Post on 13/10/2020

จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม สูตรลับ “ตะขาบ 5 ตัว” ยาอมที่ยืนยงมาเกือบร้อยปี

ไอค่อกแค่ก เจ็บคอ หลายคนอาจนึกถึง “ยาอมแก้ไอ ตราตะขาบ 5 ตัว” ที่แม้จะยืนหยัดผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วกว่า 80 ปี แต่ยาสมุนไพรที่เกิดจากฝีมือการปรุงของ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ก็ยังครองใจตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ย้อนไปเมื่อราว 90 ปีก่อน ในยุคที่ชาวจีนอพยพจากบ้านเกิดเมืองนอนมาตั้งรกรากที่เมืองไทยเป็นจำนวนมาก จุ้ยไซก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเลือกลงหลักปักฐานที่บางคล้า ฉะเชิงเทรา ประกอบอาชีพทำสวน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และใช้ความรู้เรื่องสมุนไพรจากการเป็นผู้ช่วยหมอปรุงยาที่เมืองจีนมาทำยาอมแก้ไอ ยาขม ยาหอม ยาแก้ปวดท้อง ท้องเสีย รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเอง รวมทั้งแจกจ่ายญาติ ๆ และคนในหมู่บ้าน

เมื่อย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ทำงานรับจ้างแบกหาม จุ้ยไซก็ไม่ทิ้งความรู้เรื่องยาที่มี หลังจากกลับบ้านพักผ่อนเอาแรง จุ้ยไซก็จะปรุงยาต่าง ๆ แล้วนำไปฝากขายตามร้านขายยา เป็นการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวอีกทางหนึ่ง แม้ยาของจุ้ยไซจะใช้รักษาอาการป่วยได้ผลชะงัด แต่ก็มีร้านขายยาหลายร้านที่ไม่ยอมรับฝากขายยาของเขา จุ้ยไซจึงจ้างคนไปโฆษณาขายยาตามหนังกลางแปลง คนจึงรู้จักยาของเขามากขึ้น ส่งผลให้ร้านขายยาร้านอื่น ๆ เริ่มนำยาของจุ้ยไซไปวางขาย

ทุกอย่างเหมือนจะเริ่มไปได้สวย แต่แล้วก็ต้องสะดุดเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จุ้ยไซและภรรยาจึงย้ายไปอยู่พระประแดง จนปี 2485 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ จุ้ยไซเห็นตะขาบหนีน้ำขึ้นมาเกาะฝาบ้าน จึงเกิดความคิดเอาตะขาบมาเป็นเครื่องหมายการค้า “คุณพ่อเห็นว่ามีตะขาบมาก และสังเกตว่าตะขาบนั้นมีลักษณะใหญ่ น่าเกรงขาม และมันก็มีความหมายดี เพราะคนจีนจะมีความคิดว่าเมื่อคนป่วยก็ย่อมจะมีพิษอยู่ในร่างกาย โดยมีหลักการว่าการรักษาจะเป็นการนำพิษไปล้างพิษ ซึ่งก็คือระบบเซรุ่มของยาแผนปัจจุบัน” สุเทพ สิมะวรา ประธานกรรมการ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ลูกชายของจุ้ยไซ เคยให้สัมภาษณ์ไว้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ จุ้ยไซและครอบครัวกลับมาอาศัยที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง เขาเปิดร้านขายยา และนำตะขาบมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าที่มีภาพของเขาอยู่ตรงกลาง ขนาบซ้ายขวาด้วยตะขาบข้างละตัว ก่อนที่ต่อมาจะปรับเครื่องหมายการค้าให้เป็นตะขาบ 5 ตัว อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งสำหรับสมาชิก “สิมะวรา” แล้ว เลข 5 เกี่ยวพันกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด ทั้งการเป็นเลขมงคลของชาวจีน รวมทั้งการที่จุ้ยไซมีภรรยา 5 คน มีลูกรวมกันทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน และหญิง 5 คน เป็นต้น

เมื่อจุ้ยไซเสียชีวิต ลูก ๆ ของเขาอย่างสุเทพและสุนทร ได้เข้ามารับช่วงต่อกิจการอย่างเต็มตัว ทั้งคู่เปลี่ยนจากการเป็นร้านขายยามาเป็นบริษัทผลิตยา ลงทุนกับการสร้างโรงงานที่นำเครื่องจักรทันสมัยมาใช้ ลดการผลิตยาจาก 10 กว่ารายการ ให้เหลือเพียงยาขายดี 4 ตัว คือ ยาอมแก้ไอ ยากวาดมหาจักร์ ยาขมเม็ด และยาเม็ดเบอร์เจ็ด ซึ่งเป็นยาชูโรงของตราตะขาบ 5 ตัว เป็นยาที่สามารถใช้ได้ทุกวัย หาซื้อได้ง่าย และที่สำคัญคือราคาถูก ขณะเดียวกันก็ทำการตลาดเพื่อตอกย้ำความรับรู้ พร้อม ๆ กับการขยายฐานผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

