Post on 13/12/2021

รู้จักกับ ‘ฮาร์นาซ สันธู’ มิสยูนิเวิร์ส 2021 กับบทวิเคราะห์ว่าเหตุใดไทยจึงไม่เข้ารอบ

การประกวดมิสยูนิเวิร์สประจำปี 2021 ได้จบลงแล้วเมื่อเช้าวันนี้ ผู้ชนะคือ ‘ฮาร์นาซ สันธู’ (Hanaaz Sandhu) สาวงามตัวแทนประเทศอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งของการประกวดในปีนี้

บทความนี้จะชวนทุกคนทำความรู้จักกับประวัติชีวิตและทัศนคติของเธอ รวมถึงบทวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ว่าทำไม ‘แอนชิลี สก็อต-เคมมิส’ ตัวแทนสาวไทยจึงไม่อาจผ่านเข้ารอบ และประเด็นดราม่า #RealSizeBeauty ที่ต้องการจะรณรงค์ให้ลดความเกลียดชัง แต่กลับกลายเป็นชนวนแห่งความเกลียดชังไปโดยปริยาย

 

ฮาร์นาซ สันธู

‘ฮาร์นาซ สันธู’ สาวงามตัวแทนจากประเทศอินเดียคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สด้วยวัยเพียง 21 ปี เธอเกิดและเติบโตที่เมืองชานดิการ์ ใบหน้าที่คม เก๋ และมีเสน่ห์ของเธอทำให้เธอได้โลดแล่นในวงการแฟชั่นในฐานะนางแบบมืออาชีพ และยังเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงของประเทศอินเดียอีกด้วย

แต่สำหรับวงการการประกวดนางงาม ‘ฮาร์นาซ สันธู’ คงไม่อาจถูกจัดว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการ เพราะเธอมีประสบการณ์การประกวดนางงามตั้งแต่อายุราว ๆ 17 ปี และคว้ารางวัลมากมายทั้งเวทีเล็กและเวทีใหญ่ระดับประเทศจนเป็นที่จับตามอง และในปี 2021 เธอสามารถคว้ารางวัล Miss Diva 2021 เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศอินเดียเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2021 จนคว้ามงกุฎมาครอบครองได้สำเร็จ

นอกจากความสวยงามของเธอแล้ว ความสามารถของเธอก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะเธอกำลังศึกษาในระดับปริญญาโทด้านการบริหารรัฐกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) และมีความสนใจในประเด็นสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงและการต่อสู้เพื่อสิทธิของสตรี ซึ่งถือเป็นเรื่องยากลำบากในสังคมอินเดียที่ได้ชื่อว่าเป็นสังคมชายเป็นใหญ่ แรงบันดาลใจในชีวิตที่สำคัญของฮาร์นาซคือแม่ผู้ประกอบอาชีพเป็นสูตินรีแพทย์ โดยเธอได้ร่วมมือกับแม่เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวสุขภาพของผู้หญิง

ภาพ: https://www.facebook.com/MissUniverse/posts/487048159453274

 

คำตอบของฮาร์นาซที่มัดใจกรรมการ

ใครที่ได้ติดตามการประกวดมาตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนจะพบว่าฮาร์นาซเป็นผู้เข้าประกวดที่มีใบหน้าสวยโดดเด่น และสเต็ปการเดินแบบเป๊ะปังจนเป็นที่จับตามอง แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยประการเดียวที่ส่งผลให้เธอคว้ามงกุฎในการประกวดครั้งนี้ เพราะทักษะรวมทั้งเนื้อหาการตอบคำถามของเธอก็ทรงพลังและไม่เป็นสองรองใคร 

เธอให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อนว่า

“หัวใจของฉันแตกสลายเมื่อต้องมองเห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติของเรา ทั้งหมดนั้นเกิดจากพฤติกรรมของพวกเราทุกคนที่ไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำให้มาก และพูดให้น้อย เพราะแต่ละการกระทำของเรานั้นอาจจะทำลายล้างและช่วยเหลือธรรมชาติให้รอดพ้นได้เลยทีเดียว การป้องกันและปกป้องย่อมดีกว่าสำนึกผิดและแก้ไขแน่ ๆ เราทุกคนมาร่วมมือกันเถอะค่ะ”

