Post on 05/06/2019

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ชีวิตไร้ตัวตนของบุรุษผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้นาซี

เรื่องราวเกี่ยวกับบทบาทของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และพรรคนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังสามารถนำมาบอกเล่าถ่ายทอดเป็นหนังได้อย่างไม่รู้จบสิ้น ล่าสุดผู้กำกับหนังศิลปะสัญชาติอเมริกัน เทอร์เรนซ์ มาลิก ก็หันมาเล่าประวัติและเรื่องราวของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ (Franz Jägerstätter) บุรุษชาวออสเตรียผู้ทรงอุดมการณ์พิทักษ์สันติภาพและยึดมั่นในความคิดเชื่อของตัวเอง โดยปฏิเสธการร่วมรบและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพรรคนาซี แม้ว่าการขัดขืนจะทำให้เขามีความผิดถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิต สำเร็จออกมาเป็นงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ชื่อ A Hidden Life ซึ่งได้รับคัดเลือกเข้าร่วมในสายประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี ค.ศ. 2019

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ เป็นบุตรชายชาวนาผู้ยากจน เขาเกิดและใช้ชีวิตที่เมือง Radegund ประเทศออสเตรีย เจเกอร์สแตทเทอร์สูญเสียบิดาจากการร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เขาต่อต้านสงครามและการใช้ความรุนแรง ภายหลังเขาแต่งงานและอยู่กินกับ ฟรันซิสกา ชวานิงเกอร์ มีลูกสาวด้วยกัน 3 คน ใช้ชีวิตเป็นชาวนาชาวทุ่งอย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติ จนกระทั่งพรรคนาซีเยอรมันนำโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เรืองอำนาจ และบุกออสเตรียเพื่อรวบรวมกองกำลังในการรบ เจเกอร์สแตทเทอร์แสดงท่าทีต่อต้านอย่างเปิดเผย ทำให้เขาต้องข้อหาขบถและต้องรับโทษประหารชีวิตในที่สุด

วีรกรรมความหาญกล้าและความหนักแน่นยึดมั่นในอุดมการณ์ของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ถูกหลงลืมนานนับสิบปี กว่าที่นักประวัติศาสตร์จะพบและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาจนได้รับการยกย่องสรรเสริญ ถึงอย่างนั้นชื่อของเจเกอร์สแตทเทอร์ก็ไม่ถึงกับเป็นที่รู้จักในระดับแพร่หลาย เมื่อ เทอร์เรนซ์ มาลิก ผู้กำกับภาพยนตร์มือดีทราบเรื่องราวของเจเกอร์สแตทเทอร์เข้า จึงหยิบมาเล่าในผลงานหนังเรื่อง A Hidden Life ซึ่งสามารถคว้ารางวัล Ecumenical Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาได้ สำหรับหนังที่สร้างสรรค์และจรรโลงใจให้คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์มากที่สุดในสายประกวดหลัก

มาลิก เป็นผู้กำกับที่ขึ้นชื่อด้านการทำหนังที่สร้างบรรยากาศด้วยงานภาพที่งดงามแปลกตา เขานิยมการเคลื่อนกล้องในระดับสายตาสุนัข มองเห็นตัวละครมนุษย์จากมุมต่ำและปล่อยให้กล้องเคลื่อนไหวรอบ ๆ ตัวละครอย่างเลื่อนไหลอิสระ คลอประกอบเสียงดนตรีบรรเลงชวนอิ่มเอิบใจ ให้รสชาติแปลกใหม่ในการชมภาพยนตร์อย่างมีเอกลักษณ์           

การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ใน A Hidden Life นี้ มาลิกก็ยังใช้ลีลาแบบอิมเพรสชันนิสต์ตามที่เขาถนัด โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงสิ่งที่ตัวละครเอก ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ พบเห็นและรู้สึก ประกอบเสียงเล่าบรรยายทั้งความในใจและการอ่านจดหมายที่เขาเขียนถึงภรรยา เพื่อสะท้อนอุดมการณ์ภายในของวีรบุรุษที่โลกลืมคนนี้เป็นเป้าหมายใหญ่ ทำให้ผู้ชมเห็นว่าบางครั้งการพิทักษ์รักษาศักดิ์ศรีแห่งอุดมการณ์ที่ไม่อาจหลู่หยามกันได้ ก็อาจทำให้การมีชีวิตมีลมหายใจต่อไปอาจกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลย

ช่วงแรกของหนังก่อนที่กองกำลังนาซีจะรุกราน เราจึงได้เห็นภาพของเจเกอร์สแตทเทอร์ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับภรรยาและลูก ๆ อย่างงานสุขนิยม ผืนนาที่ทำกินซึ่งรอการแผ้วถางหว่านปลูก ทัศนียภาพที่ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็เจอแต่ขุนเขาเขียวสล้างวางตัวตระหง่านทะลุเมฆหมอกและไอเย็น เห็นถึงความหมดจดงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมราวกับเป็นแดนสวรรค์ ทำให้ชาวบ้านฐานะธรรมดา ๆ สามารถเป็นราชาแห่งความสุขสำราญได้โดยไม่จำเป็นต้องง้อทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งหนังก็นำเสนอช่วงแรกนี้อย่างโรแมนติกอ่อนหวานในระดับงดงามหยดย้อย ไม่ปล่อยให้ความหม่นมืดอืมครึมใด ๆ มาทำลายบรรยากาศแห่งแดนสุขาวดีในช่วงนี้เลย

