Post on 23/08/2019

แกรี่ ไลท์บอดี้ แห่งวง Snow Patrol ชายที่เรียนรู้จากความเจ็บปวด กับชีวิตที่ “เกลียดตัวเอง” จนเป็นโรคซึมเศร้า ติดเหล้าติดยา

       กว่า 7 ปี หรือ 2,555 วัน ที่ Snow Patrol วงร็อกสัญชาติไอริชห่างหายจากวงการเพลงไป ใน 7 ปีที่ว่านั้น ว่าไปแล้วมันก็เป็นเวลานานพอที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง คุณอาจจะไปเรียนหมอได้ปริญญา, สร้างกระสวยไปดาวอังคาร รวมถึงทำหนัง Game of Thrones ทั้งห้าซีซั่นให้จบได้ แม้โลกจะหมุนไปขนาดไหน แต่สำหรับ แกรี่ ไลท์บอดี้ (Gary Lightbody) นักร้องนำของวง มันเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องเดินย่ำอยู่กับที่พร้อมกับความทุกข์ตลอดเวลา อันเนื่องจากปัญหาด้านการติดเหล้า ยาเสพติด และโรคซึมเศร้า ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ Snow Patrol ต้องหยุดพักวงไป

หลังความสำเร็จสุด ๆ จากอัลบั้ม Final Straw (2003) และ Eyes Open (2006) นั่นทำให้ Snow Patrol กลายเป็นที่รู้จักในฐานะวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกเจ้าของเพลงอย่าง ‘Chasing Cars’, ‘Run’, ‘Chocolate’ และ ‘You’re All I Have’ แม้ต่อมาวงจะมีผลงานออกมาอีกสองชุด แต่ในปี 2012 ความสำเร็จทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลง

แม้จะอยู่ในฐานะนักร้องนำของวงร็อกที่คอยสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้คนแต่ชีวิตหลังม่านของไลท์บอดี้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงด้วยมรสุมชีวิตที่กำลังถาโถมฟรอนต์แมนคนนี้เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่สามารถฝืนกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไปแล้วเขาหันหน้าเข้าสู่ด้านมืดของพลังด้วยการอาศัยฤทธิ์ของสุราและยาเสพติดเป็นเครื่องมือสำหรับการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ทัวร์สุดท้ายที่อเมริกา ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่ยากสำหรับผมทีเดียว พวกเราทุกคนล้วนแต่เหนื่อยกับหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีใครมองเห็นความสนุกของทุกอย่างอีกแล้ว ตอนนั้นชีวิตเรามีแค่การทำอัลบั้ม ออกทัวร์ ทำอัลบั้ม ออกทัวร์ มันเหมือนอยู่ตรงกลางของโรคประสาท

ผมเคยบอกเสมอว่าผมเป็นพวกชอบดื่ม ผมไม่เคยทำตัวก้าวร้าวกับสิ่งพวกนี้เลย ผมสนุกเสมอ แต่ทุกอย่างมันก็ค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ  ตอนที่ผมอยู่แอลเอสามปีที่แล้ว เพื่อนส่วนใหญ่ของผมมีลูกและกำลังจะเลิกเหล้า ส่วนผมกินเหล้าทุกวัน เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้ผมผ่านวันเหล่านั้นไปได้ ผมเริ่มกินคนเดียวเพราะไม่สามารถหาคนออกไปกินด้วยได้ ส่วนที่สนุกมันหายไปอย่างรวดเร็ว และผมแค่ทำมันเพราะว่าโดน (จิตใจ) บังคับ แม้ผมจะได้รับคำเตือนเรื่องนี้เสมอจากพ่อและเพื่อน ๆ แต่นั่นคือเมื่อผมรู้ว่าผมไม่สามารถหยุดได้แล้ว สำหรับผมการที่จะออกไปเที่ยวโดยไม่ดื่มเหล้า ตอนนั้นมันน่ากลัวมาก

