Post on 28/12/2021

Hawkeye: มนุษย์พ่อบ้าน กับภารกิจพิทักษ์ปัจจุบันสำหรับคนไม่ลืมอดีต

/ ***บทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของมินิซีรีส์เรื่อง ‘Hawkeye’ (2021) ออกฉายทาง Disney+Hotstar /

สนุกสนานสมคำฮือฮากับมินิซีรีส์ ‘Hawkeye’ ที่มาพร้อมกลิ่นอายวันคริสต์มาสให้ครอบครัวได้นั่งชมพร้อมกันในปี 2021 นับเป็นซีรีส์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่น่ารักและอบอุ่นหัวใจที่ค่ายมาร์เวลได้จัดให้กับแฟน ๆ

ฮีโร่คนธรรมดาอย่างฮอว์กอาย (Hawkeye) หรือ ‘คลินต์ บาร์ตัน’ (Clint Barton) ยังคงรับบทโดย ‘เจเรมี เรนเนอร์’ (Jeremy Renner) แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว เพราะยังมีลูกศิษย์ที่ควบตำแหน่งคู่หูอย่าง ‘เคต บิช็อป’ (Kate Bishop) รับบทโดย ‘เฮลีย์ สไตน์เฟลด์’ (Hailee Steinfeld) มาร่วมปะทะศัตรูไปพร้อมกัน

ก่อนที่เคต บิช็อปจะกลายมาเป็นลูกศิษย์ของฮอว์กอาย ต้องย้อนกลับไปในปี 2012 ช่วงเกิดสมรภูมินิวยอร์ก (Battle of New York) ในภาพยนตร์ ‘The Avengers’ (2012) เคตเป็นเด็กสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ใหญ่โตราวกับวังพร้อมด้วยพ่อ ‘เดเร็ก บิช็อป’ (Derek Bishop) รับบทโดย ‘ไบรอัน ดาร์ซี เจมส์’ (Brian d’Arcy James) และแม่ ‘เอเลนอร์ บิช็อป’ (Eleanor Bishop) รับบทโดย ‘วีรา ฟาร์มิกา’ (Vera Farmiga)

นั่นเป็นครั้งแรกที่บ้านของเธอโดนลูกหลงจากการต่อสู้ แต่มันก็ได้เปิดทางให้เธอเห็นฮอว์กอายที่ใช้เพียงลูกธนูและคันศรต่อสู้กับผู้บุกรุกอย่างกล้าหาญ ครอบครัวบิช็อปสูญเสียพ่อไปอย่างไม่มีวันหวนกลับในเหตุการณ์นั้น ส่งผลให้เอเลนอร์กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มุ่งมั่นปกป้องลูกสาวสุดชีวิต ส่วนเคตก็ได้ร้องขอแท่งไม้และสายเอ็นจากแม่ เพื่อฝึกฝนให้ตนเองเป็นฮีโร่ได้แบบฮอว์กอาย

กลับมาที่ปัจจุบันที่อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะเป็นวันคริสต์มาส คลินต์ บาร์ตัน ผู้ยังมีแต่ความรู้สึกผิดตามหลอกหลอนกำลังฉลองวันหยุดกับครอบครัว แต่แล้วเรื่องราวก็เริ่มโกลาหล เมื่องานประมูลในตลาดมืดได้นำชุด ‘โรนิน’ ตัวตนอันโหดร้ายของคลินต์หลังสูญเสียครอบครัวจากการดีดนิ้วของธานอสมาประมูล และที่แย่ยิ่งกว่าคือ เคต บิช็อปดันนำชุดโรนินที่ได้มาสวมโดยบังเอิญ จนศัตรูที่แค้นโรนินตามมาหาเป็นขบวน 

คลินต์จำใจต้องทิ้งวันหยุดของเขาเพื่อไปตามเอาชุดคืน และปกป้องคนแปลกหน้าสุดชีวิต เพื่อจะได้กลับไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวโดยเร็ว

