Post on 02/10/2019

โครงการ ‘ของขวัญจากพ่อ’ จาก Sea (ประเทศไทย) เดินหน้าสร้างทักษะ เสริมความรู้ ในยุค 4.0 ด้วย ‘เกมมิฟิเคชั่น’ (Gamification) ผ่านบอร์ดเกม

โครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกมของขวัญจากพ่อ (Gifts from Dad) ปีที่ 3 ภายใต้หัวข้อ ‘ร่วมพัฒนา รักษ์ป่าอย่างยั่งยืน’ ซึ่งมุ่งใช้บอร์ดเกมและหลักการเกมมิฟิเคชั่นเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อสานต่อความรู้ด้านเกษตรพอเพียงและการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นหัวข้อการประกวดใน 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยังคงมุ่งสร้างทักษะและทัศนคติที่จำเป็นในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในกลุ่มผู้เข้าประกวดและบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วม

โครงการนี้สนับสนุนโดย Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ ดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ “10 in 10 Initiative” ของ Sea (Group) ที่มุ่งสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นต่อการทำงานและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล อาทิ ทักษะด้าน Soft Skill เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะเชิงวิพากษ์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำในยุคดิจิทัล ให้แก่กลุ่มประชากรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมส่งมอบ ‘Digital Talent’ กว่า 10 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ภายในระยะเวลา 10 ปี เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างรอบด้าน โดยโครงการฯ ของขวัญจากพ่อครั้งนี้


มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวถึงการผลักดันการเรียนรู้ด้วยเกมมิฟิเคชั่นผ่านโครงการของขวัญจากพ่อว่า “ในฝั่งขององค์กร จะบอกว่าการเรียนรู้เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาอย่างเดียวไม่ได้แต่ทุกองค์กรต้องมีการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับบุคลากรและสังคมในวงกว้าง ในด้านของ Sea (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ ดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์) มีความเชี่ยวชาญด้าน เกมมิฟิเคชั่นหรือการใช้กลไกของเกมเป็นตัวผลักดันธุรกิจ เป็นทฤษฎีใหม่ซึ่งเข้ามามีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา เราจึงมองเห็นโอกาสการใช้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบันที่ยังต้องการการเติมเต็ม”


กลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ มีความหลากหลาย โดยกลุ่มแรกคือ ‘ผู้เข้าแข่งขัน’ ซึ่งจะได้รับการฝึกสอนจาก Sea (ประเทศไทย), อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Innovative Digital Design จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงบอร์ดเกม ในศาสตร์การบูรณาการ ‘เกมมิฟิเคชั่น’ เข้ากับเนื้อหาประเภทต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานสาขาต่าง ๆ หรือการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล กลุ่มที่ 2 คือ ‘กลุ่มนักศึกษา’ ในภาควิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกม จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งจะได้ประสบการณ์จริงจากการนำผลงานการแข่งขันไปพัฒนาต่อเป็น ‘ดิจิทัลบอร์ดเกม’ กลุ่มสุดท้ายคือ ‘ผู้เล่น’ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความพอเพียงและยั่งยืน ผ่านบอร์ดเกมเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 โดยบอร์ดเกมจากโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ จะถูกกระจายไปยังโรงเรียนที่ร่วมโครงการ ศูนย์การเรียนรู้ และร้านบอร์ดเกมต่าง ๆ รวมกว่า 100 แห่ง


