Post on 09/09/2019

Green Bay Packers ครองแชมป์มากที่สุด ด้วยระบอบประชาธิปไตย

กีฬาอาชีพ เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง นักลงทุนที่เอาเงินมาลงย่อมหวังผลกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดตอบแทน อาจจะเป็นเรื่องของการหาเงินล้วน ๆ หรืออาจใช้กีฬาในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเองเพื่อให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพราะอยากดัง อยากเป็นที่รู้จัก (แล้วอาจต่อยอดไปเล่นการเมือง) 

และก็มีบ้างเหมือนกันที่ลงทุนด้วยรักในกีฬานั้น ๆ และอยากเห็นองค์กร หรือสโมสรกีฬานั้น ๆ ประสบผลสำเร็จ จึงเอาเงินส่วนตัวมาอุดหนุนหวังให้เกิดมรรคผลนั้นขึ้นมา แต่นักลงทุนแบบนี้ก็มีน้อยเหลือเกิน 

แถมบางรายยังฮาร์ดคอร์ขนาดจับเสือมือเปล่า ไม่ได้ใช้เงินตัวเองแม้แต่น้อย แต่เอาเงินกู้มาเทกโอเวอร์โดยเอาสโมสรที่ตัวเองจะซื้อไปค้ำประกันไว้ก่อน เมื่อแผนสำเร็จ สโมสรที่เคยมีหนี้น้อยหรือแทบไม่มีเลย จึงกลับมามีหนี้ท่วมหัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น และนั่นก็กระทบต่อแผนการพัฒนาด้านการกีฬาอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่ปัญหาเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยหากสโมสรกีฬาหันมาใช้ระบอบประชาธิปไตยเหมือน “Green Bay Packers” ทีมอเมริกันฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์   

กรีนเบย์เป็นอดีตสถานีการค้าของชาวอาณานิคมฝรั่งเศส ก่อนอังกฤษขึ้นมามีอำนาจในภายหลัง และเรียกดินแดนในแถบนี้ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำฟอกซ์ (ออกไปยังทะเลสาบมิชิแกน) ว่า “กรีนเบย์” ด้วยเหตุที่แม่น้ำและชายฝั่งที่นี่สีออกไปทางเขียว ๆ

ส่วนประวัติศาสตร์ของ The Packers เริ่มต้นในปี 1919 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลงได้ไม่นาน ในหนังสือแนะนำประวัติศาสตร์ของทีมเล่าว่า มีการรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นถึงการประชุมจัดตั้งทีมอเมริกันฟุตบอลกึ่งสมัครเล่นทีมนี้ขึ้น รายละเอียดการประชุมเป็นอย่างไร ใครทำหน้าที่อะไรในการประชุมบ้างไม่ปรากฏชัด แต่ในรายงานของ Green Bay Press-Gazette ฉบับวันที่ 13 สิงหาคมปีเดียวกันนั้นเองระบุว่า Indian Packing Co. บริษัททำเนื้อบรรจุกระป๋องรับจะเป็นสปอนเซอร์ให้

ทำให้ทีมได้รับฉายาว่า “The Packers” มานับแต่นั้นเป็นต้นมา

The Packers เริ่มเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอเมริกันฟุตบอลอาชีพในปี 1921 ก่อนที่องค์กรดังกล่าวจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ National Football League หรือ NFL เพียงไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากนั้น

ในยุคนั้นกรีนเบย์เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ จากตัวเลขสำมะโนประชากรในปี 1920 ที่นี่มีประชากรอยู่เพียง 31,017 คนเท่านั้น นับเป็นเมืองที่เล็กที่สุดที่เป็นที่ตั้งของทีมฟุตบอลในลีก NFL และพวกเขาก็มีปัญหาขัดสนเรื่องเงินอยู่เนือง ๆ แต่การที่สโมสรอยู่รอดมาได้อีกร้อยปี และกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เนื่องจากวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมของผู้สนับสนุน

เรื่องมีอยู่ว่า ในปี 1922 ทีมประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก เพราะทางสปอนเซอร์หลักอย่าง Acme Packing ที่ควบรวมกิจการกับ Indian Packing ไปก่อนหน้ามีปัญหาหนี้ท่วมหัว ทางทีมก็เลยตัดสินใจถอยออกมา แต่ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ มีฝนตกหนักอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกมในบ้านหาคนดูได้น้อย ยิ่งเล่นทีมก็ยิ่งขาดทุน 

และในวันขอบคุณพระเจ้าซึ่งเป็นวันที่พวกเขามีเกมนอกลีกก็เกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นสิบชั่วโมง ถึงเวลาก็มีคนมาดูเพียงหรอมแหรม ทางเจ้าหน้าที่สโมสรจึงอยากจะยกเลิกการแข่งขัน แต่ แอนดรูว์ เทิร์นบูล (Andrew Turnbull) หนึ่งในเจ้าของหนังสือพิมพ์ Press-Gazette โน้มน้าวเจ้าหน้าที่ให้จัดการแข่งขันต่อไป และให้สัญญาว่า ถ้าทีมลงเล่นเขาจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรณรงค์ให้กลุ่มธุรกิจในกรีนเบย์มาช่วยสนับสนุนทีมหลังฤดูกาลแข่งขันในปีดังกล่าวจบลง

เมื่อทางสโมสรลงเล่นตามคำขอ เทิร์นบูลก็ทำตามสัญญา เขาเป็นผู้นำในการระดมกำลังจัดตั้ง Green Bay Football Corporation ให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอลที่ “ไม่แสวงหากำไร” โดยให้แฟนบอลเป็นเจ้าของสโมสรร่วมกัน

ไม่แสวงหากำไรหมายความว่าอย่างไร? 