มินิซีรีส์ Hawkeye จะพาผู้ชมย้อนอดีตไปกับความทรงจำและความสูญเสียของผู้คนหลังเหตุการณ์ล้างบางครึ่งจักรวาล ซึ่งทุกคนยังคงใช้ชีวิตต่อไปโดยรำลึกอยู่เสมอว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาคือเรื่องจริง และการสูญเสียใครสักคนไปก็คือเรื่องจริงเช่นกัน

รวมตัวเหล่ามนุษย์ผู้ไม่ลืมอดีต

เรียกได้ว่า Hawkeye กลายเป็นศูนย์รวมของมนุษย์ผู้มีแต่ความสูญเสียก็ได้ บางคนสูญเสียจากการดีดนิ้วโดยตรง แต่บางคนก็เหมือนจะติดร่างแหความสูญเสียจากการดีดนิ้วไปอีกที

คลินต์ บาร์ตัน ได้ครอบครัวของเขาคืนหลังการเสียสละของไอรอนแมน แต่เขากลับต้องสูญเสียเพื่อนรักอย่าง ‘นาตาชา โรมานอฟ’ (Natasha Romanoff) หรือ ‘แบล็ค วิโดว์’ (Black Widow) ไปตลอดกาล เพียงเพราะ ‘หินสีส้มโง่ ๆ ก้อนเดียว’ (Soul Stone) ที่ทำให้ทั้งสองต้องแข่งกันดีไซน์ว่าใครจะหาทางตายได้ก่อนกัน

ความสูญเสียที่คลินต์ได้รับทำให้เขาต้องจมอยู่กับอดีตและความรู้สึกผิดอยู่ตลอด แม้กระทั่งหลังจากที่เลิกเป็นโรนิน การเข่นฆ่าผู้คนก็ทำให้เขากลายเป็นชายผู้มีมือเปื้อนเลือด และมองตนเองเป็นเพียงอาวุธ หาใช่ฮีโร่อย่างที่เคตนับถือ แต่เนื่องจากนี่เป็นมินิซีรีส์ต้อนรับคริสต์มาส การจะทำให้เนื้อเรื่องออกมาดาร์กเกินไปก็คงจะไม่เหมาะนัก ตัวละครอย่างเคตจึงต้องเข้ามาเปลี่ยนมุมมองของคลินต์ให้เห็นถึงความสำคัญของตนเองมากยิ่งขึ้น

เคต คือตัวแทนของผู้สูญเสียที่ก้าวผ่านความเสียใจและเดินหน้าต่อไปได้ เธอเสียพ่อที่รักไปก่อนเหตุการณ์ที่ธานอสดีดนิ้ว แต่อย่างไรก็ตาม มันคือความสูญเสียที่ไม่คาดฝันและนำมาซึ่งความปวดร้าวไม่ต่างกัน

“คุณทำให้ฉันเห็นว่าการจะเป็นฮีโร่ ไม่จำเป็นต้องบินได้”

เคตบอกกับฮีโร่ของเธอในวันที่พวกเขาเปิดใจคุยกัน ถึงแม้คลินต์จะบอกว่าตนเองไม่เหมาะที่จะเป็นฮีโร่ และผู้เสียสละที่แท้จริงคือนาตาชา โรมานอฟ แต่ถึงอย่างไร เคตก็เติบโตมาเป็นหญิงสาวที่เก่งกาจ กล้าหาญ และเสียสละเพื่อสังคมได้ก็เพราะมีฮอว์กอายเป็น ‘แรงบันดาลใจ’ ของเธอ