       อาการของไลท์บอดี้แย่ลงเรื่อยๆถ้าประเมินสภาพร่างกายและจิตใจของเขาในตอนนั้นคงไม่มีใครแปลกใจเลยถ้าเขาคิดจะเลิกเล่นดนตรีเป็นการถาวร

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเริ่มส่งผลไม่ใช่แค่สุขภาพของคุณ แต่มันรวมไปถึงเรื่องการควบคุมอารมณ์ด้วย ตอนนั้นผมน็อตหลุดง่ายมาก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นตาม ๆ กันมา หลายคนอาจจะเขียนเพลงได้ดีตอนที่มีเหล้าเข้าปาก แต่สำหรับผมมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย มันมีหลายครั้งที่ผมคิดว่าบางทีมันก็แค่นี้แหละ ผมได้เขียนเพลงของผมไปหมดแล้ว’”

ไลท์บอดี้ เป็นคนค่อนข้างมีบุคลิก serious introvert และเก็บตัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขามักมีความรู้สึกเกลียดตัวเองตลอดเวลา ซึ่งมันเป็นผลมาจากอาการของโรคซึมเศร้า ที่ค่อย ๆ กัดกลืนชีวิตของเขาเรื่อยมา เรียกได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทุกอย่างในชีวิตของเขา

สิบปีก่อนที่เพลง ‘Run’ จะประสบความสำเร็จ ผมเคยคิดว่าเฮ้ย เราแค่มีเพลงฮิตทุกอย่างมันคงโอเคแหละแต่หลังจากที่เราทำสำเร็จ ผมก็กลับมานั่งคิดว่า ทำไมทุกอย่างมันไม่เปลี่ยนไปเลย? ทำไมผมยังเป็นเหมือนเดิม? ทำไมผมยังรู้สึกเกลียดตัวเอง? มีช่วงหนึ่งที่ผมยืนร้องเพลงที่ผมเคยเขียนคนเดียวในห้องนอน ต่อหน้าคนนับพัน แล้วพวกเขาร้องมันกลับมาที่ผม “Light up, light up …(เพลง Run)” หลังจากนั้นคุณก็ต้องกลับมาที่โรงแรมหรือที่เงียบ ๆ ตัวคนเดียว ความเงียบมันอื้ออึงไปหมด ผมใช้เวลาหลายคืนในห้องไปกับการร้องไห้ และก็ถามตัวเองว่านี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงมันเหมือนกับมีอารมณ์สองขั้วในตัวคอยควบคุมคุณอยู่ จากอารมณ์เหมือนได้รับชัยชนะแล้วไปตกหลุมลึกของความสิ้นหวัง เป็นแบบนี้ทุกคืน อาการเหมือนกลับไปกลับมาแบบนี้ มันหมายความว่าคุณไม่ได้สงบสุขแบบจริง ๆ สักที

ไลท์บอดี้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายที่ว่าอาการเกลียดตัวเองของเขามีมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กแล้ว

อาการนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยผมยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ แล้วก็ไล่มาตอนเป็นวัยรุ่น มันเหมือนเกิดขึ้นตอนที่ฮอร์โมนผมเริ่มสัมผัสอะไรได้  ตอนวัยรุ่นผมก็เหมือน ๆ เด็กคนอื่น ที่ไม่เคยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในไอร์แลนด์เหนือ ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นคนนอก ในหัวผมมันมีการเลือกข้างอย่างชัดเจน หลายเสียงก็คอยพูดว่าเลือกสิแต่ผมไม่ได้อยากเลือกข้างนี่ เพราะงั้นสุดท้ายผมเลยรู้สึกเหงา

       ความรู้สึกต่างๆที่เขาต้องเก็บไว้คนเดียวเริ่มมาถึงจุดที่เขาเริ่มรับไม่ไหวไลท์บอดี้เคยเปิดเผยว่าตอนนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้ชีวิตต่อไปทำไม