และคำแนะนำของเธอต่อเด็กสาวในรอบ 3 คนสุดท้าย

“ฉันคิดว่าความกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวัยรุ่นในปัจจุบันคือการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง การตระหนักรู้ถึงความโดดเด่นของตัวเองทำให้คุณเป็นคนงดงาม หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และสนใจใฝ่รู้ในเรื่องสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก นั่นคือสิ่งสำคัญที่พวกคุณต้องเข้าใจ รวมถึงเปิดเผยตัวตนและพูดเพื่อตัวเอง คุณคือผู้นำชีวิตของตัวคุณ คุณคือกระบอกเสียงของตัวคุณ และเพราะฉันเชื่อมั่นในตัวเอง ฉันจึงมายืนตรงนี้ได้”

ถือว่าเป็นนางงามอีกคนที่คว้าชัยชนะไปอย่างไม่ค้านสายตา เพราะสิ่งที่เธอพูดบนเวทีไม่ได้ฝืนหรือต่างไปจากสิ่งที่เธอยึดถือหรือปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม และนี่คืออีกครั้งหนึ่งที่ตอกย้ำว่าคุณค่าความงามต้องมาพร้อมกับความเชื่อในหลักสากลโลกและความศรัทธาต่อความเป็นมนุษย์ 

 

ประเด็นดราม่าเกี่ยวกับ #RealSizeBeauty ของแอนชิลี

ถือเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในบ้านเราถึงแคมเปญ #RealSizeBeauty ที่ตัวแทนสาวไทย ‘แอนชิลี สก็อต-เคมมิส’ นำไปใช้สื่อสารกับชาวโลกเพื่อบ่งบอกถึงตัวตนและจุดมุ่งหมายของเธอในการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งนี้

ในช่วงแรกของการประกวด แคมเปญ #RealSizeBeauty ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ นางงามและสื่อทั่วโลกที่ให้ความสนใจกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งนั่นทำให้แอนชิลีมีพื้นที่ในสื่อค่อนข้างมาก และโพลจากหลาย ๆ แหล่งยกให้เธอเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจคว้ามงกุฎในการประกวดครั้งนี้

แฟนนางงามเริ่มมีกำลังใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากแอนชิลีเป็นคนหนึ่งที่ถูกกองประกวดและสปอนเซอร์เรียกไปทำกิจกรรมบ่อยมาก ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหากนางงามคนไหนได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ก็มักจะมีโอกาสเข้ารอบลึก 

แต่จนถึงคืนวันประกวดรอบพรีลิมมินารี่ (preliminary) ซึ่งถือเป็นรอบที่สำคัญรองจากวันประกวดจริง แอนชิลีเลือกที่จะใส่ชุดราตรีรัดรูปสีทองเลื่อมแวววาว เป็นชุดที่เปิดเผยเนื้อหนังมังสาและเรือนร่างอย่างเต็มที่ ฉีกกฎเกณฑ์และทฤษฎีการอำพรางสัดส่วนของเสื้อผ้าสตรีแบบที่เราอาจคุ้นชิน ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่า แอนชิลีและทีมงานกองประกวดของไทยคาดหวังว่าจะดันประเด็น #RealSizeBeauty ไปให้สุดทาง โดยเลือกความเสี่ยงสุดสูด และไม่มีคำว่า play safe อยู่ในสมการของเกมการต่อสู้ครั้งนี้

แต่กระนั้น แฟนนางงามหลายคนที่ยังยึดติดกับภาพจำของนางงามแบบขนบก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่างของเธอ รวมถึงเสื้อผ้าที่หลายคนคาดหวังว่าแอนชิลีจะสวมชุดที่ ‘ดี’ และ ‘เหมาะ’ กับเธอมากกว่านี้ ถึงขั้นมีกูรูนางงามชื่อดังท่านหนึ่งให้ความคิดเห็นว่า รูปร่างแบบแอนชิลีนั้นไม่มีทางเข้ารอบ