มนุษย์ผู้ไม่ลืมอดีต แต่เปลี่ยนอดีตเป็นแรงขับเคลื่อนในปัจจุบันอย่างเคต ทำให้ฮอว์กอายได้สยายปีกเรียนรู้และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าเก่า แม้แต่ตอนที่น้องสาวของนาตาชา ‘เยเลน่า เบโลวา’ (Yelena Belova) รับบทโดย ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ (Florence Pugh) ปรากฏตัวขึ้นเพื่อฆ่าเขา การเล่าอดีตที่เกิดขึ้นด้วยความเสียใจและเคารพนาตาชาก็ทำให้เยเลน่าลดอาวุธของเธอลงได้

ส่วนอีกหนึ่งตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ‘มายา โลเปซ’ (Maya Lopez หรือในอนาคตคือ Echo) เด็กสาวจากแก๊งมาเฟียชุดวอร์ม รับบทโดยนักแสดงที่หูหนวกและสูญเสียขาไปข้างหนึ่งอย่าง ‘อลาคัว ค็อกซ์’ (Alaqua Cox) 

พ่อของมายาทำงานให้กับแก๊งเสื้อวอร์ม แต่ถูกสังหารโดยโรนิน หรือคลินต์ บาร์ตันในช่วงที่เขาสูญเสียครอบครัวไป ทำให้มายาที่เห็นพ่อตายไปต่อหน้าต่อตารู้สึกคลั่งแค้นอยากจะฆ่าโรนินให้ได้ ตลอดทั้งเรื่องเราเห็นมายาหมกมุ่นอยู่แต่กับอดีต จนในที่สุดเธอก็คิดได้ในภายหลังว่า การแก้แค้นไม่ได้ทำให้พ่อของเธอฟื้นขึ้นมา ซึ่งความคิดนั้นได้ชักนำมายากลับเข้าสู่ลู่ทางที่ถูกต้องอีกครั้ง

ทุกตัวละครใน Hawkeye ทำให้เราเห็นว่า อดีตคือสิ่งที่วนเวียนอยู่รอบตัวเราอย่างไม่อาจเลี่ยง แต่สิ่งสำคัญคือใครจะสามารถเปลี่ยนอดีตให้กลายเป็นแรงสนับสนุนในปัจจุบันได้เร็วกว่ากัน เพราะยิ่งจมอยู่กับอดีตนานเท่าไร ความสุขในปัจจุบันก็จะยิ่งหายไปมากขึ้นเท่านั้น

หลังจบภารกิจกู้โลกของฮอว์กอาย แม้จะเป็นเพียงไม่กี่นาทีก่อนเข้าเอนเครดิต แต่ในที่สุดผู้ชมก็ได้เห็นเขามีความสุขอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ไร้ความกังวลเสียที

ภารกิจของพ่อและหัวหน้าครอบครัว

ไม่ใช่ ‘พลัง’ อันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง’ แต่เป็น ‘หน้าที่’ อันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง’ เพราะแท้จริงแล้ว คลินต์ บาร์ตันเป็นเพียงชายธรรมดาที่แม่นธนูและมีศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเลิศ ซึ่งนำพาเขาไปสู่วงการฮีโร่ของปวงประชา แต่ในทางกลับกัน เขาก็คือฮีโร่พ่อบ้านธรรมดา ๆ อีกคนของครอบครัวบาร์ตัน

เป็นปัญหาทั่วไปของฮีโร่ที่มีครอบครัวทุกคน ซึ่งทำให้นึกถึง ‘บ็อบ พาร์’ หรือ ‘มิสเตอร์ อินเครดิเบิล’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘The Incredibles’ ด้วย เพราะเขาคืออีกหนึ่งคนแห่งวงการพ่อบ้านที่พยายามแบ่งเวลางาน เวลาช่วยโลก และเวลาครอบครัวให้สมดุลกัน