จากข้อมูลของสโมสร ปัจจุบันผู้ถือหุ้นสโมสรทั้งหมดมีจำนวน 361,169 คน จำนวนหุ้นทั้งหมด 5,009,562 หุ้น (การขายหุ้นครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อปี 2011) แต่ผู้ถือหุ้นอย่าได้หวังว่าพวกเขาจะรวยขึ้นมาจากความสำเร็จของสโมสร เพราะความเป็นเจ้าของของพวกเขา นอกจากจะได้มาซึ่งอำนาจในการลงคะแนนเลือกคณะกรรมการบริหารแล้ว มันไม่ได้ก่อให้เกิดกำไรใด ๆ ไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น รายได้ส่วนเกินของสโมสรมีแต่จะต้องเก็บไว้เพื่อกิจการของสโมสรหรือเพื่อการกุศลอื่น ๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง ๆ ถือหุ้นเกิน 200,000 หุ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีกำลังทรัพย์เทกโอเวอร์สโมสรไปได้ ทำให้ The Packers เป็นสโมสรฟุตบอลเพื่อแฟนบอลที่รักสโมสร ไม่หวังผลประโยชน์ (ในเชิงการค้า) ใด ๆ จากสโมสรอย่างแท้จริง

ผลของโครงสร้างสโมสรแบบนี้ ทำให้แฟนบอลมี “เสียง” ที่แท้จริงที่จะสามารถกำหนดทิศทางของสโมสรได้ ไม่เหมือนสโมสรอื่น ๆ ที่ต่อให้คุณลงทุนกับสโมสรแค่ไหน เป็นแฟนบอลมากี่ปี ซื้อตั๋วปี ซื้อเสื้อทีมทุกฤดูกาล แต่มันก็ไม่ทำให้คุณมีอำนาจในการแต่งตั้งลงคะแนนเลือกตัวแทนที่จะเป็นผู้สะท้อนความต้องการของแฟนบอลในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารได้ ยิ่งสโมสรไหนถูกมหาเศรษฐีซื้อไปเป็นกรรมสิทธิ์ ถือสิทธิขาดแต่เพียงผู้เดียว สิ่งที่แฟนบอลจะทำได้ก็คือการภาวนาว่าเศรษฐีรายนั้นรักทีมกีฬาทีมนั้น ๆ จริง ๆ ไม่ได้หวังแค่มาขุดทองจากสโมสรที่สร้างขึ้นมาด้วยแรงสนับสนุนของแฟน ๆ แต่แแฟน ๆ กลับไม่มีสิทธิใด ๆ (เจ้าของบางรายที่ขู่จะย้ายสโมสรหนีแฟนบอลก็มี)

ฝ่ายผู้บริหารก็สามารถทำงานไปตามวาระ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกนายจ้างเผด็จการปลดทิ้งกลางอากาศเพราะความขัดแย้งเบื้องหลัง ไม่เกี่ยวกับผลงานในสนาม หรือประเด็นอื่นใดที่แฟน ๆ มิได้รับรู้ด้วย

นี่ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Green Bay Packers ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนานหลายยุคหลายสมัย คว้าแชมป์ไปมากที่สุด 13 ครั้ง (9 ครั้ง ก่อนยุค Super Bowl) แม้ว่าในระยะหลัง (2017-18) The Packers จะทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ แต่แฟนบอลที่ภาคภูมิใจในการเป็น “เจ้าของสโมสร” (เห็นได้จากเสื้อหรือหมวกที่พวกเขาใส่เชียร์ทีมจะมีคำว่า “Owner” แปะอยู่) ก็ยังคงให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม ด้วยความหวังว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความสำเร็จยุคต่อไปจะต้องมาถึง

แต่ความสำเร็จของ The Packers ยากที่ใครจะเลียนแบบ ด้วยธุรกิจกีฬาในปัจจุบันมีมูลค่าสูงมากเกินกว่าที่แฟน ๆ จะรวมเงินไปซื้อทีมจากมหาเศรษฐีแล้วร่างกฎแบบ The Packers ขึ้นมาเพื่อให้แฟนบอลเป็นผู้กำหนดทิศทางของสโมสรด้วยตนเอง นอกจากนี้ ในธรรมนูญและกฎหมายประกอบของ NFL ก็ยังกำหนดไว้อีกว่า สมาชิกใหม่ของ NFL จะเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรไม่ได้ มันจะต้องเป็นสโมสรทางธุรกิจเต็มตัวเท่านั้น มันจึงเป็นการปิดตายไม่ให้ใครลอกเลียนแบบ The Packers ได้อีก


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ

Related

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

“ที่หนึ่งไม่ไหว!” 19 ปีของ ลี ชอง เหว่ย นักแบดฯ กับมะเร็งที่พรากโอกาสพิชิตเหรียญทองโอลิมปิก

“คัลลี ฟอน ฟูลโตว์” เกษตรกรที่ตัดไม้เผาถ่านเพื่อช่วยโลก

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

“โยฮัน ครัฟฟ์”ตำนานนักเตะดัตช์ ผู้เล่นบอลข้างถนนสู่ผู้วางรากให้ “อาแจ็กซ์” คืนชีพ

รู้จัก เจมส์ เคฮิลล์ ผู้ฆ่ายักษ์ : นักสนุกเกอร์มือสมัครเล่น ผู้คว่ำแชมป์โลก 5 สมัย

คาสเตอร์ เซเมนยา แชมป์โลกวิ่ง 800 เมตรหญิง ที่ถูกตัดสินว่าไม่ใช่ผู้หญิง 

แพทริค แซง โค้ชของ เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้สอนว่าความสำเร็จนั้นมาจาก “ความเชื่อ”