Post on 13/02/2019

สัมภาษณ์ กอล์ฟ F.Hero กับปัญหาลิขสิทธิ์เรื้อรังและความรู้สึกยอมแพ้ต่อการเมืองไทย

       ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือที่เรารู้จักเขาในนาม “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ถือเป็นแรปเปอร์แถวหน้าคนหนึ่งของวงการเพลงในบ้านเรา ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว กอล์ฟก็เหมือนกับนักล่าฝันทั่วไป เขาเป็นเพียงเด็กเชียงรายธรรมดาคนหนึ่งที่หลงใหลในดนตรีฮิปฮอป แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตของชายคนนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจยื่นเดโม่ไปที่ค่ายก้านคอคลับ ค่ายเพลงของเจ้าพ่อเพลงฮิปฮอปในบ้านเราอย่าง “โจอี้บอย”

ต่อมาเขาได้ออกผลงานร่วมกับเพื่อนอีกคนภายใต้ชื่อว่า “สิงห์เหนือเสือใต้” ซึ่งไม่นานชื่อของเขาก็สามารถติดลมบนของวงการได้สำเร็จ ในนาม “ฟักกลิ้งฮีโร่” กอล์ฟถือเป็นแรปเปอร์ที่มีลายเซ็นต์เป็นของตัวเอง ท่อนแรปของเขาแอบแฝงไปด้วยการเสียดสีสังคม รวมถึงข้อคิดในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผลงานสร้างชื่อที่เขาร่วมเขียนกับแสตมป์ อภิวัฒน์ ในอดีตอย่าง “ราตรีสวัสดิ์”

แต่ปัจจุบันกอล์ฟได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะก้าวออกมาจาก comfort zone ของตัวเองเพื่อเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในชีวิต โดยเฉพาะการย้ายออกจากค่ายที่เปรียบเสมือนบ้านของเขา ร่วมถึงการใช้ชื่อย่ออันใหม่อีกด้วย

แม้ไม่รู้ว่าหนทางจะยาวไกลหรือขรุขระแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจมากๆ คือการได้มีโอกาสสร้างชื่ออีกครั้งด้วยตัวของตัวเอง วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับชายคนนี้เกี่ยวกับมุมมองที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ทั้งมุมมองของเขาต่อความหยาบคายของแรป หรือแนวคิดทางการเมืองที่อดีตเคยหนักแน่นแต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เครื่องหมายคำถาม

The People : อัปเดตชีวิตช่วงนี้หน่อยทำอะไรอยู่บ้าง
F.Hero : ก็สนุกสนานดีครับ ช่วงนี้ก็ทำอัลบั้มตัวเองเป็นหลัก แล้วก็ทัวร์คอนเสิร์ต รายการซีซั่นใหม่นะครับ แล้วก็เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียประมาณนี้ครับ

The People : เล่าถึงวินาทีที่ต้องออกจากบ้านที่ชื่อว่า ‘ก้านคอคลับ’ หน่อย
F.Hero : วินาทีตอนนั้นก็…ก็เต็มไปด้วยความลำบากใจ เพราะว่าก็อย่างที่รู้ว่าเราทำงานกับครอบครัวเรามา เราทำงานกับบ้านเรามา เราทำงานกับพ่อเรา เหมือนคนที่ให้กำเนิดเรามา ก็จนมาถึงวันหนึ่งเราก็เกิดคำถามในใจว่าปีนี้ก็ 36 แล้ว หมายถึงว่าปีก่อนนะ ปีก่อนตอนที่ออกก็ 36 แล้ว ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันใดๆ ก็เลยคิดว่าคืออยู่กับพี่โจ้ อยู่กับก้านคอเนี่ยสบาย คือเป็นที่ๆ สบายมากเพราะว่าพี่โจ้อะงานจ้างเขามีตลอดทุกปี ไม่ว่า 10 ปีผ่านไปกระแสก็ไม่เคยตก คืองานแกเยอะทุกเดือน คือถ้าเราจะเกาะพี่โจ้กินไปเรื่อยๆ ก็คงสบาย ก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไร

       คือที่ผ่านมาก็ไม่ได้รู้สึกดิ้นรนอะไรเพราะว่าสบายมาก ต่อเดือนก็รายได้ดีมากๆ พี่โจ้ก็เลี้ยงดี ให้ความเมตตา ให้ความรักดี จนรู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ จนมาถึงคำถามตอนที่แบบว่าเราก็มีลูกแล้ว แล้วก็ไม่มีเพลงเป็นของตัวเองเลย เราก็เลยรู้สึกว่าก็ถึงเวลาที่เราจะต้องขยับออกจากความสบาย คือต้องลองโดดลงไปลุยกับมันสักตั้งดู คือถ้ายังอยู่ที่เดิมก็คงไม่ได้ทำ อยู่กับพี่โจ้คงไม่ได้ทำเพราะว่ามันสบาย ต้องผลักดันตัวเองด้วยการออกมาทำเอง ตัดสินใจเอง เป็นหัวหน้าเอง

The People : ยากขนาดไหนตอนที่ต้องบอกความจริงนี้
F.Hero : ใช้เวลา ผมใช้เวลาตั้งแต่เมษาของปีก่อน มาบอกตอนสิงหาของปีก่อน ใช้เวลาตั้งแต่เมษาครับ มาบอกเอาอีกทีสิงหาของปีก่อน คือไม่ใช่เมษาของปีก่อน มันเมษาของปีนู้น เมษาของปีอีกปีหนึ่ง ครบเมษาแล้วก็มาบอกอีกทีสิงหา คือใช้เวลาเตรียมใจและเตรียมตัวอยู่นานมากๆ เหมือนกัน ตั้งปีกว่าถึงจะตัดสินใจบอกกันเป็นกิจจะลักษณะ

The People : พี่โจ้ (โจอี้บอย) เข้าใจไหม
F.Hero : เข้าใจดีครับ แล้วก็…แกก็บอกโอ้ ก็ใจหายแหละ แต่ว่าถ้าไปแล้วมันทำได้ดีทุกอย่าง มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลง แกก็ยินดีและก็ยินดี support เหมือนเดิม ทุกอย่างพี่โจ้ไม่ได้ว่าอะไรครับ แล้วก็จากกันด้วยดี แล้วก็ยังเป็นพี่น้องกัน แกก็ Line มาถามเรื่อยๆ เป็นไงเหนื่อยไหมครับผม

The People : ทำไมจากชื่อ Fucking Hero ถึงต้องเปลี่ยนเป็น F.Hero
F.Hero : ไม่ได้ใช้ชื่อใหม่ใช้ชื่อ Fucking Hero เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าชื่อภาษาอังกฤษเปลี่ยนจาก Fuck เป็น F.Hero ตอนแรกเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าคำว่า Fuck มันไปกระทบกระเทือนใคร ก็ใช้มานานมาก แต่ว่ามีเหตุการณ์ว่าเราไปเล่นคอนเสิร์ตที่สเก็ตน้ำแข็งตรงเมเจอร์ ลานสเก็ต แล้วก็เขาก็ขึ้นป้ายเขียน Fucking Hero ว่าจะมาเล่น ก็ปรากฏว่ามีผู้ปกครองฝรั่งเขาโทรไปต่อว่าที่ลานสเก็ตว่า ลูกผมมาเล่นสเก็ตที่นี่ทุกอาทิตย์ ผมส่งลูกมาทุกอาทิตย์ คุณคิดยังไงเอาคำว่า Fuck มาขึ้นบนลานสเก็ตให้เด็กดู