ประเด็นการ ผ่าน/ไม่ผ่านเข้ารอบของแอนชิลีในห้วงเวลาที่ผ่านมาจึงแทบจะกลายเป็นการเดิมพันของชะตากรรมความงามแบบ #RealSizeBeauty ในสังคมไทยไปเลยทีเดียว

อีกเรื่องหลายคนตั้งข้อสังเกตกับผลงานของแอนชิลีในวันประกวดรอบพรีลิมฯ คือความมั่นใจในการนำเสนอตัวตนของเธอที่ดูจะลดน้อยถอยลงไปจากตอนประกวดในประเทศ ซึ่งไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากความเหนื่อยล้าจากการเก็บตัว ความกังวลในข้อบกพร่องที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือคำพูดโจมตีและบั่นทอนกำลังใจของกลุ่มคนที่ไม่ชอบ แต่ทั้งหมดนั้นคือบททดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจและภูมิคุ้มกันต่อแรงเสียดทานซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นมากของคนจะมาเป็นตัวแทนประเทศที่เรื่องนางงามคือวาระแห่งชาติ 

แม้ว่าผลการประกวดจะเฉลยออกมาแล้วว่า แอนชิลีไม่สามารถผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายได้ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า #RealSizeBeauty ได้สร้างปรากฏการณ์ในการประกวดจนเป็นที่สนใจระดับโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงทัศนคติความงามในสังคมไทยของเราไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ซึ่งในแง่หนึ่งก็ถือว่าความตั้งใจของแอนชิลีสัมฤทธิผล แม้ว่าเธอจะไม่สามารถคว้ามงกุฎมาฝากแฟนนางงามชาวไทยได้ก็ตาม

 

บทวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจเหตุใดไทยไม่เข้ารอบ

หากจะให้วิเคราะห์ถึงผลการตัดสินของผู้เขียนบทความในฐานะผู้ที่ติดตามการประกวดมิสยูนิเวิร์สอย่างจริงจังมาหลายปี ผู้เขียนรู้สึกเสียดายเหมือนกับแฟนนางงามคนอื่น ๆ และยังคงเชื่อว่าแอนชิลีเป็นผู้หญิงที่มี ‘คุณสมบัติ’ จะเป็นมิสยูนิเวิร์สได้ โดยเฉพาะมิสยูนิเวิร์สในยุคที่ WME-IME เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ (ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา) ซึ่งพยายามนำเสนอผู้หญิงที่มีความคิดความอ่านก้าวหน้าและมีเรื่องราวที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กสาว

แต่สิ่งที่คู่ขนานกับ ‘คุณสมบัติ’… นั่นคือ ‘ความพยายาม’ จนถึงเข้าขั้น ‘ทะเยอทะยาน’ หรือที่แฟน ๆ นางงามมักเรียกกันว่า ‘ความกระหายมง’ ซึ่งมันจะแสดงออกชัดเจนผ่านสายตา การพูดการจา ความมั่นใจในแต่ละก้าวเดิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจที่ไม่หวาดหวั่นต่ออคติหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ 

ซึ่งหากเรามองย้อนไปที่มิสยูนิเวิร์สคนก่อน ๆ หน้า (โดยเฉพาะในช่วงการประกวดมิสยูนิเวิร์ส WME-IMG ถือครองลิขสิทธิ์) เราจะพบว่าผู้ชนะแทบทุกคนล้วนแล้วแต่มีจิตวิญญาณความเป็นนางงามและแสดงออกซึ่ง ‘ความกระหายมง’ อย่างเห็นได้ชัด 

‘แนท อนิรณ์’ ตัวแทนสาวไทยปี 2015 เคยให้สัมภาษณ์​ว่าผู้ชนะในปีของเธอ (Pia Alonzo Wurtzbach จากประเทศฟิลิปปินส์) ทำทุกอย่างในการประกวดเต็มที่สุดชีวิต เสมือนคนที่วิ่งฝ่าขวากหนามได้โดยที่ไม่กลัวบาดแผลใด ๆ ทั้งสิ้น 

