Post on 10/04/2019

“กูลิโกะแมน” คือใคร ทำไมวิ่งแค่ 300 เมตร ถึงเข้าเส้นชัย

Glico man

อย่าบอกว่า คุณไม่เคยกางมือชูแขนเลียนแบบป้ายไฟโฆษณากูลิโกะ ยามมาเยือนย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ย่านช้อปปิ้ง กินดื่มยอดฮิตของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ชายชุดขาวในป้ายที่กำลังชูมือขณะกำลังเข้าเส้นชัยนี้มีชื่อว่า “กูลิโกะแมน” (The Glico Running Man) ที่ตอนนี้มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว

ที่มาของคุณกูลิโกะแมน เริ่มต้นในปี 1935 จุดกำเนิดของกูลิโกะแมนรุ่นที่ 1 กางแขนโดดเด่นอยู่บนปลายแท่งสูง 33 เมตร รูปทรงเหมือนขนม บริเวณสะพานอิบิซึบาชิ ริมแม่น้ำโดทงโบริ กูลิโกะแมนรุ่นแรกถูกปลดประจำการลงในปี 1943 ซึ่งความเด่นนี้ไม่ได้ไปทำให้ใครหมั่นไส้ นอกจากอาจล่อเป้าทิ้งระเบิดได้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ต่อมาในปี 1955 หลังไฟสงครามมอดลง ป้ายกูลิโกะแมน รุ่นที่ 2 ได้ถูกติดตั้ง โดยมีขนาดเล็กลงมากตามภาวะเศรษฐกิจ จนในปี 1963 กูลิโกะแมนถูกอัพเกรดร่างที่สาม เป็นไฟนีออนสว่างสวยงามทันสมัย แล้วเปลี่ยนเป็นป้ายไฟขนาดใหญ่ในปี 1972 ที่ทำให้กูลิโกะแมนเป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยนอกจากกูลิโกะแมนที่ชูมือวิ่งเข้าเส้นชัย มีพระอาทิตย์สีแดงเป็นฉากหลังแล้ว โอซาก้ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอีก 4 แห่งได้แก่ ปราสาทโอซาก้า, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง, โอซาก้าโดม และหอคอยซึเทนคาคุ

ปัจจุบันป้ายไฟกูลิโกะเป็นรุ่นที่ 6 เปิดตัวไปเมื่อ 23 ตุลาคม 2014 มีขนาด 10.4 เมตร สูง 20 เมตร ทั้งป้ายเป็นหลอดแอลอีดี กว่า 140,000 ดวง เพื่อประหยัดพลังงาน และสดุดีให้นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นผู้คิดค้นไฟแอลอีดีสีน้ำเงิน จนได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์

ป้ายกูลิโกะแมนในตอนกลางวันจะปิดไฟ เพื่อลดการใช้ไฟ และมาสว่างไสวสุด ๆ ในช่วงกลางคืน ใครที่อยากไปชมแนะนำให้ไปหลังพระอาทิตย์ตกดินจะเห็นแสงสีสวยงามอลังการน่าอัศจรรย์ใจ

แต่รู้หรือไม่ว่า ระยะทางที่กูลิโกะแมนวิ่งเข้าเส้นชัยนั้นสั้นเพียงแค่ 300 เมตรเท่านั้น !!

ที่เป็นเช่นนั้นมาจากผลิตภัณฑ์แรกที่ “ริอิจิ เอซากิ” ผู้ก่อตั้งบริษัทกูลิโกะคิดค้นคือ ขนมเสริมสุขภาพ “Glico Caramel” สารสกัดไกลโคเจนในน้ำต้มหอยนางรม ที่เขาคิดค้นเพื่อช่วยให้ลูกชายที่ป่วยเป็นไข้รากสาดใหญ่หายป่วย ซึ่งในขนมหนึ่งเม็ดช่วยให้คนสูง 1.65 เมตร หนัก 55 กิโลกรัม วิ่งได้ไกล 300 เมตรพอดี

ส่วนทำไมต้องเป็น ชายชุดขาววิ่งเข้าเส้นชัยนั้น เพราะหลังจากลูกชายของเอซากิหายป่วยจากการได้กินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไกลโคเจน เขาเกิดความคิดอย่างแน่วแน่ที่จะเผยแพร่เรื่องนี้ไปให้ผู้คนในโลกได้รู้ จึงได้ก่อตั้งบริษัท เอซากิ กูลิโกะ (Ezaki Glico) ที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาสมรรถภาพร่างกายผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์อาหาร

ใช่แล้ว ที่มาของชื่อ กูลิโกะ (Glico) หลายคนอาจจะพอเดาได้ว่ามาจาก “ไกลโคเจน” สารให้พลังงานหลักในผลิตภัณฑ์แรกของกูลิโกะนั่นเอง

แถมอีกนิด…ลองทายกันว่าวันไหนที่กูลิโกะขายดีที่สุด

ขออนุญาตเฉลยแล้วกัน วันที่ขนมกูลิโกะขายดีที่สุดนั้นไม่ใช่วันก่อตั้งบริษัท แต่เป็นวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี โดยมีขึ้นครั้งแรกในปี 1999 หรือ ปีเฮเซที่ 11 วันนี้เขียนเป็น 11/11/11 คล้ายขนมป๊อกกี้ ขนมขายดีที่สุดอย่างหนึ่งของกูลิโกะเรียงกัน จนเรียกวันนี้ว่าวันป๊อกกี้ (Pocky Day) วันนี้แม้จะเป็นวันทางการตลาด แต่ก็เป็นวันที่เปิดโอกาสให้แลกของขวัญระหว่างกัน หรือสารภาพรักกันไม่ต่างจากวันวาเลนไทน์เลยทีเดียว

จากจุดเริ่มที่ความรักของพ่อกับลูกชาย แล้วแบ่งปันความรัก ความหวังดีด้านสุขภาพผ่านผลิตภัณฑ์อาหารให้กับคนทั่วไป กลายเป็นการส่งความรัก ความสุขให้แก่กัน ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ชายนักวิ่งชุดขาวที่ชื่อว่า “กูลิโกะแมน”

 

ที่มา 
https://www.glico.com/th/about/history/
http://jpninfo.com/82208

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

น้าค่อม ชวนชื่น : “ไอ้สั้ส!” ตลกจริงใจ ขวัญใจมหาชนที่ใคร ๆ ก็อยากให้เขาด่าทอ

ชาร์ลี ไลท์เทนนิง สำรวจชีวิตเลียม กัลลาเกอร์ 10 ปีที่แตกหักจาก Oasis ในสารคดี As It Was

โมริ โคโกโร่ หรือ “โคโกโร่นิทรา” แห่งโคนัน นักสืบไม่ได้เรื่อง (?) ที่เรารัก

คานเย เวสต์ จากแรปเปอร์ตัวพ่อสู่การเป็น Yeezus เส้นทางแฟชันที่มี Yeezy เป็นเดิมพัน

“สักวาลาจาก” ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

โชนัมจู: นักเขียนผู้สะท้อนชีวิตกดขี่ของผู้หญิงเกาหลีใต้ ผ่าน “คิมจียอง เกิดปี 82”

[2] ชาร์ลี พาร์คเกอร์ อัจฉริยะดนตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง: จับเทเนอร์แซ็ก ในวง เอิร์ล ไฮน์ส

เบจิต้า: ความรักของนักรบชาวไซย่า นักล่าผู้เหี้ยมโหดที่กลายเป็นพ่อบ้านแสนดี