Post on 26/12/2019

‘กอร์ดอน ฮาร์ทแมน’ พ่อผู้ขายทุกอย่างเพื่อสร้างสวนสนุกให้ลูกสาวที่เป็นเด็กพิเศษได้ยิ้มอีกครั้ง

การเป็นเด็กพิเศษที่มีร่างกายใหญ่โตเกินอายุ และท่าทางการเคลื่อนไหวที่ผิดจากเด็กวัยเดียวกัน ทำให้เด็ก ๆ พากันวิ่งหนี มอร์แกน ฮาร์ทแมน (Morgan Hartman) ขณะที่เธอเดินเข้าไปเล่นด้วย ซึ่งเด็กหญิงมอร์แกนในวัย 12 ขวบ อาจยังไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงหวาดกลัวเธอ ส่วนพ่อของเธอคือ กอร์ดอน ฮาร์ทแมน (Gordon Hartman) กลับไม่เข้าใจยิ่งกว่าว่าทำไมเด็กพิเศษและเด็กทั่วไปถึงมีความสุขร่วมกันไม่ได้ เพราะเด็ก ๆ ทุกคนต่างก็ชอบสวนสนุกเหมือนกันไม่ใช่หรือ

ในวันที่กอร์ดอนกับครอบครัวตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากสวนน้ำแห่งนั้น เป็นวันที่ความเป็นพ่อคนของเขาได้มาถึงบททดสอบครั้งสำคัญ เพราะสายตาของมอร์แกนยังไม่อยากละทิ้งความสนุกที่อยู่ตรงหน้า แต่ต้องจำยอมเดินจากไป ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวมีกำลังทรัพย์พอที่จะจับจ่ายได้อย่างเหลือเฟือนั้น ช่างสะเทือนใจสำหรับพ่อคนหนึ่งที่อยากเห็นลูกสาวตัวเองมีความสุขที่สุดเท่าที่จะหาให้ได้


“ผมเลยมีความคิดว่าทำไมเราถึงไม่สร้างสวนสนุกที่ไม่เพียงแค่เด็กพิเศษเท่านั้น แต่สำหรับเด็กทุกคนในโลกได้สามารถเข้ามาหาความสุขได้อย่างเท่าเทียม”

กอร์ดอน ฮาร์ทแมน เป็นชาวซานอันโตนิโอ โดยกำเนิด เขาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง คาวบอยหนุ่มคนนี้เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปี จากการเป็นเด็กรับจ้างจัดแต่งสวนหน้าบ้าน จนเมื่ออายุย่าง 19 ปี ปีกก็กล้าแข็งพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจรับสร้างบ้านของตัวเอง

กิจการของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วภายในสี่ปี จากธุรกิจรับสร้างบ้าน เขาคิดการใหญ่ผันตัวเองเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ซึ่งรางวัลที่ได้รับตลอดอาชีพการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คือการมีชื่อเข้าเป็นสมาชิกหอเกียรติยศของซานอันโตนิโอ และหอเกียรติยศของเท็กซัส เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี


ในปี 2005 หลังเหตุการณ์ฝังใจที่สวนน้ำแห่งนั้นได้ไม่นาน กอร์ดอนตัดสินใจวางแผนทยอยขายกิจการ และนำเงินมาก่อตั้งมูลนิธิครอบครัวกอร์ดอน ฮาร์ทแมน ซึ่งเขาร่วมกับภรรยาคือ เม็กกี้ ฮาร์ทแมน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน ปี 2005 โดยความฝันอันสูงสุดของมูลนิธินี้คือการได้ช่วยเหลือเด็กพิเศษ รวมไปถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

แน่นอนว่าหนึ่งในนิยามความสุขของมอร์แกน ในสายตาของคนเป็นพ่อนั่นก็คือการได้เล่นในสวนสนุกได้อย่างเต็มที่

เขาเลยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน ทั้งแพทย์ นักจิตวิทยา ผู้ปกครอง ไปจนถึงวิศวกร และนักออกแบบ เพื่อสร้างสวนสนุกที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องเล่นมากมายอย่างที่สวนสนุกควรจะมี เพิ่มเติมคือเป็นสวนสนุกที่ออกแบบมาเพื่อที่ทุกคนจะสามารถเล่นได้อย่างไม่ต้องกังวล


กอร์ดอนใช้เงินกว่า 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเวทมนตร์ในการเปลี่ยนเหมืองร้างให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดย่อม บนพื้นที่กว่า 25 เอเคอร์ หรือราว 63 ไร่ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นและเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย ที่ไม่ว่าจะมีสภาพร่างกายแบบไหนก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย

ในเดือนเมษายน ปี 2010 สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ (Morgan’s Wonderland) สวนสนุกไม่หวังผลกำไรแห่งแรกสำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือแบบพิเศษก็เปิดอย่างเป็นทางการ ให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้เต็มรูปแบบ


สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ ที่กอร์ดอนใช้เวลาวางแผนออกแบบอยู่นานหลายปีนี้ แก้ปัญหาสำคัญสำหรับเด็กพิเศษเวลาที่ไปเที่ยวสวนสนุกทั่วไป ทั้งเรื่องความแออัดของฝูงชนจำนวนมาก เสียงดังอึกทึก และแสงสีวูบวาบไปมา ซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีผลไปกระตุ้นให้เด็กพิเศษตื่นตระหนกได้

ต่อจากนั้นในปี 2017 สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ ได้เปิดตัวสวนน้ำบนพื้นที่ขนาด 3 เอเคอร์ หรือเกือบ 8 ไร่ ซึ่งเป็นสวนน้ำจากแรงบันดาลใจของมอร์แกนที่ทุกคนสามารถเข้าได้

สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์นี้ มีทั้งระบบทางลาดที่ออกแบบเอื้อให้รถเข็นสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในสวนสนุกไม่เว้นแม้แต่ในน้ำ มีช่องพิเศษสำหรับนำรถเข็นขึ้นไปเล่นบนม้าหมุนได้อย่างราบรื่น มีการออกแบบรถเข็นอัตโนมัติที่ใช้พลังงานจากแรงดันลมแทนแบตเตอรี่ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถใช้ลุยเปียกปอนในสวนน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับกระแสไฟฟ้ารั่ว แถมในสวนน้ำจะมีโซนน้ำอุ่นเผื่อเด็กเล็กที่เกรงว่าจะไม่สบายหากแช่น้ำเย็นนาน ๆ และผู้ที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อเวลาสัมผัสความเย็น ทั้งหมดนี้ออกแบบโดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง


นอกจากมอร์แกนที่เป็นเด็กพิเศษ มีความผิดปกติทางด้านร่างกายและการรับรู้แล้ว เด็กพิเศษหลายคนต่างชื่นชอบดินแดนมหัศจรรย์นี้มาก ขนาดที่สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ในสวนสนุกแห่งนี้คอยดูแลผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ที่เป็นเด็กพิเศษเช่นกันให้ได้รับความสุขไม่ต่างกัน การที่เด็กพิเศษสามารถทำงานที่นี่ได้นั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่เด็กพิเศษรู้สึกอุ่นใจเวลาที่อยู่ในสวนสนุกแห่งนี้ ที่ไม่มีใครมองพวกเขาว่าเป็นตัวประหลาด ไม่มองด้วยสายตาแปลก ๆ และหวาดกลัว

กอร์ดอนมีประสบการณ์ตรงเลยรู้ว่าครอบครัวที่มีเด็กพิเศษหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มีความต้องการเป็นพิเศษทั้งทางด้านค่าใช้จ่าย และการจัดการด้านอารมณ์ เขาเลยให้เด็กพิเศษทุกคนสามารถเข้าใช้งานในสวนสนุกแห่งนี้ได้ฟรี!!

หลังเปิดทำการได้ไม่นาน ชื่อเสียงของสวนสนุกแห่งนี้ดึงดูดคนที่มีความคิดดี ๆ ร่วมกันมากมายให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเช่น กลุ่มโตโยต้า ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งระดับโลก ที่ขอเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ รวมทั้ง มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ที่ช่วยออกแบบรถเข็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ


สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ยังได้ห้าดาวเต็มจาก TripAdvisor และได้คะแนนเป็นอันดับต้น ๆ ของสวนสนุกในสหรัฐอเมริกา 
ปัจจุบันมีผู้มาเที่ยวสวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ปีละกว่า 1.4 ล้านคนจาก 50 รัฐ และ 73 ประเทศทั่วโลก มากกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนั้นเป็นคนธรรมดา แต่พวกเขาก็มีความสุขไปกับเด็กพิเศษและผู้ที่มีความต้องการพิเศษได้อย่างปกติ

ในปี 2017 สมาคมสวนน้ำโลก ได้ให้รางวัล Leading Edge Award 2017 และในปี 2018 นิตยสาร TIME ได้จัดให้สวนน้ำแห่งนี้เป็นอีกแห่งที่น่าไปเยือน นอกจากนี้มอร์แกนแดนมหัศจรรย์ยังได้รางวัลมากมายอีกนับไม่ถ้วน


ตั้งแต่ปี 2005 กอร์ดอน ฮาร์ทแมน และมูลนิธิของเขาได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กพิเศษไปแล้วมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,500 ล้านบาท เพราะเขาเชื่อว่าถ้าหากเราทุกคนร่วมมือกัน เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งสำหรับเขามีความหวังว่าจะให้ลูกสาวสุดที่รักได้เล่นสนุกเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจให้ที่นี่เป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาเรียนรู้กันและกัน และเข้าใจว่าความแตกต่างทางสภาพร่างกาย ไม่สามารถกีดกันความเป็นเพื่อนของพวกเขาได้ ทุกคนสามารถเป็นเพื่อนและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ยิ่งถ้าหากตระหนักถึงความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ของทุกคน

ด้วยความเป็นพ่อ ทำให้ กอร์ดอน ฮาร์ทแมน อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวของเขามีความสุข ซึ่งโชคดีที่เขารู้ว่าการทำให้คนรอบข้างมีความสุข ยิ่งทำให้ความสุขถูกส่งกลับมาแบบไม่รู้จบ

“การคืนสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมเป็นอะไรที่มากกว่าแค่โยนเงินลงไปเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงการที่คุณต้องทุ่มเทร่างกาย และสละเวลาเพื่อคนอื่น ๆ ด้วย เหมือนตอนที่ผมเริ่มมีความคิดจะทำสวนสนุกสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ จากการที่มีลูกสาวเป็นเด็กพิเศษ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ และผมก็ได้เห็นมันตอนที่เธอและเด็กคนอื่น ๆ เข้ากันได้อย่างมีความสุข”


ภาพ : morganswonderland.com

ที่มา :
gordonhartman.com
morganswonderland.com
facebook.com/freethinkmedia

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุโมงค์คนแรกของไทย ที่ตั้งใจคืนรอยยิ้มให้กับคนกรุงเทพด้วยการขุดใต้ดิน

“วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์” ศาสตราจารย์ตาบอด ผู้เชื่อว่าคนพิการต้องรู้จักการให้

ติ๊ก นามสมมติ สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

ริชาร์ด ไวส์แมน คิดเกม Can You Save the World? เกมโควิดเกมแรกในโลก สอน social distancing ให้เด็กๆ

หมออ้อย-เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล คุณหมอ “สัตว์แปลก” ที่ได้รักษาตัวเหี้ย เพราะลูกแมวที่บ้าน

ดับบาวาลา ส่งปิ่นโตให้คนอื่นอิ่ม แต่ตัวเองแทบไม่มีกินช่วงโควิด

“เทราโอกะ ยูอิจิ” จากแฟนทิ้ง ลูกค้าเมิน พิสูจน์ตัวเองจนเป็นแชมป์เกี๊ยวซ่า 7 สมัย

เจริญ วาณิชกุลนันทน์ ช่างรองเท้า “ทำมือ” รุ่นสุดท้าย ข้างศาลเจ้าพ่อเสือ