Post on 10/06/2019

รีวิวเทศกาลเพลงนอกกระแส Fungjai Crossplay 3 งานดี ๆ ของชาวอินดี้

       ผ่านไปแล้วกับงานประจำปีของชาวเพลงนอกกระแส “Fungjai Crossplay 3” เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2562 ที่ ตึก Voice space ซึ่งโปรเจ็กต์ Fungjai Crossplay 3 เป็นโปรเจ็กต์ที่ทาง Fungjai ชวนศิลปินชื่อดังและวงดนตรีนอกกระแสที่เรารู้จักกันดีมาแลกเปลี่ยนเพลงระหว่างกัน ในสไตล์การเล่นของตัวเอง ชนิดที่เรียกได้ว่าฉีกจากความเป็นต้นฉบับออกไปและสร้างอรรถรสในการฟังที่แปลกใหม่ออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการเล่นเพลงของอีกศิลปินหนึ่ง ไม่ได้เป็นเพียงเสน่ห์ของงานนี้ แต่ยังเป็นความท้าทายของเหล่าศิลปินที่ต้องถูกคนดูจับตามองว่า จะนำเพลงของศิลปินอื่นมา “crossplay” ไปเล่นในรูปแบบหรือสไตล์ไหน

โดยงาน Fungjai Crossplay 3  ที่จัดในครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา นั่นคือในปีนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 เวที เริ่มที่เวที Crossplay เป็นเวทีในห้องสีเหลี่ยมมืดสนิท เอฟเฟคบนเวทีจะมีเพียง Backdrop และไฟ spotlight ไม่กี่ดวงเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นเวทีที่เรียบง่ายสุด ๆ ส่วนอีกเวทีเรียกว่า Leo หรือ Leo Stage เป็นห้องเล็กๆที่มีเวทีอยู่ระดับเดียวกันกับผู้ชมซึ่งถือเป็นเวทีที่ให้บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ

โดยเวที Crossplay Stage ซึ่งเป็นเวทีหลัก Line up จะเป็นศิลปินที่อยู่ในโปรเจ็กต์ Fungjai Crossplay 3 ประกอบไปด้วย (ศิลปินตามลำดับที่แสดง) SLUR x Zweed n’ Roll, Greasy Cafe x Moving and Cut, Max Jenmana x Phum Viphurit, YOUNG BONG x Yellow Fang และ Bomb at Track x Srirajah Rockers 

ส่วนเวที Leo Stage จะเป็นวงดนตรีนอกกระแสที่ไม่ได้อยู่ในโปรเจ็กต์ Fungjai Crossplay 3 ประกอบไปด้วย Safe planet, Electric.neon.lamp, Summerdress, The whitest crow และ Solitude is bliss

เวที Crossplay (Crossplay Stage)

Zweed n’ Roll x SLUR

มาเริ่มการ Crossplay ของวงแรก Slur ได้นำเพลงของ Zweed n’ Roll  อย่างช่วงเวลามา Cover ส่วนทางฝั่งวง Zweed n’ roll ก็ได้นำเพลงโปร่งมาเล่นในรูปแบบที่ดำดิ่งตามสไตล์ของพัดนักร้องนำของวง ซึ่งทำนองที่ช้าแตกต่างจากต้นฉบับของ Slur นี้เหมือนราวกับว่านี่คือเพลงใหม่ของ Zweed n’ roll ยังไงยังงั้น

ด้าน Slur ก็นำเพลงช่วงเวลามาเล่นเป็นเพลงเร็ว โดยเพลงนี้ยังได้ เอิง Summer Stop มาร้องคอรัสด้วย ภาพรวมของดนตรีมีความจัดจ้านมากขึ้นแต่ยังคงเนื้อเพลงไว้แบบเดิมให้ความรู้สึกสร้างความเร้าอารมณ์ได้ในอีกรูปแบบ

Zweed n’ roll

Greasy Cafe x Moving and Cut

มาถึงศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง Greasy Cafe ที่ต้องมา Crossplay กับวงรุ่นเล็กที่เป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการดนตรีนอกกระแส อย่าง Moving and Cut วันนี้พี่เล็ก Greasy Cafe หยิบเพลงอย่าเลยอย่า(ทรมาน)’ มาทำในสไตล์ของตัวเอง การเล่น Crossplay อาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นแต่บางครั้งมันก็มาพร้อมกับยากในการเล่นสด ซึ่งวันนี้พี่เล็กก็ใช้เวลาในช่วงแรกอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะสามารถเล่นเพลงนี้ได้ ซึ่งพี่เล็กก็ทำออกมาในสไตล์ดนตรีบริทป๊อปและโฟล์กร็อกตามแบบฉบับของ Greasy Cafe ได้อย่างลงตัว ซึ่งหลังจบเพลงนี้เราได้เห็นรอยยิ้มของพี่เล็กที่โล่งใจหลังจากเล่นจบ และได้ระบายความโล่งใจนี้ โดยการพูดคำว่ารอดล่ะฮ่ะ