       จากที่เรารู้สึกว่าเฮ้ย มันไม่ได้เดือดร้อนใคร ปรากฏว่าชื่อเรามันไปเดือดร้อนเขาเว้ย คือสำหรับคนไทยมันเห็น แล้วไม่รู้ภาษาอังกฤษ ก็เฉยๆ แต่ว่าถ้าเราเห็นคำว่า ควย ไปขึ้นป้ายให้ลูกเราดู เราคงรู้สึกไม่สบายใจ เห็นคำว่า เย็ด ไปขึ้นให้ลูกเราดู เราคงรู้สึกไม่สบายใจก็ใจเขาใจเรา ทีนี้ก็เลยรู้สึกว่าเออ F. ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ก็ภาษาอังกฤษก็เปลี่ยนไปใช้ F.Hero ดีกว่า

The People : เพราะเราเองก็มีลูกใช่ไหม
F.Hero : ไม่ได้เกี่ยวกับมีลูก เกี่ยวกับเข้าใจแล้วว่าอยู่อย่างอิสระที่แท้จริงอย่างไรให้ไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน ความอิสระมันก็มีหลายแบบ อยากทำอะไรก็ทำก็จริง แต่คำว่าอยากทำจนไม่มีกรอบและไปเบียดเบียนคนอื่น อันนั้นไม่ใช่อิสระที่ดี การจะมีคอกก็ต้องรู้ว่ารั้วมันอยู่ตรงไหน ถ้าเราจะออกไปนอกคอก  เราก็ควรจะต้องรู้ว่ากลับเข้ามาในคอกได้ยังไง

The People : เพลงใหม่เปลี่ยนจากสไตล์เดิมเยอะไหม
F.Hero : เปลี่ยนไปเยอะครับ หมายถึงว่าเพลงซิงเกิลแรกยังไม่เปลี่ยนนะ ตอนที่ทำกับพี่ปู สวัสดีวันจันทร์นี่ยังเป็นตัวตนเดิม แต่ว่าหลังจากนั้นมา 3 ซิงเกิลเปลี่ยนหมดเลย ก็คือทำกับเด็กรุ่นใหม่หมดเลย แล้วก็เป็นเนื้อหาที่ไม่เคยทำมาก่อนหมดเลย ผมไม่ค่อยทำเพลงรักและก็ไม่ค่อยทำเพลงปาร์ตี้ ผมไม่ค่อยทำเพลงรัก ไม่ค่อยทำเพลงปาร์ตี้เต้นๆ ในผับอะไรยังงี้ ใช่ ส่วนมากจะทำชีวิตเครียดๆ แต่ว่า 3 เพลงหลังคือปาร์ตี้หมดเลย รักหมดเลย

The People : ทำไมแรปถึงต้องใช้คำหยาบคายเป็นตัวเชื่อม
F.Hero : ไม่ได้ว่าแรปใช้คำหยาบคาย ผมมองว่าแรปเป็นกระจก ตั้งตรงไหนมันก็สะท้อนตรงนั้น พี่อยู่กับเพื่อน พี่ก็คงไม่ได้พูดว่าผมกับคุณ มากกว่า คือพี่อยู่กับเพื่อน พี่จะพูดไอ้เหี้ย ไอ้ควย ไอ้สัตว์ มันเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นกระจกมันดันไปตั้งตรงนั้น บริบทมันดันไปตั้งตรงนั้นมากกว่า เขาอยากจะพูดด้วยคำว่าเหี้ย กับคำว่าชั่วคือคนละคำนะ ผมด่าไอ้ชั่วกับด่าไอ้เหี้ย แม่งคนละความหมาย ทั้งที่จริงๆ มันหมายความว่าความไม่ดีเหมือนกัน แต่ว่าไม่ใช่ เราใช้คำว่าชั่วแทนคำว่าเหี้ยไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นกระจกไปตั้งคนหี้ย เขาก็ต้องพูดคำว่าเหี้ย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าฮิปฮอปจำเป็นต้องมีคำหยาบ ฮิปฮอปสะท้อนอะไรตรงไปตรงมามากกว่าครับ

The People : หลายคนมองว่าเสน่ห์มันคือความหยาบคาย
F.Hero : ไม่ใช่ครับ เสน่ห์มันคือตรงไปตรงมานะฮะ และ express ออกมาแบบจริงๆ ไม่ได้แปลว่าฮิปฮอปไม่โกหกนะครับ กระจกไปตั้งในสิ่งที่หลอก มันก็จะสะท้อนในสิ่งที่หลอก มันโกหกไม่ได้แค่นั้นเอง

