Post on 12/01/2021

ก๊อท-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ: 7 สิ่งมหัศจรรย์ ที่ประกอบเขาให้กลายเป็นเจ้าชายแห่งวงการเพลงลูกทุ่ง

หากกล่าวถึงราชาแห่งเพลงลูกทุ่งยุคใหม่ ชื่อ ก๊อท-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ คือหนึ่งในศิลปินที่ควรได้รับตำแหน่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมมายาวนาน การเดินสายร้องเพลงทั่วโลก ไปจนถึงการวางตัวในฐานะศิลปินต้นแบบที่ไม่ค่อยมีข่าวในแง่ลบ 

 

ชีวิตที่พลิกผันจากดินสู่ดาว หลายสิ่งหลายอย่างได้หล่อหลอมเขาให้กลายเป็นขวัญใจที่อมตะตลอดกาล

และนี่คือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่เราจะทำให้คุณได้ทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

 

  1. จากลูกครึ่งที่ชีวิตลำเค็ญ เคี่ยวเข็ญสู่ฝันอันยิ่งใหญ่

ก๊อท มีชีวิตเริ่มต้นอันแสนยากแค้น แม่ของก๊อทพบรักกับทหารฝรั่งหนุ่ม G.I. ที่มาตั้งรกรากในเมืองครบุรี จังหวัดนครราชสีมา โดยแม่ของก๊อทนั้นเป็นแม่ครัวในค่ายทหาร แม้ว่าแรกเริ่มทุกอย่างจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยมีพยานรักเป็นลูกถึง 4 คน แต่เมื่อทางการได้เรียกตัวพ่อของเขากลับอเมริกา แม่ของก๊อทกลับเลือกที่จะไม่ตามไปด้วย และมันก็เป็นการลาจากกันไปตลอดกาล 

ก๊อทจำไม่ได้แม้กระทั่งหน้าพ่อ ไม่มีแม้รูปไว้ดูต่างหน้า และหลังจากนั้นชีวิตของก๊อทก็เข้าสู่สภาวะลำบากยากจน พ่อของเขาทิ้งไว้เพียง DNA และโครงสร้างของหน้าตาลูกครึ่งที่ดูดีของเขาเพียงเท่านั้น แต่กับในต่างจังหวัด เขาดูเหมือนเป็นแกะดำในหมู่เพื่อน ๆ ด้วยชีวิตที่อับจนหนทาง แม่ของก๊อทไม่มีแม้แต่ปัญญาจะส่งเสียให้ลูกได้เรียนสูง ๆ แม่ไม่อยากให้ลูกต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษาจึงส่งก๊อทให้พ่อแม่บุญธรรมเลี้ยงดูเพื่อหวังให้เขาได้เป็นคนมีการศึกษา 

ชีวิตของเขาระเห็จจากนครราชสีมาไปยังกาญจนบุรี แม้พ่อแม่บุญธรรมจะช่วยให้เขาได้เติบใหญ่มีวิชา แต่เพราะความคิดถึงและห่วงใยแม่แท้ ๆ ของเขาที่ขาดการติดต่อเป็นเวลาแสนนาน เด็กชายก๊อทในวัย 11 ปี ก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ขอพ่อและแม่บุญธรรมเดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้งเพื่อตามหาแม่ของเขา โดยเขาหันหลังให้กับการเรียนที่ไม่จบประถมศึกษาปีที่ 6 ดี และหางานทำเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว 

ก๊อทเริ่มต้นอาชีพจากการเป็นนายช่างอู่ซ่อมรถ จากการเป็นลูกมือช่วยพ่อเลี้ยง สามีคนใหม่ของแม่ และค้นพบความสุขที่แท้จริงผ่านบทเพลงลูกทุ่งที่เปิดในวิทยุทรานซิสเตอร์ สิ่งนั้นได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

 

  1. จากชายผู้รักในเสียงเพลง สู่นักร้องหน้าหยกรุ่นใหม่

ก๊อทในช่วงวัยรุ่น เดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนมาแสวงโชคในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมาในฐานะเด็กเสิร์ฟที่ชอบไปแอบดูการประกวดร้องเพลง แต่เขาก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะร้องเพลงต่อหน้าผู้คน ได้แต่ฮัมระหว่างทำงานไป จนเพื่อนร่วมงานต่างบอกเขาว่าเสียงของเขาใช้ได้ ให้ลองประกวดดู ก๊อทหมั่นประกวดเรื่อย ๆ เพื่อสร้างสมประสบการณ์ ระหว่างนั้นก็รับจ้างทำงานหลายอย่างทั้ง เซลส์แมน พนักงานเสิร์ฟ และนักร้องตามคาเฟ่ เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนการประกวดและการเป็นนักร้องนั้นไว้สำหรับเติมเต็มความฝันที่เขาหวังว่าสักวันจะถึงหลักชัย 