หลังรุ่น 2 ลงหลักปักฐานให้ตราตะขาบ 5 ตัวได้แล้ว ก็ถึงเวลาของ เมธา สิมะวรา ผู้เป็นรุ่น 3 ที่ต้องคิดหากลยุทธ์ให้สินค้าสามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคงในยุคที่ทุกธุรกิจต่างพากันหาจุดเด่นหรือจุดต่างเพื่อสร้างจุดขาย

เขาเริ่มจาก “ในบ้าน” ด้วยการเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพทุกส่วน ไล่ตั้งแต่ระบบจัดซื้อ การผลิต สต็อกสินค้า ฯลฯ จากนั้นก็ “รีแบรนดิ้ง” สลัดภาพจำแบบเดิม ๆ ที่คนส่วนใหญ่มีต่อตราตะขาบ 5 ตัวว่าเป็นสินค้าสำหรับคนแก่ทิ้งไป พร้อมสร้างความรับรู้ใหม่ว่าเป็นสินค้าที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ จากเดิมที่ยาอมสมุนไพรมีแค่รูปแบบซอง ฉีกออกมากินแล้วก็อาจเผลอทำหกได้ง่าย ก็เพิ่มทางเลือกด้วยการทำเป็นตลับรูปทรงเพรียวบางเพื่อให้พกพาสะดวก และออกรสชาติใหม่อย่างรสบ๊วย รสตะไคร้ และรสมินท์ เป็นการเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้า ทั้งยังร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนายาแก้ไอแบบสเปรย์พ่น เพื่อขยายฐานคนรุ่นใหม่และเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ และจับมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง Greyhound นำโลโก้ตราตะขาบ 5 ตัวมาอยู่บนเสื้อ กระเป๋าผ้า หมวก ฯลฯ เป็นการพลิกความเก๋าให้เข้าถึงแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบกลิ่นอายอดีต

เมื่อไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะชาวจีน (ในบริบทก่อนเกิดโควิด-19) เมธาจึงปรับกลยุทธ์การตลาดเสียใหม่ จากเดิมที่มีวางขายในร้านขายยาและโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศอยู่แล้ว เขาก็เน้นการนำสินค้าเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ และเสนอสินค้าเข้าไปขายในคิง เพาเวอร์ ซึ่งได้ผลตอบรับดีเกินคาด เขายังส่งสินค้าตราตะขาบ 5 ตัวไปขายในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการจดเครื่องหมายการค้าและจดทะเบียนยาในต่างประเทศ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพและความเชื่อมั่นของลูกค้า

“สูตรลับ” ของยาสมุนไพรตราตะขาบ 5 ตัว จึงไม่ได้อยู่ที่การปรุงยาที่สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การปรับตัว การมีวิสัยทัศน์ และการพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้สินค้าที่อายุเกือบ 100 ปี ยังคงเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

 

ที่มา

https://www.thonburi-home.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538848108&Ntype=5

https://www.brandbuffet.in.th/2020/02/takabb-brand-strategy-for-sustainable/

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/862375

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ แม่ทัพ Prop Tech สิริ เวนเจอร์ส เชื่อมต่อนวัตกรรมสตาร์ทอัพกับวิถีชีวิตลูกบ้านแสนสิริ

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

สุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของร้านแลกเงิน สู่เจ้าพ่อ “ทิฟฟานีโชว์” สุดอลังการ

เย่ กั๋วฟู่ ปั้น MINISO ร้านค้าสุดคิวท์ของจีน ที่ได้แรงบันดาลใจจากร้านร้อยเยนของญี่ปุ่น

“พระเจ้าสร้างโลก ที่เหลือ Xiaomi สร้าง” เมื่อจีนสร้างโลกด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า

เจอร์เรียน สวอร์ตส Stojo แก้วกาแฟรักษ์โลกแบบพับได้ แก้ปัญหาขยะล้นเมือง

โซฟี ทาลส์ ทิลด์ “Invisibobble” ยางรัดผมสุดเก๋ ที่ปิ๊งไอเดียจากสายโทรศัพท์

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ปรุงสูตรเด็ดธุรกิจแม่ยาย “MK” สุกี้หมื่นล้าน