ตอนนั้นผมคิดว่าผมเสียศูนย์ไปแล้ว ผมเคยคิดว่าการดื่มจะช่วยให้ผมเขียนเพลงออกมาได้ มันเหมือนกับงูกินหางตัวเอง ผมเอาแต่คิดถึงเรื่องการเกลียดตัวเอง ซึ่งทั้งหมดมันก็มาจากการกระทำของผม มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย แต่ตอนนั้นผมพบว่าการเปิดเผยความอ่อนแอออกมามันกลายเป็นยารักษาที่ดีที่สุดของผม

และแล้วชีวิตของไลท์บอดี้ก็มาถึงจุดที่พังสุดหลังจากหาทางออกไม่เจอสุดท้ายเขาพึ่งอิทธิฤทธิ์ชั่วข้ามคืนของยาเสพติดเพื่อหวังให้ตัวเองหลุดพ้นจากวงจรนี้การใช้ยาของเขาเริ่มหนักและจริงจังขึ้นเรื่อยๆจนมันเริ่มมีผลต่อข้างเคียงต่อสุขภาพของเขาเช่นการติดเชื้อในหูลำไส้และตาสุดท้ายไลท์บอดี้ต้องหันหน้าไปหาแพทย์อย่างจริงจังและเขาได้พบกับนักบำบัดที่ชื่อว่าเกเบรียลซึ่งเธอถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตปกติอีกครั้ง

ยาเสพติดอยู่รอบตัวผมและผมไม่เคยเอาเกราะยกขึ้นมากันมันเลย ผมไม่อยากพูดถึงมันหรอก เพราะมันเป็นสิ่งที่แย่มาก แต่ผมก็เคยใช้มัน มีทั้งช่วงเวลาที่ดีและร้าย ซึ่งส่วนมากจะมีแต่เลวร้าย แต่หลังจากนั้นผมได้พบกับเพื่อนของผมที่ชื่อ เกเบรียล เธอเป็นนักฝังเข็มและเป็นมนุษย์ที่น่ายกย่องที่สุดในโลก เธอเคยพูดกับผมว่าให้เวลาฉันหนึ่งเดือนและเราจะแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกัน แต่ห้ามดื่มเด็ดขาดสิ่งเหล่านี้มันช่วยให้ผมผ่านทุกอย่างมาได้

คนที่หลงผิดมักจะมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ จนกระทั่งตัวเองมาอยู่ในจุดระหว่างความเป็นความตาย ไลท์บอดี้ ก็เป็นอีกคนที่ได้รู้ซึ้งถึงมัน

ตอนวันเกิดอายุ 40 ปี ของผม ผมรู้สึกซังกะตาย ผมรู้สึกแย่สุด ๆ ผมกลับไปหาหมอหลังจากที่เคยรักษาครั้งใหญ่ สุดท้ายผมต้องกลับไปรักษาอีกอาทิตย์ละสามถึงสี่ครั้งต่อสัปดาห์ และเพื่อตรวจร่างกาย ซึ่งก็โชคดีที่ผมไม่เป็นอะไร

เพลงจากอัลบั้มใหม่อย่าง Wildness ที่ชื่อว่า ‘Heal Me’ ถือเป็นเพลงที่เขาอุทิศให้กับ เกเบรียล อีกด้วยเพลงทั้งหมดเหล่านี้ คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีเธอ เช่นเดียวกันถ้าไม่มีเธอผมคงไม่มีวันนี้

กลัวที่จะเกิดขึ้นอีกไหม? แน่นอนว่า ใช่ นี่คือคำตอบที่ ไลท์บอดี้ รู้อยู่แก่ใจผมระมัดระวังทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เพราะผมคิดว่าผมต้องเป็นแบบนี้ ผมหวังว่าในบางจุดมันอาจจะลงตัว และผมก็ไม่คิดถึงมันมากนักเกี่ยวกับสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผมทำบางสิ่งบางอย่างทุกวัน เช่นนั่งสมาธิ ฝึกชี่กง ไปยิม ซึ่งวันไหนถ้าผมทำไม่สิ่งเหล่านี้ ผมจะเริ่มรู้สึกถึงเงา