เอกภูมิ ภูมิพันธุ์ หรือ ‘ภูมิ’ หนึ่งในสมาชิกทีม Lunar Gravity ทีมผู้ชนะจากการประกวดออกแบบบอร์ดเกมในโครงการฯ ของขวัญจากพ่อปีที่ 2 เผยถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ ว่า “ตลอดระยะเวลา 3 เดือนในการร่วมสร้างบอร์ดเกมกับ Sea (ประเทศไทย) และคณะกรรมการในโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ นับเป็นช่วงเวลาที่เราได้พัฒนาตัวเองในมุมที่ไม่คิดว่าเป็นไปได้ ทั้งการดีไซน์เกม การประยุกต์ใช้หลักการเกมมิฟิเคชั่นกับเนื้อหาประเภทต่าง ๆ การฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อความรู้ไปสู่ผู้อื่นในรูปแบบที่ซึมซับง่ายและสนุกสนาน นอกจากนี้ ยังทำให้เรารู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยการเรียนรู้จากคณะกรรมการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยสมาชิกในทีม Lunar Gravity รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสื่อการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนและคนไทย”


ผลงานของทีม Lunar Gravity จากโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ ปีที่ 2 ได้แก่ เกม ‘Riverbank’ ซึ่งเป็นเกมกระดานที่ผู้เล่นต้องสวมบทบาทผู้นำชุมชนที่จะต้องช่วยแก้ปัญหาการจัดการน้ำจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ผนวกการใช้น้ำที่ขาดความยั้งคิดของคนในชุมชน ซึ่งนอกจากต้องวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดปียังจะต้องเรียนรู้ถึงผลกระทบของการใช้น้ำไม่ยั้งคิดกับชุมชนตนเองร่วมกับชุมชนข้างเคียง โดยปัจจุบันได้ถูกกระจายไปยังโรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ และร้านบอร์ดเกมทั่วประเทศไทย โดยผู้สนใจยังสามารถดาวน์โหลดบอร์ดเกมรูปแบบ Print & Play ได้ที่เว็บไซต์ www.seathailand.com/giftsfromdad


“เราเชื่อว่าการพัฒนาคนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งในและนอกห้องเรียน ด้วยการใช้สื่อการเรียนรู้ที่ขานรับต่อความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม สำหรับ Sea (ประเทศไทย) บุคลากรที่เราต้องการจะพัฒนาไม่ได้มีแค่กลุ่มเยาวชน แต่ยังรวมไปถึงบุคคลทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อให้ประชากรในประเทศไทย สามารถคว้าโอกาสจากการเข้ามาของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ นั่นคือเหตุผลที่เราและบริษัทในเครือทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Proficiency) เสมอมา อาทิ โครงการ Shopee University ซึ่งฝึกฝนให้ผู้ประกอบการไทยใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้เกิดประโยชน์สูงสุด การร่วมมือกับ Social Enterprise อย่าง Young Happy เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีในกลุ่มผู้สูงวัย หรือการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อพัฒนานิสิตนักศึกษาร่วมกัน และนี่เป็นแนวทางที่เราจะทำต่อไปในอนาคตเพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล” มณีรัตน์ กล่าวสรุป


The People

กองบรรณาธิการ

Related

RARE BANGKOK 2019 เตรียมตัว Turnt กับ DJ. Carnage 6 กันยานี้

HR Management ในแบบฉบับ ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ CEO หญิงเก่งของซมโปะ ประกันภัย

คิง เพาเวอร์ รวมพลังภาคอีสานวิ่งเสริมทัพพี่ตูน ส่งต่อกำลังใจให้ก้าวสู่เส้นชัย

มาแล้วไลฟ์สไตล์มอลล์ต้นแบบ เมื่อ ZEN กลายเป็น CENTRAL จากเจนใหม่ ‘ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี’

ศิลปินร่วมจุดกระแส “เมืองรอง” กับ “Experiencing ASEAN POP Culture”

กสิกรไทยจัดสัมมนา “เศรษฐกิจและกลยุทธ์ การลงทุนภายใต้วิกฤตการค้าโลก”

เทคโนโลยีชาวบ้านจัดใหญ่ก้าวสู่ปีที่ 32 เสวนาไม้ผลพารวยยุค 5 G งานนี้ฟรี มีไม้ผลพันธุ์ดีติดมือมาปลูก

British Council : มากกว่าสถาบันสอนภาษา เพราะมันคือโอกาสในการพัฒนาชีวิต