ส่วนทางด้าน Moving and cut ได้นำเพลงนิรันดร์ของ Greasy cafe มาเล่น โดยตัวเพลงต้นฉบับนั้นเป็นเพลงช้าอยู่แล้ว แต่วันนี้ทางวงได้ทำให้เพลงนี้ดำดิ่งลงไปอีก โดยเริ่มต้นเพลงด้วยเสียงโซโล่กีต้าร์โปร่งที่ให้ความรู้สึกหม่นหมองและดำดิ่งลงในความรู้สึก สอดรับกับตัวเนื้อเพลงได้อย่างมากถือเป็นนิรันดร์เวอร์ชั่นที่ลงตัวทีเดียว

Greasy Cafe

Max Jenmana x Phum Viphurit

ไฟฮอลล์ปิดแค่เพียงไม่กี่วินาที ก็มีเสียงกรี๊ดดังลั่นพร้อมกับป้ายไฟ ต้อนรับนักร้องป๊อปสุดหล่ออย่าง Max Jenmana ที่วันนี้เขาได้เปลี่ยนวงป๊อปของตัวเองมาเป็นชาวเร็กเก้สุดเท่ โดยหยิบเพลง ‘Lover Boy’ ของหนุ่ม ภูมิ วิภูริศ มาทำในสไตล์เรกเก้ป๊อปตามแบบฉบับของตัวเองเรียกได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นที่มีความแบดกว่าต้นฉบับมาก ก่อนในเวลาต่อมาแม็กซ์จะหยิบเพลงดังของตัวเองมาเล่นเอาใจคนดูอย่างไวน์(wine)’  และวันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า

ด้านหนุ่ม ภูมิ วิภูริศ หยิบเพลง Wine ของหนุ่มแม็กซ์ มาสร้างความแตกต่างจากต้นฉบับได้เป็นอย่างดี เขาสร้างความสนุกสนานด้วยไลน์กีต้าร์เท่ ๆ ที่ให้ความโรแมนติกไปกับเนื้อเพลงต้นฉบับได้เป็นอย่างดี นอกจากวันนี้เขาจะ Crossplay เพลงของคนอื่นแล้ว หนุ่มภูมิและวงของเขายังได้ Cosplay เป็นตัวละครจากหนังและการ์ตูนดังอีกด้วย นำโดย ภูมิ ที่แตงตัวเป็น Shaggy จากเรื่อง scooby doo

Phum Viphurit

YOUNG BONG x Yellow Fang  

YOUNG BONG สองคู่หูแรปเปอร์ได้นำเพลงแค่เพียงเพลงช้า ๆ มาปรับรูปแบบของเพลงให้มีบีทการร้องที่แปลกใหม่ตามสไตล์ดนตรีฮิปฮอป เรียกได้ว่าพวกเขาเปลี่ยน mood ของเพลงจากแนวอินดี้โฟล์กสบาย ๆ ให้กลายเป็นดนตรีสนุก ๆ ไปแล้ว

วงดนตรีอินดี้หญิงล้วนอย่าง Yellow Fang เลือกเพลงที่จะเข้ากับความกวนของวงไปด้วย นั่นคือเพลง ‘Gang’ โดยพวกเธอเผยว่า สาเหตุทที่เลอกเพลงนี้มาจากความสนใจส่วนตัวของวงที่ชอบแนวฮิปฮอปและเพลงของ YOUNG BONG  อยู่แล้ว งานนี้พวกเธอใส่ความ อัลเทอร์เนทีพ อินดี้ ตามแบบฉบับของ Yellow Fang เข้าไป

โดยคู่นี้น่าจะเป็นการ Crossplay ที่แตกต่างกันมากที่สุด ทั้งแนวและสไตล์ของวง ถึงแม้จะมีความท้าทายในความแตกต่างนี้ YOUNG BONG และ Yellow Fang ก็ยังสามารถเล่นเพลงของศิลปินอีกคนได้อย่างลงตัว

Bomb at Track x Srirajah Rockers 

หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักกับ Bomb at track จากเพลงแนวเสียดสีสังคม การเมือง พร้อมกับดนตรีที่หนักหน่วง ตัวตนที่ชัดเจนของวงบวกกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาไม่กี่วันมานี้ เหมือนเป็นการจุดไฟในตัวของวงให้มีความเดือดยิ่งขึ้น โดยเพลงที่ Bomb at track เลือกมา Cover นั้น ถือเป็นเพลงที่เข้ากับวงได้เป็นอย่างดี เพราะตัวเพลงมีเนื้อหาด้านการเมืองแอปแฝง เพลงนั้นก็คือ ‘Destroy Babylon’ ของ วง SriraJah Rockers โดย เต้ วงศกร เตมายัง (ร้องนำ) ได้กล่าวว่า

การ Cover เพลงนี้ แค่เปลี่ยนจากการร้องธรรมดาเป็นการตะโกนออกมา   ซึ่งโดยเนื้อเพลงดูเหมือนจะเข้ากับแนวเพลงนูเมทัลของ Bomb at track ได้เป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งวัฒนธรรมของวงที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือการมอชพิท (mosh pit area) หรือการละเล่นเชิงแสดงออกจากความสนุกของชาวร็อค ที่ชอบเสียเหงื่อและนิยมการปะทะ​ (แต่ไม่ใช่การตีกัน) เป็นการปะทะกันโดยใช้ร่างกายกระแทกกันไปมาอาจจะมีเข่าศอกกันบ้างตามจังหวะเพลงและทุกครั้งที่ระหว่างการมอชพิทจะมีคนล้มลงแต่ก็จะมีมืออีกเป็นสิบมือคอยกันคนและพยุงขึ้นมาอยู่ตลอด

SriraJah Rockers วงที่เต็มไปด้วยควัน เขียว ๆที่มีท่วงทำนองของดนตรีที่ฟังแล้วจะทำให้คุณล่องลอยไปกับเสียงเพลงทันที ซึ่งเพลงที่ทางวง นำมา Cover คือเพลงฆาตกรคีย์บอร์ดหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทั้งสองวงอยากแลกเปลี่ยนเพลง Cover กันอยู่แล้ว ซึ่งพอดีกับที่ Fungjai ได้สร้างโปรเจ็กต์ Croosplay ขึ้นมาพอดิบพอดี

ฆาตกรคีย์บอร์ดมีเนื้อหาเพลงที่เสียดสีสังคมด้วยถ้อยคำที่ตรงและหนักหน่วงมาก ทาง Srirajah Rockers จึงได้นำมาเปลี่ยนถ้อยคำให้ดูเบาลงไปอย่างมากจนเป็นภาษาดอกไม้ตามสไตล์ของวง ที่รักในการเล่นดนตรีเพื่อสันติภาพและความสงบผู้สนับสนุนกัญชาเสรี

LEO Stage

ในส่วนเวทีที่แสนจะเป็นกันเองอย่างเวที LEO ได้เริ่มจาก surprise gig ซึ่งเป็นเซอร์ไพร์สเล็ก ๆ ที่ พัดนักร้องนำวง Zweed n’ roll มาขึ้นเล่นกับเอ้ Beagle hug หรือ เอ้ The voice และหนุ่ม Daniel Didyasarin

หลังจากนั้นเวที Leo ก็เต็มไปด้วยคนที่แน่นจนล้นออกมาจากห้องเพื่อรับชม Safeplanet วงอัลเทอร์เนทีฟ/อินดี้ชื่อดัง  ต่อด้วยเพลงป็อปของ Electric. Neon. Lamp ตามมาด้วยวงโฟล์กสุดชิวอย่าง Summerdress วงร็อกสุดมันส์ The Whitest Crow และ Solitude is Bliss วงอัลเทอร์นาทีฟ/อินดี้ ที่ปิดเวที Leo ได้อย่างสุดมันส์

Summerdress

       นอกจากการไปชมดนตรีสดแล้ว การไป music festival อาหารถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญงานจะปังไม่ปังก็อยู่ที่ตรงนี้แหละโดยงานนี้มีซุ้มอาหารจัดแยกออกไปในบริเวณข้างนอกพร้อมกับเบียร์เย็นๆที่เพิ่มอรรถรสในการรับชมได้มากขึ้นโดยบรรยากาศในงานคึกคักเป็นอย่างมากและผู้ชมทุกคนก็ต่างตั้งใจมาชมศิลปินคนโปรด

โปรเจ็กต์ Fungjai crossplay 3 ไม่ได้เป็นเพียงงานที่แลกเปลี่ยนเพลงระหว่างกัน แต่เป็นการได้เห็นการท้าทายตัวเองของเหล่าศิลปิน ในการนำเพลงที่ไม่ใช่แนวหรือสไตล์ของตนเอง มาถ่ายทอดความรู้สึกและความหมายของเพลงให้ออกมาในแบบฉบับของตัวเอง


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

MA: “ความซ่า” คือหายนะของวัยรุ่น

Tiger Parenting วาทกรรมกับดักครอบครัวของตะวันตกสู่ละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 

อาร์ยา สตาร์ก แห่ง Game of Thrones – “ฉันไม่ใช่สุภาพสตรี นั่นไม่ใช่ฉัน”

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

แสง สี เสียง สัญญะแห่งอิสรภาพแด่ความเป็นมนุษย์ ใน “กระเบนราหู”

หนึ่งวัน ณ เขาใหญ่ กับ “รถคันโต” ที่จะพาไปเจอกับ “ความสงบ ดนตรี เรือดำน้ำ และ ไร่ไวน์”

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ชีวิตไร้ตัวตนของบุรุษผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้นาซี