Post on 25/10/2019

เกเบรียล ลูนา จากนักซิ่งกะโหลกไฟ สู่คนเหล็กเลือดละติน

เกเบรียล ลูนา (Gabriel Luna) เป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงสองสามปีหลังนี้ หลายคนอาจรู้จักเขาจากในบทบาท “ร็อบบี เรเยส” หรือ Ghost Rider ในซีรีส์ Marvel’s Agents of S.H.I.E.L.D. ที่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการจับตาในวงการ แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่แต่อย่างใด

นักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกันที่เกิดและเติบโตที่เท็กซัสคนนี้ เริ่มต้นเส้นทางการแสดงด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนกับ “โชคชะตา” ที่ทำให้เดินทางสายนี้ 

เกเบรียลเคยเป็นกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียน แต่แล้วเมื่อได้รับบาดเจ็บไหล่ซ้ายหลุดทำให้ไม่สามารถเล่นให้ทีมของโรงเรียนต่อได้ จึงต้องหากิจกรรมอย่างอื่นเพื่อให้ได้ทุนเรียนต่อไป อาจารย์คนหนึ่งเล็งเห็นแววในตัวเกเบรียล จึงได้ชักชวนมาแสดงละครเวที แต่หนุ่มนักกีฬาปฏิเสธ เนื่องจากที่ผ่านมาสถานที่ที่เขารู้จักมีเพียงแค่สนามฟุตบอล ไม่ใช่เวทีการแสดง เกเบรียลยอมรับว่ากลัวที่จะเปลี่ยนชีวิตของตนเองในตอนนั้น

ทว่าในคืนเดียวกัน ชีวิตของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปเมื่อคุณย่าโทรมาหา แล้วบอกว่ามีของบางอย่างที่เป็นของคุณพ่อของเขาที่อยากจะให้เกเบรียลเก็บเอาไว้ คุณพ่อของเกเบรียลเสียชีวิตด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี ก่อนที่เกเบรียลจะคลอด ทำให้เขาไม่เคยรู้จักพ่อมาก่อน 

“ผมไปที่บ้านของย่าแล้วก็เข้าไปรื้อกล่องของพ่อ ได้เห็นถ้วยรางวัลต่าง ๆ และหนังสือรุ่น จนกระทั่งเจอเทปวิดีโอที่ก้นกล่อง ผมจึงนำมันมาเปิดดู ในเทปนั้นเป็นเทปพ่อของผมที่กำลังแสดงละครเวทีอยู่ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเขาเคลื่อนไหว หายใจ และมีชีวิตอยู่เป็นครั้งแรก ละครเวทีเรื่องนั้นเป็นละครที่พ่อของผมเขียนเอง กำกับเอง และแสดงเองให้กับทางโบสถ์เนื่องในโอกาสเทศกาลอีสเตอร์ การได้ดูวิดีโอนั้นทำให้ผมรู้สึกว่า ผมต้องกลับไปที่โรงเรียน และอย่างน้อยก็ลองดูสักตั้ง” 

เทปของคุณพ่อกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกเบรียลไปออดิชันบทละครเวทีและคว้าบทมาได้ จากนั้นชีวิตของเขาก็ก้าวเข้าสู่แวดวงการแสดง เนื่องจากแม่ของนักแสดงหญิงที่เล่นคู่กับเขาเป็น Artistic Director ที่ St. Edward’s University ซึ่งช่วยให้เกเบรียลได้ทุนการศึกษาต่อที่นั่น และได้ศึกษาทางด้านการแสดง จากนั้นก็ได้เริ่มแสดงหนังเรื่องแรก Fall to Grace (2005) ตอนที่เขาเรียนอยู่ปีที่สอง 

หลังจากนั้น เกเบรียลเริ่มมีผลงานการแสดงอย่างต่อเนื่อง ทั้งละครเวที ซีรีส์ และภาพยนตร์ ส่วนมากจะวนเวียนกับหนังสายดรามาอินดี้ที่ได้ฉายในเทศกาลหลังต่าง ๆ และแสดงบทสมทบในซีรีส์ เช่น Prison Break (2008), NCIS: Los Angeles (2013) และได้บทเด่นเป็น “โทนี บราโว” ในซีรีส์ Matador น่าเสียดายที่ได้สร้างเพียงแค่ซีซันเดียว จากนั้นก็แสดงบทสมทบใน True Detective ซีซันที่สอง ในปี 2015 

เส้นทางการแสดงของเกเบรียลไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องเผชิญความไม่แน่นอนในวงการ เช่น ซีรีส์ Wicked City (2015) ที่เขาแสดงนำก็โดนแคนเซิล จนกระทั่งในปี 2016 เขาได้รับการติดต่อให้ลองไปออดิชันบทใน Agents of S.H.I.E.L.D. ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าเป็นบทอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งขณะอยู่ที่เมืองมาฟตา ในรัฐเท็กซัส เอเจนท์ของเกเบรียลก็โทรมาว่าบทของเขาคือ Ghost Rider ตอนนั้นเกเบรียลก็รู้สึกอีกครั้งว่า โชคชะตากำลังเปลี่ยนชีวิตของตัวเองอีกแล้ว 

 

Ghost Rider

 

กำเนิดใหม่กะโหลกไฟ

 

ร็อบบี เรเยส Ghost Rider คนที่ห้าของแฟรนไชส์ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ ฟิลิเป สมิธ (Felipe Smith) และ แทรด มัวร์ (Tradd Moore) ปรากฏครั้งแรกใน All-New Ghost Rider #1 (2014) เขาคือ Ghost Rider คนใหม่ที่ทาง Marvel ตั้งใจสร้างความแตกต่างจากที่เคยมีมา ทั้งเด็กกว่าและขับรถซิ่ง แทนที่จะเป็นมอเตอร์ไซค์แบบคนอื่น ๆ ซึ่ง ฟิลิเป สมิธ ผูู้ให้กำเนิด Ghost Rider เวอร์ชัน ร็อบบี เรเยส เผยว่า เขาเห็นภาพของเกเบรียลจากเพื่อนของเขาที่ส่งมาให้ แล้วคิดว่านี่แหละเหมาะ “อย่างแรกเลยผมเห็นว่าเขาท่าทางเป็นคนใจดี มันเป็นสิ่งที่สำคัญกับบทนี้นะ แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือร็อบบีต้องเป็นคนหล่อ เกเบรียลผ่านเต็ม ๆ เลยครับ”

เกเบรียลเผยว่าหลังจากเอเจนท์ของเขาโทรหาที่มาฟตา เขาต้องคุยกับคนใหญ่คนโตของ Marvel Television อย่าง เจฟ โลบ (Jeph Loeb) และ เจด วีดอน (Jed Whedon) ผ่านทาง Skype ซึ่งทาง Marvel ยังคงปิดปากเงียบเกี่ยวกับบทของเขา แถมนัดให้เข้าไปทดสอบบทอีกครั้ง ซึ่งนักแสดงหนุ่มก็ผ่านพ้นมาได้อย่างดี เกเบรียลเผยว่ารู้สึกมั่นใจมาก เนื่องจากเป็นแฟนคอมิกของ Marvel โดยมี Silver Surfer เป็นตัวละครในดวงใจ แต่น้องชายของเขาเป็นผู้ที่ทำให้ได้รู้จัก Ghost Rider และติดตามมาโดยตลอด และ Ghost Rider คนใหม่อย่าง ร็อบบี เรเยส ไม่เหมือนคนอื่น ๆ เขาใช้ชีวิตยากลำบากข้างถนน และกลายมาเป็น Ghost Rider เพราะต้องการปกป้องน้องชาย ซึ่งคล้ายคลึงกับชีวิตของเขาเองอยู่แล้ว

“มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่การออดิชันครั้งนี้มันง่ายเหมือนหายใจ เพราะผมใช้ชีวิตแบบร็อบบีมาตลอด ผมเคยใช้ชีวิตแบบเดียวกับเขา ผมมีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา จากนั้น Marvel ก็โทรหาผมอีกครั้ง ผมเข้าไปคุยกับพวกเขา แล้ว เจฟ โลบ ก็พูดว่า หลังจากนี้ชีวิตของนายจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับทุกคนที่ทำงานในที่นี้ แล้วก็ขอต้อนรับเข้าสู่ Marvel”  

 

Terminator: Dark Fate (2019)

 

เส้นทางใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ  

 

