Post on 02/01/2021

ความตายของ ‘จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd)’ ปลุกกระแสต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติทั่วโลก

“ผมหายใจไม่ออก (I can’t breathe.) ”

 

เสียงของจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ก่อนสิ้นลมหายใจดังก้องอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก หลังเหตุการณ์ความรุนแรงและโหดร้ายของของตำรวจอเมริกันที่ทำเกินกว่าเหตุจนจอร์จ ฟลอยด์เสียชีวิตในเวลาต่อมา ปลุกกระแสต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและ Black Lives Matter กลับมาอีกครั้ง

 

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาเมื่อจอร์จ ฟลอยด์เดินเข้าไปในร้าน Cup Foods ซึ่ง Mike Abumayyaleh เจ้าของร้านกล่าวว่าฟลอยด์เป็นลูกค้าประจำที่แสนเป็นมิตรและไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ แต่วันเกิดเหตุเขาไม่ได้อยู่ที่ร้าน และมีพนักงานอีกคนอยู่แทน 

 

วันนั้นฟลอยด์เดินเข้าไปซื้อบุหรี่หนึ่งซอง ยื่นธนบัตร 20 ดอลลาร์ที่เคาน์เตอร์ แต่แล้วพนักงานก็โทรไปที่ 911 เพื่อรายงานกับตำรวจว่าเงินที่ฟลอยด์ให้มานั้นเป็นธนบัตรปลอม 

 

เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาไล่ตามรถฟลอยด์ ก่อนจะจับตัวไว้แล้วใส่กุญแจมือ เจ้าหน้าที่พยายามให้ฟลอยด์ขึ้นรถตำรวจแต่เกิดการขัดขืน 

 

ฟลอยด์ล้มลงกับพื้น ขณะที่เขานอนคว่ำหน้าอยู่นั้น นายตำรวจที่ชื่อว่า เดเร็ค เชาวิน (Derek Chauvin) ได้กดเข่าซ้ายลงไประหว่างศีรษะและลำคอของฟลอยด์ โดยกดค้างไว้อย่างนั้นนานหลายนาที

 

ในภาพที่บันทึกจากกล้องบอดี้แคม (bodycam) ของตำรวจ ฟลอยด์พูดคำว่า ‘หายใจไม่ออก’ มากกว่า 20 ครั้ง อ้อนวอนถึงแม่และร้องขอตำรวจว่า “ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 8 นาที เชาวินปลดเข่าออกจากคอของเขา

 

จอร์จ ฟลอยด์ เงียบ นิ่ง ไม่ไหวติงหรือตอบสนองสิ่งใด หลังจากนั้นเขาถูกนำตัวส่งไปยังศูนย์การแพทย์เฮนเนพินเคาน์ตี (the Hennepin County Medical Center) และพบว่าเสียชีวิตในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

 

“วิธีที่เขาตายมันไร้เหตุผลสิ้นดี เขาทั้งวิงวอนและร้องขอชีวิต เมื่อคุณพยายามอย่างหนักที่จะศรัทธาในระบบที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคุณ เมื่อคุณแสวงหาความยุติธรรมด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่คุณก็ไม่ได้มันมา” คริสโตเฟอร์ แฮร์ริส (Christopher Harris) เพื่อนสนิทของฟลอยด์กล่าวถึงโศกนาฏกรรมในครั้งนี้

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของความโหดร้ายที่เกิดจากการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว เพราะก่อนหน้า เคยมีเหตุการณ์ที่ชาวแอฟริกันอเมริกันหลายคนถูกกระทำเกินกว่าเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่ได้รับโทษอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาห์มูด อาร์เบอรี (Ahmaud Arbery) ที่ถูกยิงขณะวิ่งออกกำลังกายเพราะถูกกล่าวหาว่าคล้ายกับผู้ต้องสงสัยคดีลักทรัพย์ และบรีออนนา เทย์เลอร์ (Breonna Taylor) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบยิงทั้งหมด 8 ครั้งและเสียชีวิตในแฟลต 

 

หรือหากย้อนกลับไปนานกว่านั้น คือกรณีเทรย์วอน มาร์ติน (Trayvon Martin) เด็กชายแอฟริกันอเมริกันอายุ 17 ปี ถูกยิงในร้านสะดวกซื้อขณะกระทบกระทั่งกับชายอเมริกันในร้าน แต่กว่าชายคนนั้นจะถูกจับตัวไปดำเนินคดี คนอเมริกันกว่า 1.3 ล้านคนต้องร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ตำรวจจับเขา และตั้งข้อหา ฆาตกรรมโดยไม่เจตนา ซึ่งเป็นที่มาของกระแส Black Lives Matter เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับเทรย์วอน มาร์ติน