แต่เราคงต้องยอมรับตรง ๆ ว่า ‘ความกระหายมง’ ของแอนชิลีที่สะท้อนออกมาตลอดช่วงเก็บตัวอาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก ซึ่งหากย้อนกลับไปที่ที่มาของเธอก็คงพอจะเข้าใจเรื่องนี้ได้

แอนชิลีเคยเล่าให้ฟังว่า เธอเองก็เคยฝันอยากเป็นนางงาม แต่ฝันของเธอไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เนื่องจากเธอคิดว่ารูปร่างของเธอไม่ได้ตรงกับนิยามความงามในอุดมคติ แต่โชคดีที่เธอได้บังเอิญเจอกับพี่เลี้ยงที่มองเห็นความเป็นไปได้ในตัวเธอ เธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมประกวด ฉะนั้นพลังใจที่สั่งสมมาด้วยระยะเวลาแทบไม่ถึงปีนี้ (หรืออาจไม่เกินสองปี) จึงอาจจะไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ ที่สั่งสมไฟแห่งความกระหายมงนั้นมาหลายปี  

เมื่อคุณสมบัติมาไม่พร้อมกับ ‘ความกระหายมง’ ผลลัพธ์จึงออกมาไม่เป็นดั่งที่หลายคนคาดหวัง 

อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินที่ออกมาไม่ได้หมายความว่าแอนชิลีสวยหรือมีคุณค่าน้อยกว่านางงามคนอื่น หรือความงามแบบ #RealSizeBeauty จะด้อยค่ากว่าความงามแบบขนบแบบที่หลายคนนำมาเดิมพัน เพราะอย่างนางงามจากแคนาดา Siera Bearchell ผู้เคยเสนอประเด็นเดียวกับแอนชิลีก็เคยทำสำเร็จในการผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายไปแล้วในการประกวดมิสยูนิเวิร์สปี 2016 

สุดท้าย ผู้เขียนอยากจะบอกกับทุกคนว่า การประกวดนางงามเป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่พยายามแปรผันตัวตนของมันจากที่เคยเป็นการสร้างมาตรฐานความงามในอุดมคติสู่การสร้างความแข็งแกร่งและกำลังใจในการดำรงชีวิตของผู้หญิงและเชิดชูความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งมากกว่าความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือการลุ้นให้กำลังใจแฟนนางงามที่ตัวเองชื่นชอบ เราควรเสพย์สุนทรียะของสื่อบันเทิงนี้ด้วยเจตนารมณ์ที่ดีของมันด้วยเช่นกัน 

 

เรื่อง: ณัฐ วิไลลักษณ์

 

ภาพ: https://www.facebook.com/MissUniverse/posts/487048159453274

 

อ้างอิง:

https://youtu.be/4ttMiYe-lk0

https://youtu.be/_zqmo2cl8g4


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

หมูแพง: พาส่องเทรนด์ไทย ของขึ้นราคาอันไหนถูกพูดถึงในโซเชียลฯ บ้าง?

อาวัฒน์ – วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ: เกาะร้างจากปลายปากกา สู่ ‘เกาะขายหัวเราะ’ ของจริง จังหวัดตราด 

ดร.วันทนา ศิวะ: สตรีอินเดียผู้ทวงคืนประชาธิปไตยทางอาหาร ให้กลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง

คนจะนะ: ประวัติศาสตร์บาดแผลของคนปกป้องบ้านเกิดจากรัฐ

FooD HuB Home – Chef Table: จากไกด์ผู้หลงรักและ ‘เผลอ’ กดสั่งเนื้อวัว สู่เชฟผู้เสิร์ฟ ‘ความรู้’ บนจานอาหาร

‘ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม’ คีย์สำคัญที่ทำให้เกิด Big Change ด้านสุขภาวะในสังคมไทย 

นาดา ไชยจิตต์: นักกิจกรรม Intersex Trans-woman ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิการเลือกเพศตามเจตจำนงของบุคคล

แอนโทนี บลิงเคน: จาก ‘มือกีตาร์ขาร็อก’ สู่ รมว.กระทรวงการทูตคนที่ 71 ของสหรัฐฯ