เส้นทางของ Ghost Rider เหมือนจะไปได้สวยเพราะการปรากฎตัวของ ร็อบบี เรเยส ใน Agents of S.H.I.E.L.D. ประสบความสำเร็จ แฟน ๆ ให้ความสนใจในตัวเขา และอยากให้มีการสานต่อเรื่องราวของ Ghost Rider แบบเต็มตัว และแฟน ๆ ก็ได้เฮ เมื่อ Marvel Television ประกาศว่าจะสร้าง Ghost Rider เวอร์ชันซีรีส์ออกเผยแพร่ทาง Hulu ในปี 2020 ซึ่งเกเบรียลก็ตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้กลับมาอีกครั้ง ในเวอร์ชันนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวใหม่แบบ stand alone ไม่เกี่ยวข้องกับ Agents of S.H.I.E.L.D. แต่ว่าข่าวร้ายก็มาเยือน เมื่อทาง Hulu ประกาศว่าจะไม่ทำซีรีส์นี้ต่อ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ไม่ลงตัวเกี่ยวกับทิศทางของซีรีส์ แน่นอนว่าเกเบรียลเสียใจที่ไม่ได้ไปต่อกับตัวละครที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก แต่ว่าทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อไป เกเบรียลขอบคุณแฟน ๆ ผ่านทางอินสตาแกรมสำหรับความรักที่มีให้เสมอมา แต่เขารู้ดีว่าวงการนี้อะไรก็ไม่แน่นอน (อย่างที่เคยแสดงซีรีส์แล้วถูกแคนเซิลมาแล้วหลายครั้ง) เกเบรียลขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส แต่จะขอโฟกัสในเส้นทางใหม่ นั่นก็คือการรับบทเป็น Rev-9 ในหนัง Terminator: Dark Fate (2019)

ย้อนกลับไปยังเดือนธันวาคมปี 2017 ก่อนจะได้รับบทนี้ เกเบรียลได้รับชวนให้ไปออดิชันบทซึ่งตอนนั้นยังไม่มีสคริปต์ ชายหนุ่มต้องทดสอบบทด้วยการแสดงซีนหนึ่งจากหนังเรื่อง Collateral (2004) หลังจากนั้นสองสามอาทิตย์ก็ได้รับการเรียกตัวอีกครั้ง แต่แล้วในเดือนมกราคมปี 2018 ข่าวก็เงียบไปอีก แทนที่จะท้อถอย เกเบรียลเริ่มฝึกหนักเพื่อฟิตร่างกายตั้งแต่ตอนนั้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้รับบทนี้หรือไม่ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ชายร่างเล็กเพราะสูงถึง 185 เซนติเมตร และมีทักษะจากที่เคยเป็นนักกีฬา แต่หากต้องมาเจอกับตำนานคนเหล็กอย่าง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) เขาก็ไม่อยากดูแย่ในสายตาของอีกฝ่าย “ผมมีแรงผลักดันในใจว่า ผมอยากให้เขามองผมในฐานะคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว ผมไม่อยากให้เขาเจอผมแล้วคิดว่า แค่ใช้นิ้วบี้ เจ้านี่ก็คว่ำแล้ว” 

แล้ว “โชคชะตา” ผนวกกับ “ความพยายาม” ของเกเบรียลก็ไม่สูญเปล่า 

“ผมรอ และรอ ท้ายที่สุดแล้วผมก็ได้เจอกับผู้กำกับ ทิม มิลเลอร์ (Tim Miller) ในเดือนกุมภาพันธ์ที่สตูดิโอของเขา เขามาพร้อมกับความคิดสุดบรรเจิดและไอเดียที่ยิ่งใหญ่สำหรับหนังเรื่องนี้ จากนั้นผมก็ต้องรออีกสามสัปดาห์ จนกระทั่งได้พบกับโปรดิวเซอร์ เดวิด เอลลิสสัน (David Ellison) พอเดือนมีนาคม เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ก็ให้ผมทดสอบบทอีกครั้ง อีกสิบสามวันถัดมา ผมก็ได้อีเมล์จาก ทิม มิลเลอร์ ว่า ยินดีด้วย นายได้เป็นเทอร์มิเนเตอร์”  

