Post on 28/09/2020

ฮันซะวะ นะโอะกิ(Hanzawa Naoki):ใครเล่นงานผม ผมจะเล่นงานมันคืนสองเท่า!

ประโยคอมตะจากปากของนายธนาคารที่ชื่อ ฮันซะวะ นะโอะกิ (半沢直樹) ซึ่งเป็นตัวละครนำของซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีชื่อเดียวกับพระเอก – Hanzawa Naoki (ชื่อไทยคือ ‘เฉือนคมนายธนาคาร’) หากพระเอกพูดคำนี้ใส่หน้าใครละก็ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเรื่องนี้ก็เตรียมเสพความสะใจได้เลย เพราะในท้ายสุดแล้วคนคนนั้นจะได้รับความเจ็บปวดทางจิตใจและถูกฉีกหน้าในทางสังคมอย่างแสบสันที่สุดแน่นอน

ฮันซะวะ นะโอะกิ ในเรื่องนั้นเกิดเมื่อปี ค. ศ. 1970 ซึ่งพอฮันซะวะเรียนจบปริญญาตรีแล้วเริ่มหางาน ญี่ปุ่นประสบภาวะฟองสบู่แตกพอดีในช่วงทศวรรษ 1990 ฮันซะวะและผองเพื่อนทั้งหลายจึงจัดเป็นกลุ่ม Lost Generation คือไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับญี่ปุ่นในช่วงที่เศรษฐกิจดีเลย และหางานทำกันยากมาก ญี่ปุ่นประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กลุ่มพระเอกและผองเพื่อนมีลักษณะแตกต่างจากผู้บริหารอายุมาก ๆ ทั้งหลายในเรื่อง เพราะผู้บริหารเหล่านั้นผ่านญี่ปุ่นในช่วงที่รุ่งเรืองคือช่วงทศวรรษ 1960-1980 ที่ทุก ๆ ด้านของญี่ปุ่นเติบโตอย่างมาก ชีวิตการทำงานจึงไม่ยากลำบากเท่ายุคของฮันซะวะและผองเพื่อน ทำให้ค่านิยมและแนวคิดในการทำงานต่างกันมาก ฮันซะวะจึงเป็นตัวแทนของลูกน้องในรุ่น Lost Generation ทั้งหลายที่อยากจะตะโกนด่ากลับใส่หัวหน้า หรืออยากจะสร้างผลงานแล้วเอามาฟาดใส่หัวหน้าของตัวเองบ้าง เพราะวัน ๆ หัวหน้าก็ไม่ได้ทำงานอะไร ดีแต่กินดื่มเที่ยว และวัน ๆ ก็เอาแต่สร้างปัญหาให้ลูกน้องนั่นเอง หนักเข้าก็ทุจริตและป้ายความผิดทุจริตใส่ลูกน้องอีกต่างหาก ชาวมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากจึง ‘อิน’ ไปกับฮันซะวะอย่างมากเวลาที่ฮันซะวะสามารถแฉทุจริตของผู้บังคับบัญชาได้ และลากตัวมันคนนั้นออกมา ‘ฆ่าออกสื่อ’ แบบแทบจะไม่มีแผ่นดินให้ยืนกันอีกเลย

ฮันซะวะ แต่เดิมเป็นคนมีปม คือมีบ้านเกิดเป็นโรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ผลิตนอต แต่มีปัญหาการเงิน และธนาคารซังเงียวชูโอ (産業中央銀行) ที่เป็น main bank กลับไม่ยอมปล่อยกู้ให้อีก พ่อของฮันซะวะจึงฆ่าตัวตาย (ในเรื่องมีคำกล่าวว่า ธนาคารจะให้ยืมร่มเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าสดใส แต่จะแย่งร่มคืนไปในวันที่ฝนกระหน่ำลงมา) แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีเครดิตยูเนียนเล็ก ๆ เข้าให้ความช่วยเหลือ ทำให้ฮันซะวะและแม่ยังใช้ชีวิตต่อมาได้อย่างไม่ลำบากนัก ฮันซะวะจึงเติบโตมาโดยมีปณิธานแน่วแน่ว่าจะ ‘ล้างแค้น’ และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เข้าไปทำงานในธนาคารของศัตรูที่มีส่วนทำให้พ่อต้องฆ่าตัวตาย ฮันซะวะตั้งใจเรียนจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเคโอ คณะเศรษฐศาสตร์ (慶應義塾大学経済学部) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มี connection แน่นปึ้กในการเข้าสู่วงการเงินและวงการเศรษฐศาสตร์ของญี่ปุ่น และในที่สุด ฮันซะวะทำสำเร็จ ได้เข้าไปทำงานที่ธนาคารซังเงียวชูโอจริง ๆ ต่อมาภายหลังเกิดการควบรวมกิจการกับธนาคารโตเกียวไดอิจิ (東京第一銀行) ทำให้ 2 ธนาคารกลายเป็น ธนาคารโตเกียวชูโอ (東京中央銀行) ธนาคารขนาดยักษ์ที่กลายเป็นที่ทำงานปัจจุบันของฮันซะวะไป