จนกระทั่ง ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ถูกเกณฑ์ไปร่วมฝึกทหาร เขาจึงต้องเดินทางไปพร้อมเพื่อนผู้ชายตามหน้าที่ และในช่วงที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ทางการเมืองใด ๆ ว่าเขากำลังทำงาน ‘รับใช้’ ผู้ใด เขาก็ยังสามารถสนุกกับเพื่อนทหารร่วมกรมกองได้ตามประสาคนมองโลกในแง่ดี ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิญาณตัวมอบความจงรักภักดีต่อพรรคนาซีและอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เจเกอร์สแตทเทอร์กลับยืนกรานที่จะโต้แย้งและไม่เห็นด้วยกับการก่อสงครามอันไม่เป็นธรรม ในขณะที่อีกหลายคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับเขากลับยอมตามน้ำ แม้กระทั่งคริสตจักรที่เขาเคารพนับถือ

เจเกอร์สแตทเทอร์กลายเป็นคนเดียวที่กล้าหาญจะขัดขืนและหยัดยืนในอุดมการณ์ ส่งผลให้เขาถูกคุมขังและได้รับคำสั่งจากศาลทหารให้ได้รับโทษประหารชีวิตในที่สุด           

หลังจากข่าวเจเกอร์สแตทเทอร์ถูกจับกุมแพร่หลายออกไป ภรรยาของเขาก็ถูกเพื่อนบ้านตั้งแง่รังเกียจ เพราะการที่สามีของเธอแข็งข้ออาจทำให้พวกเขาเดือดร้อนไปด้วย ชีวิตอันผาสุกของครอบครัวเจเกอร์สแตทเทอร์จึงต้องพังครืนลงในชั่วพริบตา ทั้งหมดเนื่องจากเจเกอร์สแตทเทอร์ยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียวว่าเขาให้การสนับสนุนอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ไม่ได้เลยจริง ๆ

ช่วงวาระสุดท้ายในชีวิตของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ หลังต้องโทษประหารชีวิต เขาได้รับคำแนะนำจากผู้หวังดีให้ยอมรับผิด และแสดงออกถึงการสนับสนุนนาซีและอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แม้เพียงวาจาก็ยังดีเพื่อรักษาชีวิตไว้ เพราะอีกไม่นานสงครามก็น่าจะยุติลงแล้ว เขาไม่ควรจะดื้อรั้นจนทำให้กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้  แต่ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ กลับไม่มีท่าทีที่จะยอมค้อมหัวแม้แต่เพียงเสี้ยวองศาให้กับคนที่เขาไม่ศรัทธา

บุคคลเดียวที่เจเกอร์สแตทเทอร์จะต้องอธิบายความให้เข้าถึงหัวอกของเขาได้นั่นคือภรรยา ซึ่งเขาก็มีวิธีการสื่อสารความนัยอันนี้ได้อย่างน่าทึ่งและมีพลัง

นักแสดงชาวเยอรมันและออสเตรีย ออกัสต์ ดีห์ล และ วาเลอรี แพชเนอร์ รับบทเป็นคู่สามีภรรยา ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ และ ฟรันซิสกา ชวานิงเกอร์ ได้อย่างน่าเชื่อและเป็นธรรมชาติ มีมิติของความเป็นสามัญชนคนธรรมดา แม้ว่าหัวใจของพวกเขาจะหาญกล้าเพียงใด น่าเสียดายที่ผู้กำกับอย่างมาลิกเลือกให้พวกเขาพูดภาษาอังกฤษ แทนที่จะใช้ภาษาเยอรมันตามที่ตัวละครสนทนากันจริง ๆ ทั้งที่พวกเขาสามารถพูดภาษาเยอรมันกันได้ หนังจึงยังมีกลิ่นอายความเป็นอเมริกันแบบมาลิกอยู่ นัยว่าผู้กำกับไม่ต้องการให้คำบรรยายใต้ภาพไปเกะกะรบกวนเฟรมภาพที่เขาออกแบบมาอย่างดี ต่อให้หนังจะดูมีความเป็นยุโรปน้อยลงก็ตาม

อย่างไรก็ดี  A Hidden Life ก็ยังถือว่าประสบความสำเร็จในการทำให้เรื่องราวของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เราสามารถตั้งคำถามได้ว่า ‘อุดมการณ์’ ยังสำคัญหรือยังจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่เพียงไหน  

 

เรื่อง: ‘กัลปพฤกษ์’  [email protected]

ภาพ: เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ “สองล้านสุดท้ายกับการเดิมพันบนโลกออนไลน์”

พริษฐ์ วัชรสินธุ “ความสำเร็จของลิเวอร์พูล สอนอะไรเกี่ยวกับการเมืองไทย”

รีวิวคอนเสิร์ต เจเรมี่ ซัคเกอร์ โชว์ครั้งแรกในไทยสั้น ๆ แต่กินใจ หนึ่งชั่วโมงไม่พออยากขอเพิ่มอีก 

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย “สื่อและการปรับตัวเพื่อ disrupt”

รีวิวคอนเสิร์ต LANY พัฒนาการก้าวกระโดด สนุกกว่าทุกครั้ง ดีเท่และเก่งขึ้นมาก

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

รีวิวบัลเลต์เรื่อง “Notre-Dame de Paris” จากคณะเครมลิน บัลเลต์: ความปรารถนาไม่เคยปราณีใคร

Midsommar: คนบ้า ศาสนาคลั่ง