The People : เสน่ห์ของแรปในมุมมองของ F.Hero
F.Hero : ผมว่ามันอยู่ตรงไหนก็ได้สำหรับผม ณ ขณะนี้นะครับ เล่าเรื่องอะไรก็ได้ เล่าเรื่องอะไรก็สะท้อนสิ่งนั้น นี่คือเสน่ห์วางไว้ตรงไหน วางไว้เรื่องรักมันก็เป็นเรื่องรัก วางไว้เรื่องการเมืองมันก็เป็นเรื่องการเมือง แล้วมันไม่เคย fix เลย สาเหตุที่มันพูดถึงเงินพูดถึง battle เพราะว่าเราใกล้กับสิ่งนั้นมาก เราใกล้กับความโลภมาก เราใกล้กับความโกรธมาก มันก็จะพูดถึงเรื่องนั้น แต่จริงๆ แล้วมันพูดได้ทุกเรื่องสำหรับผม แล้วผมก็ลองเอามาเล่าเรื่องหลายๆ เรื่องแล้วก็ออกมาดี

The People : อย่างดนตรีแรปเองก็มีคำไม่สุภาพ แล้วมีวิธีสอนลูกอย่างไรเวลาลูกโตขึ้นมา
F.Hero : ผมใช้เรตอายุในการตัดสิน ของเล่นเขาก็เขียนไว้แล้วว่าเรตอายุเท่าไหร่เล่นได้ เพลงก็เช่นเดียวกันในวันหนึ่งเมื่อเด็กอายุถึง ผมก็จะให้เด็กฟัง ตามนั้น ตอนนี้เด็กอายุไม่ถึง ผมก็ไม่ให้ฟัง ไม่ได้แปลว่าผมปิดบังลูกผม แต่ผมรู้ว่าวัยไหนเขาซึมซับอะไรได้ วันหนึ่งถ้าเขาจะพูดคำว่าควย ผมก็ไม่ได้ห้ามอะไร ถ้ามันจะพูดในบริบทที่ถูกต้อง พูดกับเพื่อน หรือว่าจำเป็นจะต้องให้ควยใครสักคน ก็ต้องให้

The People : ศิลปินแรปเปอร์มีอิสระในการแรปในประเทศไทยมากแค่ไหน
F.Hero : ดูจาก ‘ประเทศกูมี’ แล้วผมว่าก็ได้พอสมควรอยู่นะ คือมันอาจจะยิ่งรัฐบาลกดกลายเป็นว่ายิ่งกดให้เขาขึ้นไป เพราะว่ามันก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าประชาชนสนับสนุนฝ่ายไหน

The People : คิดอย่างไรกับการที่ศิลปินกล้าแสดงความคิดเห็นหรือจุดยืนกันมากขึ้น
F.Hero : ดีครับ ก็อย่างนัท Liberate P เนี่ยผมก็ชื่นชมเป็นประจำ เพราะว่าจุดยืนเขาชัดเจน แล้วประชาธิปไตยเขาชัดเจน คือ ประชาธิปไตยในที่นี้คือเขาไม่เหยียดคนที่คิดต่างกับเขา คือผมก็ไม่ได้เห็นตรงกับนัทซะทุกอย่าง แต่ผมชอบคุยกับนัทมาก เพราะว่าผมรู้สึกว่านัทเป็นคนมีประชาธิปไตยจริงจังและมีจุดยืนที่จริงจัง เขายืนหยัดแต่เขาไม่ผลักคนอื่น เพราะฉะนั้นเพลงประเทศกูมีเอง เขาสื่อสารตรงไปตรงมา แต่เขาไม่เคยไปผลักอะไรใครเลยว่ามึงอะเหี้ย มึงมันผิด

The People : ด้วยกรอบของประเทศไทย ทำให้คนคิดว่าถ้าทำออกมาก็จะโดน
F.Hero : ผมก็ว่ามันไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ คือทุกที่ก็มีกรอบของเขาแหละ เพียงแต่ว่าที่นี่มันงี่เง่าไปหน่อย แปลว่าอะไร แปลว่าประเทศกูมีดังได้ขนาดนี้ ก็แปลว่าใช้ได้อยู่ ก็ถือว่าไม่ได้แบบจับไปยิงมันทิ้ง บางที่เขาอาจจะตายไปแล้วไอ้นั่นมันก็ยังอยู่ เออ แต่ก็อาจจะโดนขู่นะ ได้ยินมา

The People : ในฐานะแรปเปอร์ที่มีชื่อเสียง มีแผนจะทำเพลงที่มี Impact ไหม
F.Hero : ณ ตอนนี้ความเข้าใจทางการเมืองผมยอมรับว่าผมต่ำเตี้ยมาก ยุคหนึ่งเคยเข้าใจว่าตัวเองรู้ดีจังเลยแต่ ณ ตอนนี้ผมไม่ไว้ใจใครเลย ไม่ไว้ใจฝั่งฝากไหนเลย เคยไว้ใจฝั่งฝากหนึ่งมากๆ แต่ก็อกหักมา แล้วก็เฮ้ย ก็เลยเข้าใจว่าอ๋อ มันไม่มีอะไรขาวหรือดำ ทุกคนเทาหมด สีไหนก็เทา ก็เลยไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์จนกว่าจะทำความเข้าใจกับมันได้จริงๆ แล้วถึงจะเขียนสิ่งนั้นออกมาได้ ณ ตอนนี้เลยไม่เข้าไปแตะ เพราะว่าไม่เข้าใจ ยอมรับว่าตัวเองโง่แล้วก็ยอมแพ้แล้ว โอเค ไม่ยุ่งเรื่องนี้ดีกว่า

The People : เท่ากับยอมแพ้กับสถานการณ์ของประเทศนี้ด้วยไหม
F.Hero : ยอมแพ้ครับ ยอมแพ้จริงๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วควรจะไปทางไหนต่อ คืองง เอ๊ะ แบบนั้นก็ไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ได้ เราก็ต้องฟัง เราถึงแบบเออบางทีก็ฟังไอ้นัท บางทีมันก็พูดถูกว่ะ อีกฝั่งหนึ่งมาพูด เออ มันก็มีเหตุผลว่ะก็ยังไม่ตัดสินใจแน่นอนว่ายังไง แต่ก็ไม่ได้เป็นกลางนะ ถามว่ากลางมีไหมก็ไม่มี เพียงแต่ว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมากขนาดนั้นอีกแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ต้องหาอะไรหักล้างให้มันชัดเจน

The People : ในอนาคตประเทศไทยจะดีขึ้นไหม
F.Hero : อนาคตน่าจะดีมั้ง ไม่รู้ มันเป็นสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ ไอ้ที่คิดอยู่นี่คือนั่งถามตัวเองตอบตัวเองอยู่ เราแม่งสบายไปว่ะ คือที่อื่นเขาคงไม่ได้สบายขนาดเรามั้ง เวลาเราไปต่างประเทศของกินแม่งแพงโคตรเลย แบบอยากกลับบ้านมาก บ้านกูแม่งหมูปิ้งไม้ละ 10 บาทเอง กูแม่งจ่าย 50 กูแม่งอิ่มแล้ว 50 ของมึงเนี่ยมึงยังไม่ได้แดกอะไรเลยนะเนี่ย แล้วรสชาติแม่ง ห่วยมากๆ บ้านแม่ง บ้านเรากลับมาแม่งโอ้โห แม่งก๋วยเตี๋ยว แม่งแบบ…สบายมากเลย แล้วเรารู้สึกว่าเออว่ะ ก็มันสบายขนาดนี้ไงเราเลยไม่ต้องดิ้นรนอะไร เราเลยไม่ต้องทำตามระเบียบอะไร เราก็เอาสบายเข้าว่า มันก็เป็นอย่างนี้

       และยิ่งสถานการณ์ในบ้านเราเนี่ย ผมว่าก็จะได้หยุดบ้าง…หยุดความทะเลาะกันได้ไปแป๊บหนึ่ง แต่เดี๋ยวสบายปุ๊บจะกลับมาตีกันใหม่ คือเวลาเราว่างๆ ไม่ค่อยได้ เพราะเราว่างๆ เราจะชอบตีกัน ต้องหาอะไรไม่ค่อยว่าง ให้แบบให้มันมีศัตรูคนเดียวกันยังงี้ คือนายกฯ เฮ้ย พวกเราลงมาด่านายกฯ เว้ย พอนายกฯ ลงไป เฮ้ย ไม่มีคนทะเลาะว่ะทีนี้ ทะเลาะกันเองไป สักแป๊บหนึ่ง

The People : กว่าจะหาสไตล์ของกอล์ฟ F.Hero ที่มีสำนวนและคำคล้องจองชัดเจนแบบนี้ คุณเริ่มต้นมาอย่างไร
F.Hero : ทีแรกมันไม่ได้เริ่มจากเอกลักษณ์ครับ ทีแรกมันรู้สึกว่าใช้ แล้วก็ไม่มีใครใช้ มันก็แบบอหังการดีเฮ้ย เราเจอคำนี้มา หรือเรามีเรื่องที่อยากจะพูด เออ มันแปลกดีว่ะ ก็รู้สึกอยากจะเขียนก็เขียน แต่ว่าไม่ได้ไปค้นเจออะไร มันใช้ไปใช้มาแล้วมันก็เลยกลายเป็นถนัดมากกว่า เพราะว่าเราเป็นคนพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น ทีนี้เมื่อพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แล้วก็เวลาเราพยายามจะไปใช้ภาษาอังกฤษมันก็จะประดักประเดิดสักหน่อยหนึ่ง ก็ใช้ในสิ่งที่เราถนัดดีกว่า

The People : แสดงว่าตอนเด็กๆ ชอบเรียนภาษาไทย
F.Hero : ไม่ชอบเรียนภาษาไทย ผมชอบเข้าห้องสมุด หมายถึงว่าชอบอ่านหนังสือ แต่ถามว่าเรียนตามหลักสูตรไหม ไม่เรียน คือทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจการผันวรรณยุกต์อะไรยังงี้ ไม่รู้เรื่อง การแต่งฉันท์ โคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี ไม่รู้เรื่อง แต่ถามว่าชอบอ่านไหม ชอบอ่าน

The People : คิดอย่างไรกับเด็กรุ่นใหม่ที่ใช้ภาษาไทยแบบผิดกฎไวยากรณ์
F.Hero : ผมไม่วิจารณ์ แต่ผมจะทำให้ถูก แม้กระทั่งการเขียนเนื้อร้องด้วยการอ่านส่วนตัว ผมก็จะหาคำสะกดที่ถูกเพื่อฝึกให้ตนเองใช้คำสะกดถูก แต่ว่าผมจะไม่ยุ่งเรื่องของเขา คือเขาจะเป็นยังไง คือภาษาไทยมันดิ้นได้ มันก็ดิ้นมาได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าผมก็จะถามให้ถูกว่าคำนี้ต้องใช้ไม้ตรีหรือไต่คู้ แล้วผมก็จะอ๋อ รู้แล้วแรป แ-ร-ป ไม่ต้องมีไม้ตรี ไม้ไต่คู้ แรปต้องเขียน แ-ร-ป ฮิปฮอปต้องใช้ ป ปลา ไม่ใช่ พ พาน โอเค ทุกครั้งที่ผมลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผมก็จะเขียนแรปหรือฮิปฮอปให้ถูก นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำ

The People : ลิขสิทธิ์เพลงไทยเป็นสิ่งที่หลอกศิลปินมากๆ
F.Hero : ปลอมมากๆ เรื่องลิขสิทธื์ผมก็…บางทีผมก็งงว่าเขาเก็บแล้วเขาเก็บไปไหน มีการเก็บนะมีการเก็บเกิดขึ้นจริงแต่ก็ไม่เคยเห็น หรือบางคนก็อาจจะเห็น แต่ผมไม่เคยเห็น เออ แล้วก็เลิกหวังไปนานแล้วเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะว่าไม่ใช่กฎหมายอ่อน บ้านเรานิสัยเป็นยังงี้ เราเกิดมากับการหยวนกัน เราเกิดมากับการยอม พี่น้องกันเฮ้ย สบาย ไม่เป็นไร เอาไปเลย ฟรี ขับรถติด โบก จ่ายดีกว่าเร็วกว่า พอ เดี๋ยวแม่งยังไงจ่ายก็เก็บ ยังไงก็ไม่เข้มงวด ดูสิคนรวยทำผิดทำไมถึงยังรอด จ่ายเงินดีกว่าๆ

       ทำให้เรากลายเป็นคนมักง่าย ทีนี้พอมักง่ายแล้วถามจริงๆ เถอะว่า แผ่นเล่น Winning มีคนใช้แผ่นจริงอยู่กี่คนในประเทศเรา และพอรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้แผ่นจริง ไอ้เหี้ยนั่นจะต้องเป็นคนที่แปลกมากๆ ในการเล่นเกมถูกลิขสิทธิ์ เราเริ่มต้นกันยังงี้มาก่อน ผิดลิขสิทธิ์มาก่อนเพราะว่าเราไม่มีตังค์ ไม่มีตังค์ก็ขโมยสิ โทษใคร มันโทษใครไม่ได้ โทษผมด้วย เพราะผมเคยเล่น Winning ปลอม

The People : ในฐานะศิลปินมองอย่างไรกับการที่คนไทยไม่ค่อยสนับสนุนของถูกลิขสิทธิ์
F.Hero : โห เรื่องนี้มันแก้ปัญหาไปจนถึงแบบ…รากเลยครับ รากเรามันกินดีอยู่ดี รากเราเป็นคนขี้เกียจ คือเราโยนเม็ดมะเขือไป มะเขือก็ขึ้นแล้ว คือเราปลูกอะไรก็ขึ้น บ้านเรามันอุดมสมบูรณ์ จับปลากินก็สบายแล้ว เหลือก็เผื่อ หยวนกันซะจนแบบเออก็ยังไงก็ได้ เพราะฉะนั้นการปกครองมันถึง…เอาแต่ใจ เราก็เป็นไม่ได้ทั้งประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ เป็นอะไรไม่ได้เลย เป็นยังงี้ เพราะฉะนั้นโทษเรื่องกฎหมายอ่อนด้วย ก็ต้องโทษตัวเองด้วยกึ่งหนึ่ง ว่าเราก็เป็นแบบนี้จริงๆ

       ย้อนคำถามกลับไปใครบ้างไม่ซื้อของปลอม ผมก็ไม่โทษคนอื่นเพราะผมก็ซื้อของปลอม บ้านผมเกมเพียบเลย ของปลอมแม่ง 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ผมไปนั่งซื้อแผ่นละ 2,000 KONAMI ผมไม่ซื้อแพง สันดานมันเป็นแบบนี้แล้วจะโทษใคร ผมก็เลยแบบ…ทำอะไรไม่ได้ ก็ตัวกูเองเป็นแบบนี้ กูเกิดมากับที่นี่ แล้วถ้าเกิดว่ากูแม่งพยายามเปลี่ยนอยู่คนเดียว คนอื่นไม่เปลี่ยน กูจะเปลี่ยนได้สักกี่น้ำวะ ถ้าไม่เริ่มที่ตัวเองนะ ก็ต้องช่วยกันเปลี่ยนไป

The People : ตอนนี้อยู่ในฐานะเดียวกับโจอี้ บอยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้หรือยัง
F.Hero : โอ้ ไม่เทียบครับ ผมเพิ่งก้าวเอง ผิดเต็มไปหมดเลย ตอนนี้ผิดเต็มไปหมดเลยรู้แต่ว่าดี ผิดเยอะๆ อะดี ล้มเยอะๆ อะดี แล้วก็รีบๆ ลุกขึ้นมาทำต่อ ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองอย่างเดียวเลย

The People : ตอนเด็กๆ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมาถึงจุดนี้
F.Hero : ตอนนั้นไม่ได้คิดไกลเลยครับ ตอนนั้นคิดแต่สนุกอย่างเดียว ได้ทำก็ดีแล้ว ได้ทำก็เอาแล้ว แล้วก็ไม่ได้คิดว่าต้องทำสิ่งนี้เป็นอาชีพ เคยลองไปทำอาชีพอื่นก็รู้ว่าทำอันนี้เป็นอาชีพนี้ดีที่สุด

The People : งานยุ่งขนาดนี้แบ่งเวลาให้ครอบครัวอย่างไร
F.Hero : จำเป็นต้องหยุดงานเพื่อแบ่งเวลาครอบครัวครับ ครอบครัวคืองานอันหนึ่ง เพราะฉะนั้นเดือนหนึ่งต้องล็อกแล้ววันนี้ต้องพาลูกไปนี่ บางวันไม่ได้เห็นหน้าลูกต้องแบบไม่ได้ว่ะต้องหยุด หยุดก่อนๆๆ ถามว่าทำงานประจำไหม ครอบครัวคืองานประจำอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นไอ้สิ่งนี้มันอยู่ในหมวดเดียวกัน ใช่ เพราะฉะนั้นการดูแลครอบครัวก็เป็นความยุ่งอย่างหนึ่งเหมือนกัน

The People : ในบรรดาเพลงที่แต่งเองทั้งหมดเพลงไหนมีความหมายมากที่สุด
F.Hero : ‘ชูใจ’ ครับ ก็เพลงนี้เขียนให้ลูกสาว ครับ ก็รู้สึกว่าเพลงนี้ชอบที่สุด

The People : โชคชะตาสำคัญกับชีวิตไหม
F.Hero : โชคชะตาสำคัญมากครับ ก็เลี้ยวผิดก็อาจจะไม่มีวันนี้เลย ก็คงจะต้องเลี้ยวไปเลี้ยวมาหลายทบเหมือนกันถึงมาถึงตรงนี้ได้ ก็เชื่อนะครับเชื่อ เชื่อว่ามันเป็นวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง ถ้าเราได้เจอกับคนที่ถูก เขาก็จะพาเราไปในที่ที่ถูก


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

สัมภาษณ์ พีระพงศ์ จรูญเอก ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือนออกตามหาฝัน ปั้น “ออริจิ้น” จุดกำเนิดอสังหาฯ หมื่นล้าน

สัมภาษณ์ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ กับชีวิตรักเดียว “เพื่อชีวิต” ดนตรี การเมือง สตรีมมิ่ง เด็กตีกัน และ ฟุตบอลไทยไปบอลโลก

สัมภาษณ์ พวงสร้อย อักษรสว่าง เรื่องราว เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ที่ นคร-สวรรค์

ธีระ ธัญญอนันต์ผล “นักข่าวมือเก๋า” ที่ย่อยข่าวการเมืองให้เข้าใจง่ายเหมือนไปดูหนัง

สัมภาษณ์ จันจิรา สมบัติพูนศิริ: การเมือง ความเป็นไทย อยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก

“ผมไม่ใช่ผู้ชุบชีวิตลิโด้ แต่คือพวกคุณทุกคน” สัมภาษณ์ เทพอาจ กวินอนันต์ กับแนวคิดการบริหารธุรกิจเฉพาะตัว

สัมภาษณ์ เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ความฉลาดเป็นพรสวรรค์ และการสอบไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

สัมภาษณ์ หงส์ และ ปริม The Face เมื่อความสวยมาเผชิญหน้ากับความสยอง Bangkok Dark Tales