ถึงแม้ว่าฮันซะวะจะเริ่มด้วยแรงแค้น แต่ระหว่างที่ทำงาน ฮันซะวะเปลี่ยนความก้าวร้าวแห่งแรงแค้น ไปเป็นพลังผลักดันในการทำงาน คือตั้งใจทำงานอย่างหนัก เป็นนายธนาคารมืออาชีพ และมือสะอาดอย่างมาก สู้ไม่ถอยเพื่อทำให้สังคมดีขึ้นผ่านอำนาจเงินของธนาคารอย่างแท้จริง ฮันซะวะยังเคยยอมรับกับภรรยาตอนไปชมทิวทัศน์ยามค่ำบนภูเขาด้วยกันว่า แต่เดิมก็แค้นและคิดจะล้างแค้น ถึงได้สมัครเข้าไปทำงานในธนาคารของศัตรู แต่ก็ตระหนักว่า แม้จะมีธนาคารชั่วร้ายอย่างธนาคารซังเงียวชูโอ แต่ก็มีสถาบันการเงินดี ๆ อย่างเครดิตยูเนียนที่เคยช่วยเหลือครอบครัวของฮันซะวะเช่นกัน ฮันซะวะจึงรู้ว่า แม้ว่าสถาบันการเงินจะทำลายคนได้ แต่ก็ช่วยชีวิตคนได้เช่นกัน ฮันซะวะจึงไม่ได้ตั้งเป้าที่การล้างแค้น แต่ตั้งเป้าไว้ที่การไต่ระดับไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพนักการเงินเพื่อจะได้ใช้อำนาจแห่งสถาบันการเงินช่วยคนให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ซีรีส์นี้มีเรื่องราวของการหักเหลี่ยมเฉือนคมของสถาบันการเงิน และมีกลิ่นอายของหนังสืบสวนสอบสวน ลึกลับซ่อนเงื่อน และมีจังหวะการเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดคม ๆ เท่ ๆ เยอะมาก ฉากแอคชันมีนิดหน่อยเพราะฮันซะวะฝึกเคนโด้ (剣道) เป็นงานอดิเรกตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ฉากแอคชันที่สนุกจริง ๆ คือการปะทะกันของอารมณ์, คำพูด, และการใช้สติปัญญามาห้ำหั่นกัน พลังในการแสดงของนักแสดงแต่ละคนนี่คือสุดยอดมาก ดูไปอะดรีนาลินหลั่งไป ผู้ชมที่ไม่ได้อยู่วงการการเงินอาจจะงงอยู่บ้าง แต่ก็มีคำอธิบายให้พอเข้าใจได้อยู่เป็นระยะ

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความหนักหนาสาหัสของการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่แค่เลิกงานแล้วก็กลับบ้าน แต่ยังต้องไปคุยงานต่อตามร้านอาหาร, ร้านเหล้า, มีการรุมแกล้ง bully กันในที่ทำงานอย่างหนักมาก แล้วยังไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ต้องคอยเล่นเกมทางการเมือง และเล่นเส้นสายกันทุกรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งภรรยาของชาวมนุษย์เงินเดือนก็ยังต้องคอยเชลียร์เอาอกเอาใจภรรยาของหัวหน้าของสามีตัวเองไปอีก เรียกว่าตีแผ่สังคมมนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันอย่างจริงจัง

ฮันซะวะทั้ง 2 ภาค จึงเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นคุณภาพและโด่งดังระดับที่ว่าดีที่สุดในยุคเฮเซก็ว่าได้ เต็มไปด้วยเหตุผล, อารมณ์, ความเลวร้ายและความดีงาม, คุณค่าของมนุษย์ที่ตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ฯลฯ แนะนำให้ลองหามาชมกัน


วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล

ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมมวลชนญี่ปุ่น ศึกษาภาษาและสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากกว่า 20 ปี ทั้งจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นเอง, มุมมองของชาวไทย, และมุมมองของชาวตะวันตก