 

บาดแผลที่สะสมมาเป็นเวลานาน บวกรวมกับคลิปวีดิโอของจอร์จ ฟลอยด์ที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกรับรู้เรื่องนี้ และปลุกเร้าให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

26 พฤษภาคม ตำรวจทั้ง 4 นายถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตรกรรม ขณะที่ก่อนหน้านี้คดีลักษณะดังกล่าวมักจะถูกเพิกเฉย 

 

สหรัฐอเมริกาเริ่มมีการออกกฎหมายสั่งห้ามตำรวจล็อกคอผู้ต้องสงสัย 

 

ผู้ประท้วงนับร้อยเริ่มออกมายังถนนในมินนีแอโพลิส ทำลายรถและสถานีตำรวจ ก่อนการประท้วงจะเริ่มลุกลามไปกว่า 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา และขยับขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างในเมืองบริสตอล (Bristol) ประเทศอังกฤษ ผู้ประท้วงโยนรูปปั้นของเอ็ดเวิร์ด โคลสตัน (Edward Colston) ทิ้งที่ท่าเรือ เพราะเอ็ดเวิร์ด โคลสตัน  คือพ่อค้าทาสในศตวรรษที่ 17 ยุคที่ชาวแอฟริกันนับล้านถูกขายเพื่อใช้แรงงาน ส่วนในสหรัฐอเมริกา รูปปั้นของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสก็ถูกโค่นลงเช่นเดียวกัน เพราะโคลัมบัสเป็นผู้บุกเบิกดินแดนที่บุกรุกชนพื้นเมืองดั้งเดิมและนำไปสู่การใช้แรงงานทาส

 

ส่วนในโลกออนไลน์ แฮชแท็ก #blacklivesmatter ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ รวมทั้งเหล่าศิลปิน คนดังและนักกีฬาได้ออกมาเป็นกำลังใจและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับฟลอยด์   

 

รายการโทรทัศน์หลายช่องที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดเชื้อชาติและมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ถูกระงับการฉาย 

 

หลายแบรนด์ดังระดับโลกออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ Black Lives Matter 

 

และที่สำคัญ ผู้คนทั่วไปออกมาพูดถึงการเหยียดและการเลือกปฏิบัติในชีวิตประจำวันที่พวกเขาต้องเผชิญ ทั้งเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ และความไม่เท่าเทียมท้านอื่น ๆ เช่น เพศ ศาสนา ความเชื่อ รูปลักษณ์ภายนอก ฯลฯ เผยให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นปัญหาสากลที่สร้างความปวดร้าวให้ผู้คนทั่วโลกมาเป็นเวลานาน 

 

ความตายของจอร์จ ฟลอยด์จึงนับเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สอนให้เรามองเพื่อนมนุษย์ท่ามกลางความหลากหลายอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น รวมทั้งสะท้อนให้เห็นความโหดร้ายและบาดแผลที่เกิดขึ้นจากการเหยียดเชื้อชาติที่โลกไม่ควรลืม

 

เรื่อง ธัญญารัตน์  โคตรวันทา

 

ที่มา

 

 


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

วลาดิเมียร์ ครุชคอฟ หัวหน้า KGB คนสุดท้าย แกนนำกบฏล้ม กอร์บาชอฟ

ศิลป์ พีระศรี ศิลปินเอกยุค ศิลปะคณะราษฎร

บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ไอเดียทำรองเท้าไนกี้จากเครื่องทำขนมของเมีย จนพัฒนาเป็นรองเท้ามาราธอนที่เร็วที่สุดในโลก

‘ปาท่องโก๋’ ไม่ได้เรียกว่า ‘ปาท่องโก๋’ แต่เป็น ‘อิ้วจาก้วย’ ที่มีไว้สาปแช่งสองสามีภรรยาชาวจีนผู้ทรยศบ้านเมือง

มาดาม ซี.เจ.วอล์คเกอร์ จากทาส สู่ ‘เศรษฐินีผิวสี’ คนแรกของอเมริกา

อัน จุง-กึน นักสู้ปลดปล่อยเกาหลี มือสังหารนายกฯ คนแรกของญี่ปุ่น

มูซาเฟอร์ เชอริฟ: The Robbers Cave Experiment กับคำถามถึงจริยธรรมการทดลอง ‘สร้างความขัดแย้ง’ ให้กับเด็ก ๆ 

คำสาบานฮิปพอคราทีส คำปฏิญาณของหมอ ที่เสื่อมความหมายในสังคมปัจจุบัน