       ถ้าใครที่เจอปัญหาแบบนี้แน่นอนมันคงไม่มีทางให้คุณเลือกมากนักเผลอๆสถานการณ์อาจจะบีบให้คุณก้มหน้ายอมรับโชคชะตากรรมแต่สำหรับไลท์บอดี้เขาโชคดีเหลือเกินที่ผ่านมันมาได้

ผมรับรู้ว่า ผมไม่สามารถถอยหลังได้อีกแล้ว สิ่งพวกนี้มันเป็นสิ่งที่ผมกลัว ผมเลยต้องเริ่มเขียนเพลงอีกครั้ง วันนี้ผมพูดได้เลยว่าผมไม่ได้ดื่มมา (เป็นเมื่อก่อนคงจะดื่ม) ผมพอแล้วกับมัน ผมไม่อยากให้ใครมานับถือยกย่องผมหรอก ผมไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มบำบัดผู้ติดเหล้านะ แต่ผมนับถือพวกเขา พวกเขาพูดว่าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตนักในช่วงสองปีแรกของการฟื้นฟู และผมยังอยู่ในจุดนั้น มิถุนายนนี้จะครบสองปีแล้ว ผมว่าเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลงอันสำคัญและยิ่งใหญ่ของชีวิตผม

Wildness ถือเป็นอัลบั้มใหม่ในรอบ 7 ปี ของ Snow Patrol เพลงทั้ง 10 เพลงในอัลบั้มเปรียบเหมือนตัวแทนของของเรื่องราวที่ ไลท์บอดี้ ต้องประสบพบเจอมา บางเพลงพูดถึงความหวัง บางเพลงพูดถึงการยอมรับในเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ และจากคนที่เคยพูดว่าผมไม่สามารถเขียนเพลงได้อีกแล้ว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเขียนอะไรซึ่งหลังผ่านมรสุมทั้งหมด วันนี้เขากลับมาพร้อมกับงานที่เขาได้เรียนรู้ชีวิตจากมัน

ใช่ ผมกลับมาแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผมหวังว่าตัวเองจะทำ เป็นคนที่มีไฟในจิตวิญญาณ เป็นคนที่ไม่ต้องดื่มแล้วถึงจะหัวเราะได้ ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่เพื่อที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ ผมรู้สึกว่ามันง่ายมากขึ้นที่จะอยู่กับตัวเอง ผมหัวเราะง่ายขึ้น สนุกได้เร็วขึ้น”

ปัจจุบัน ไลท์บอดี้ ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดในเมืองบังกอร์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ บ้านขนาดกลางที่เขาซื้อจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเมื่อตอนอายุสามสิบ บ้านที่เขายังคงตกหลุมรักมันเสมอ

Snow Patrol กำลังจะมีคอนเสิร์ตอะคูสติกในไทยวันที่ 27 สิงหาคม 2019 ที่ Moonstar Studio ซึ่งนี่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พวกเขาได้โชว์ในลักษณะนี้ที่บ้านเรา และสำหรับใครที่ชอบเพลงในอัลบั้ม Wildness นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ไปชมโชว์สด ๆ จากพวกเขา

ที่มา :

https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-44725186

https://colemoreton.com/2018/06/08/gary-lightbody-a-deeply-personal-interview-about-life-love-loss-and-the-crisis-that-kept-snow-patrol-apart-for-years/

https://www.irishexaminer.com/breakingnews/lifestyle/culture/snow-patrols-gary-lightbody-eyes-open-and-seeing-clearly-860932.html

https://www.belfasttelegraph.co.uk/entertainment/news/snow-patrols-gary-lightbody-the-night-i-nearly-died-after-going-on-threeday-bender-36944241.html


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว