจริงในวงการดนตรีเพราะความรักดนตรี
ญาณิกา: บวกกันทุกอย่าง รู้สึกว่าไม่มีอะไรนอกจากเล่นไปเรื่อย ๆ เคยมีคำที่พี่อ๋อง วุฒิชัย เคยให้ตอนไปเรียนคือ to write is to write is to write คือรู้สึกจริง ๆ การเล่นดนตรีก็คือ to play is to play is to play เหมือนกัน มันไม่มีใครที่จะรู้ตั้งแต่แรกว่าตัวเองจะชอบอะไร ถ้าไม่ลองไม่เล่นไปเรื่อย ๆ ถ้าเกิดอยากเล่นดนตรีจริงจังก็แค่เล่นไปเรื่อย ๆ เพราะว่ามันจะมีอุปสรรคมากมายมาทำให้คนเล่นเลิกเล่นในอนาคตแน่นอน บางคนมีปัญหากับครอบครัวต้องเลิกเล่น บางคนมีปัญหากับแฟนไม่มีเวลาให้ บางคนมีปัญหาในวง มันมีอุปสรรครออยู่ข้างหน้าเยอะแยะอยู่แล้วขอแค่เล่นต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะอยู่ไปได้เองแหละ

The People: สมมติว่าตอนนี้ไม่ได้เล่นดนตรี คิดว่าจะทำอะไรอยู่
ญาณิกา: เคยถามตัวเองหลายครั้งเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วถ้าวันนั้นไม่ได้ขึ้นมาเป็นเพอร์คัสชัน ไม่ได้มาเล่นจะทำอะไร จริง ๆ ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าจะทำยังไง ก็คงป็นนักโฆษณาคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง คงหลุดจากการรักดนตรีไปไม่ได้หรอก แต่อาจจะไม่ได้เข้าไปเล่นจริงจังแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้ค่ะ


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

ธวัช กุลวุฒิพงษ์ศักดิ์: ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี ใช้การศึกษาแก้ปัญหาด้ามขวานไทย

5 ปลัดอำเภอกับงานช่วยชาวบ้าน“การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ต้องเข้าใจต้นตอปัญหา”

ผู้นำรุ่นใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตในสายตาของ ศุภชัย เจียรวนนท์

“เลสลี่ โอลิเวอร์” ศิลปินผู้คืนชีวิตให้กับเศษพลาสติก

“เทราโอกะ ยูอิจิ” จากแฟนทิ้ง ลูกค้าเมิน พิสูจน์ตัวเองจนเป็นแชมป์เกี๊ยวซ่า 7 สมัย

ญาโณทัย สมัญญา อาสากู้ภัยที่เสียสละหลายอย่างเพื่อแลกกับการได้ช่วยชีวิตคนอื่น

เนินชะลอความเร็วสุดนิ่ม จากการคำนวณของนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล “อาร์เทอร์ คอมป์ตัน”

“หมออ้อย” เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล คุณหมอ “สัตว์แปลก” ที่ได้รักษาตัวเหี้ย เพราะลูกแมวที่บ้าน