เมื่อเจอกับ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ตัวจริง ผลลัพธ์จากการฝึกร่างกายมาก็ไม่สูญเปล่า เกเบรียลไม่อับอายต่อหน้าคนเหล็ก หนำซ้ำยังได้รับการต้อนรับอย่างดี อาร์โนลด์ยังเป็นฝ่ายช่วยเหลือและฝึกฝน “คนเหล็ก” รุ่นน้องด้วยตัวเอง ในเวลาที่ทั้งสองว่างตรงกัน อาร์โนลด์จะมาสอนเรื่องการออกกำลังกายและคอยจัดท่าให้เขาอยู่เสมอ ส่วนเรื่องการแสดง คนเหล็กรุ่นพี่ได้ปล่อยให้รุ่นน้องตีความได้ตามที่ตนเองอยากแสดง แต่เมื่อเกเบรียลตื๊อหนัก ๆ ให้บอกเคล็ดลับการเป็นหุ่นสังหารให้หน่อย อาร์โนลด์ถึงให้คำแนะนำว่า “อย่ากะพริบตา” ซึ่งเป็นกฎเหล็กที่เกเบรียลยึดมาใช้ในการแสดงเป็น Rev-9 ที่เจ้าตัวตั้งใจแสดงออกมาให้เป็นหุ่นที่มีเสน่ห์และเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมกับมนุษย์ ตัวละครของเขาจึงไม่แข็งทื่อเหมือนรุ่นก่อน ๆ  หากสังเกต เกเบรียลและอาร์โนลด์จะไม่กะพริบตาเนื่องจากทั้งสองเป็นหุ่นยนต์ และเกเบรียลก็พยายามไม่กะพริบตาแม้กระทั่งเวลาต้องยิงปืน 

 

ภาพอาร์โนลด์ฝึกให้เกเบรียล

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

The big man and I aren’t shooting today, but we don’t take days off. @schwarzenegger #stayready #terminators @flexgymbudapest 🤖💀💀🤖

โพสต์ที่แชร์โดย Gabriel Luna (@iamgabrielluna) เมื่อ

 

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับว่า ทำอย่างไรถึงจะไม่กะพริบตาตอนเข้าฉาก เกเบรียลตอบว่า “ผมก็แค่กะพริบตาให้มากที่สุดก่อนเข้าฉากเท่านั้นแหละครับ แต่มันต้องใช้สมาธิมากเลยนะโดยเฉพาะตอนยิงปืน เนื่องจากเสียงมันดังมาก แต่ผมได้รับคำแนะนำดี ๆ จากเพื่อนของผม แกโบรี ซิดิเบ (Gabourey Sidibe นักแสดงจาก Precious, Empire, American Horror Story) ว่าเวลาเธอจะเข้าฉากตายให้เนียนที่สุด เธอจะขยับนิ้วเท้าเบา ๆ แล้วจดจ่อกับมัน ผมก็เอาทริกนี้มาใช้บ้าง”  

เหตุผลที่เราได้เห็นหุ่นเหล็กสังหารหรือเทอร์มิเนเตอร์ในภาคนี้เป็นคนเชื้อสายละติน เพราะว่าเนื้อเรื่องในภาคนี้เกิดขึ้นที่ เม็กซิโก ซิตี หุ่นสังหารจากโลกอนาคตจึงปลอมตัวให้กลมกลืนกับประชากรทั่วไปของที่นั่น ซึ่งเกเบรียลเผยว่าหนังเรื่องนี้ได้นำเสนอความหลากหลายทางเชื้อชาติและความเปลี่ยนแปลงของฮอลลีวูดที่มีการเปิดโอกาสให้นักแสดงเชื้อสายอื่น ๆ มากขึ้น

“หนังเรื่องนี้สะท้อนความเป็นไปในฮอลลีวูดปัจจุบันนี้ครับ เรากำลังเปลี่ยนแปลงภาพและบทบาทเดิม ๆ เกี่ยวกับชาวละติน” 

ต่อจากนี้แม้ไม่รู้ว่าเส้นทางการเป็นนักแสดงของหนุ่มเลือดละตินคนนี้จะไปต่อในทิศทางไหน แต่ความพยายามและความมุ่งมั่นจะทำให้เขาไปได้ไกลแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้อย่างแน่นอน 

 

เรื่องโดย: ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้

 

อ้างอิง

Gabriel Luna Interview | AfterBuzz TV’s Spotlight On https://youtu.be/f9bt4j5yj1Y

https://www.flickeringmyth.com/2019/10/exclusive-interview-gabriel-luna-on-terminator-dark-fate-training-with-arnie-and-the-struggles-of-not-blinking/

https://collider.com/agents-of-shield-season-4-ghost-rider-gabriel-luna-interview/


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