และโชคชะตาก็พาเขาได้เฉียดการเป็นนักร้องอย่างแท้จริง เมื่อโปรดิวเซอร์ของค่ายคีตา เรคคอร์ดส ค่ายใหญ่ Top 3 ของประเทศไทยในขณะนั้น เห็นแววการร้องของเขาตอนที่เขาทำงานอยู่ที่พัทยา จึงชวนก๊อทมาทดสอบเสียงที่กรุงเทพฯ น่าเสียดายที่ในตอนนั้นมาตรฐานของเขายังไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ความผิดหวังก็ไม่ทำให้ก๊อทย่อท้อ และฝันของเขาก็เป็นจริงเมื่อเขาได้พบเจอกับ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ ที่เห็นแววว่า ‘ผู้ชายคนนี้จะต้องโด่งดังในอนาคต’ อย่างแน่นอน 

เต๋อออกทุนเพื่อให้ก๊อทได้ศึกษาและพัฒนาบุคลิกภาพ การเดิมพันครั้งนี้เป็นสิ่งที่กดดันตัวเขาเป็นอย่างมาก เพราะก๊อทเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนเห็นคุณค่าของเขา เขาจึงร่ำเรียนอย่างหนักเพื่อบรรลุฝันให้ได้ดั่งใจ และลบคำสบประมาทมากมายที่เคยมองข้ามในตัวของเขา

 

  1. จากแม่ไม้เพลงไทย มุ่งสู่การเป็นขวัญใจวัยรุ่น

จนในที่สุด ฝันของการได้ออกเทปก็เป็นความจริง เมื่อก๊อทได้รับโอกาสให้ออกอัลบั้ม เป็นหนึ่งศิลปินที่ได้ออกในซีรีส์ ‘แม่ไม้เพลงไทย’ (2533) การนำบทเพลงอมตะมาเรียบเรียงและขับร้องใหม่ โดยก๊อทเป็นศิลปินรุ่นใหม่เพียงคนเดียวที่ได้เทียบเคียงร้องเพลงกับศิลปินรุ่นใหญ่คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ปั่น / ชรัส / นันทิดา โดยก๊อทได้รับโอกาสให้ขับร้องเพลงของครูสุรพล สมบัติเจริญ เพลงในยุคนั้นที่ตัดมาเป็นซิงเกิ้ลอย่าง ‘เป็นโสดทำไม’ ‘หัวใจผมว่าง’ ได้รับการตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง 

แต่เพราะหน่วยก้านและหน้าตาลูกครึ่ง ที่เป็นพิมพ์นิยมในหมู่วัยรุ่นในยุคนั้น ทางแกรมมี่จึงลองปั้นเขาในฐานะไอดอลเพลงสตริงรุ่นใหม่ อัลบั้มชุดที่ 2 ของเขา จึงเปลี่ยนแนวมาร้องเพลงสตริงร่วมสมัย ในอัลบั้มที่ชื่อ ก๊อท ช็อต (2534) กับบทเพลงสนุกๆอย่าง ‘อาการน่าเป็นห่วง’ หรือเพลงช้า ๆ ซึ้ง ๆ อย่าง ‘แพ้’ ‘ฉันคนนี้ก็คน’ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน 

แม้ความดังในโลกสตริงจะทำให้เขาสามารถดึงศักยภาพได้ไกลกว่านี้ แต่คนคนเดียวที่คิดว่าก๊อทเหมาะกับแนวเพลงลูกทุ่งมากกว่า นั่นก็คือ เต๋อ-เรวัต คนเดิมที่เล็งเห็นตัวตนของเขาตั้งแต่ยังเตาะแตะในวงการ โดยเขาได้ทำนายทายทักกับก๊อทเอาไว้ว่า “นายจะประสบความสำเร็จกับการร้องเพลงลูกทุ่ง เพราะเราเห็น แต่ถ้าอยากจะลองทำสตริงดูก็ได้” และก๊อทก็หยุดการทำอัลบั้มเพลงสตริงที่อัลบั้มชุดที่ 3 เพราะใจไม่เหมือนเดิม (2535) เป็นเพลง Easy Listening แต่กลับไม่ได้รับความนิยมเหมือนชุดที่แล้ว

 

  1. หวนคืนสู่กลิ่นโคลนสาบควาย สู่การเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง

แม้อัลบั้มชุดที่ 3 จะไม่ฮิต แต่ก๊อทก็ไม่หยุดที่จะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหนัง ‘เพื่อนซื่อพาก๊อง’ (2536) ที่เป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวของเขา และละครมากมายที่โดดเด่นที่สุดคือ ‘วันนี้ที่รอคอย’ (2536) ที่เขาได้ประกบกับซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลอย่าง เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ จนได้รางวัลเมขลาสาขาดาวรุ่งฝ่ายชายไปครอง แต่ดูเหมือนการแสดงไม่สามารถตอบโจทย์ความฝันของเขาได้ และคำของเต๋อ-เรวัตที่เคยบอกไว้ว่า “นายจะประสบความสำเร็จกับการร้องเพลงลูกทุ่ง…” ทำให้ก๊อทหวนคืนสู่การเป็นศิลปินนักร้องอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเลือกทำในทางที่ถนัด นั่นคือแนวเพลงลูกทุ่งนั่นเอง

 

  1. เจ้าชายลูกทุ่ง มุ่งสู่ศิลปิน 2 ล้านตลับ

ก๊อทหวนกลับสู่ห้องอัดอีกครั้ง ด้วยการออกอัลบั้มรวดเดียว 5 ชุด ในอัลบั้ม ‘หัวแก้วหัวแหวน’ (2538) ที่ประเดิมค่ายใหม่ แกรมมี่โกลด์ ถือเป็นการมุ่งสู่การทำค่ายเพลงลูกทุ่งอย่างเต็มตัวของค่ายแกรมมี่ แม้จะเป็นการนำเพลงเก่ามาร้องใหม่ แต่ก๊อทก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เขาใส่เสน่ห์ลงไปในเสียงร้อง ภาพลักษณ์ที่ชวนให้แม่ยกหลงใหล ไปจนถึงลูกอ้อนที่ในยุคเดียวกันนั้นยากจะหาใครเทียบทัน 

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ทำให้ก๊อทโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ยิ่งได้อยู่ค่ายใหญ่ที่ถึงพร้อมในการโปรโมต ยิ่งโหมให้ก๊อทดังเป็นพลุแตก ด้วยยอดขายทั้งเทป ซีดี และซีดีคาราโอเกะรวม ๆ กันเกินหลัก 2 ล้านตลับ และสานต่ออัลบั้ม ‘หัวแก้วหัวแหวน ชุดที่ 6-9’ (2539) เสริมทัพด้วยโชว์อลังการ แดนเซอร์ร่วมสมัย นอกจากจะทำให้วงการดนตรีในช่วงยุคปี 2538-2539 คึกคักในการสร้างยุคสมัยใหม่ของวงการลูกทุ่งแล้ว ก๊อทยังทำให้ความนิยมของดนตรีลูกทุ่งที่เคยซบเซาได้กลับคืนมาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกด้วย ดังนั้นการได้รับฉายา ‘เจ้าชายลูกทุ่ง’ จึงไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยอีกต่อไป

 

  1. เดินสายสร้างความสุขให้ทุกหัวระแหง

เมื่ออัลบั้มซีรีส์ ‘หัวแก้วหัวแหวน’ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม การเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตก็ตามมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ทุกวัด ล้วนเคยผ่านการเดินสายมาแล้วอย่างโชกโชน รวมไปถึงการไปเยือนคนไทยในประเทศต่าง ๆ สร้างความอบอุ่นและเป็นกันเองให้กับผู้ชมผู้ฟังที่รักในตัวของก๊อทอย่างเหนียวแน่น 

ก๊อทเองอยู่ร่วมตั้งแต่แกรมมี่ โกลด์ยังหัดคลาน แม้จะช่ำชองในวงการดนตรีป็อปร็อก แต่กับดนตรีลูกทุ่งนั้นยังถือเป็นหน้าใหม่ ก๊อทจึงร่วมในการออกความคิดเห็น ออกแบบชุดแดนเซอร์ ไปยันการวางโชว์ต่าง ๆ ก๊อทจึงแตกต่างจากศิลปินคนอื่น ๆ ที่เพียงร้องแค่หน้าเวที แต่หลังเวทีก๊อทก็มีส่วนสำคัญมากมายที่ช่วยผลักดันให้เขาได้ยืนหยัดเป็นที่หนึ่งในใจหลายต่อหลายคน 

นอกจากเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่แล้ว เพลงใหม่ที่แต่งขึ้นเพื่อเขายังเป็นเพลงดังจวบจนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘รักคุณยิ่งกว่าใคร’ ‘เศรษฐกิจหารสอง’ ที่ออกมาในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่ ในอัลบั้ม ลูกทุ่งไทยแลนด์ ชุดที่ 1 (2540) ‘อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล’ ในอัลบั้ม ลูกทุ่งไทยแลนด์ ชุดที่ 2 (2541) ที่นำสโลแกน ‘อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล’ จากละครเปาบุ้นจิ้นที่ดังในยุคนั้นมาทำเป็นเพลง หรือ ‘เจริญ เจริญ’ ที่มักจะถูกเปิดผ่านเครื่องกระจายเสียงในงานบุญตามที่ต่าง ๆ จวบจนปัจจุบัน และที่ยืนยันถึงความดังแบบฉุดไม่อยู่นั่นคือการแสดงละครพร้อมกับร้องเพลงประกอบละคร ‘หงส์ฟ้ากับสมหวัง’ (2544) โดยเพลงประกอบ ‘สมหวังนะครับ’ และ ‘ต้องมีสักวัน’ กลายเป็นบทเพลงที่ดังมากในยุคนั้น ว่ากันว่า หากรวบรวมยอดขายผลงานทั้งหมดของก๊อท มูลค่าของก๊อทนั้นสูงกว่า 20 ล้านตลับกันเลย

 

  1. สร้างแต่ผลงาน ไม่ขยันสร้างข่าว

แม้ว่าก๊อทจะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุในช่วงพุทธทศวรรษ 2540-2550 และผลงานที่มากมายกว่า 60 อัลบั้ม แต่ข่าวฉาวหรือข่าวซุบซิบนินทากลับน้อยอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนหนึ่งเพราะการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตที่ไม่หยุดหย่อนของเขา และเมื่อสิ้นสุดการทัวร์ เขาก็เลือกเข้าห้องอัดทำงานเพลงวนลูปอย่างนี้มาตลอดเวลา เขาจึงแทบไม่มีเวลาที่จะไปสร้างข่าวฉาวที่ไหน 

และด้วยความที่ก๊อทเป็นคนเก็บตัว ยามที่เขาได้พัก เขาก็เลือกที่จะอยู่กับครอบครัว ให้สมกับที่เคยลำบากร่วมกันมาในวัยเยาว์ แม้ในช่วงชีวิตของก๊อทในช่วงวัยเด็กจะลำบากยากเข็ญจนเขาอยากจะลืมมันไป แต่ความกตัญญู ความดี และความขยันตั้งใจในการทำงานของเขา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หลอมรวมให้ก๊อท-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ เป็นศิลปินต้นแบบที่ศิลปินรุ่นน้องล้วนแต่อยากเอาเยี่ยงอย่าง และเป็นตำนานแห่ง ‘เจ้าชายลูกทุ่ง’ จวบจนปัจจุบัน

 

ที่มา:

https://www.matichon.co.th/entertainment/news_1315857

https://www.tnews.co.th/entertainment/520963/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%AD%E0%B8%97-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1


สกก์บงกช ขันทอง

ชายหนุ่มสมาธิสั้น ผู้กักเก็บความทรงจำไว้ให้กับ Pop Culture และชอบฝังใจกับอดีตจนกลายเป็นคนไม่มีอนาคต

Related

อดุลย์ เปรมประเสริฐ : ความสุขของพนักงานจะส่งผ่านไปถึงสินค้าที่มีคุณภาพ

เท็ตสึโกะ คุโรยานางิ: จากเด็กหญิงข้างหน้าต่าง สู่นักแสดงหญิงคนแรกของ NHK

โต – นาว: เสพติดซาวนด์ Synthpop ชวนฝันกับ Mirrr ที่ชื่อวงมาจาก ‘ละเมอ’

เคน คูตารากิ: ‘พระบิดาแห่งเกม PlayStation’ ผู้พลิก SONY รอดพ้นจากล้มละลาย

กลับมาแล้วจ้า มาร่วมกันค้นพบสมมุติฐานความสนุกห้องทดลองการฟังเพลงกับ “Fungjai Lab 2”

เสวนาประชาชนเบียร์ ยุบพรรคแล้วไงต่อ พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า จะไปต่อหรือพอแค่นี้

คามาโดะ ทันจิโร: พี่ชายใจดีผู้โอบกอดความเจ็บปวดเพื่อหันดาบพิฆาตอสูร

ขบวนพาเหรดสินค้า ELLE -ELLE HOMME กระหน่ำลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การค้าเมญ่าฯ เชียงใหม่