ถือเป็นเรื่องที่พูดยากและเลือกยาก เมื่องานก็สำคัญ และครอบครัวก็สำคัญ สำหรับคลินต์ เขารู้ว่าคนรอบกายสำคัญเพียงใดจากความสูญเสียที่เคยเกิดขึ้น แต่เขาก็รู้เช่นกันว่า การที่เคตต้องมาลำบากก็เป็นเพราะสิ่งที่เขาทำไว้ในอดีต ดังนั้น สิ่งที่คลินต์เลือกจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างงานและครอบครัว (ซึ่งในชีวิตจริง เราไม่มีทางรู้ว่า การแบ่งเวลาจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจหรือไม่ แต่มันก็คงจะดีกว่าการที่เราไม่รู้จักแบ่งเวลาเลย)

นอกจากการที่คลินต์เป็นพ่อบ้านที่รู้จักแบ่งเวลาแล้ว ความเข้าใจ ความเชื่อใจ และแรงสนับสนุนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านควรมอบให้แก่กัน ภรรยาของคลินต์และลูกอีก 3 คนแสดงความใส่ใจในตัวคลินต์มาตั้งแต่ต้น ลูกสาวของเขาเข้าใจปมในอดีต และเคารพในตัวนาตาชาเป็นอย่างมาก ในตอนที่คลินต์ลุกออกไประหว่างการแสดงละครเวทีเชิดชูเหล่าอเวนเจอร์ส เธอจึงเข้าใจความรู้สึกของพ่อเป็นอย่างดี

ในส่วนของเคตที่สูญเสียพ่อไปตั้งแต่เด็ก และในตอนสุดท้ายแม่ของเธอก็มีเหตุให้ต้องเข้าคุกไป คลินต์จึงรับหน้าที่เป็นพ่อบ้านอีกครั้ง โดยการพาลูกศิษย์-คู่หู-และลูกสาวคนใหม่อย่างเคตกลับมาฉลองวันคริสต์มาสกับครอบครัวเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮอว์กอายได้ใจผู้ชมไปในฐานะแฟมิลี่แมน ฮีโร่พ่อบ้านตัวจริงอีกครั้ง

แม้มินิซีรีส์ Hawkeye จะเต็มไปด้วยบรรยากาศต้อนรับวันคริสต์มาส แต่ในใจก็แอบคิดถึงวันสงกรานต์ของประเทศไทยเช่นกัน วันแสนวิเศษนี้คือเวลาที่ครอบครัวต่างตั้งหน้าตั้งตารอสมาชิกกลับบ้านอย่างพร้อมหน้า เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบที่ผ่านมา รวมถึงดื่มฉลองและเลี้ยงฉลองกันให้หายคิดถึง ซึ่งอีกสิ่งที่ซีรีส์แอบแฝงเอาไว้ก็คือความในใจของเด็ก ๆ ที่มีต่อผู้ใหญ่คนสำคัญเพื่อจะบอกว่า ‘กลับบ้านได้แล้วคุณพ่อคุณแม่ ฮีโร่ของหนู’

คริสต์มาส วันสำคัญของฮีโร่เดินดินทุกคน

ต้องบอกว่า Hawkeye เป็นซีรีส์สำหรับครอบครัวจริง ๆ เพราะทุกวินาทีของหนังจะมีกลิ่นอายความรัก ความอบอุ่น ความสัมพันธ์ และความเป็นครอบครัวโผล่มาให้ผู้ชมได้สัมผัสอยู่เสมอ แม้ตัวดำเนินเรื่องหลักจะเป็นผู้ใหญ่อย่าง คลินต์ บาร์ตัน ที่ต้องทำภารกิจพิชิตคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูก แต่อีกมุมหนึ่ง เรากลับได้เห็นความคิดของเด็ก ๆ และวัยรุ่นเคยเด็กที่มองพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคมไปในตัว

“แม่ของฉันจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง แม่ไม่เคยไม่เดินข้ามทางม้าลายด้วยซ้ำ”

ประโยคสั้น ๆ ที่เคต บิช็อปกล่าวถึงเอเลนอร์ แม่ของเธอหลังจากที่เบื้องหลังงานของแม่ถูกเปิดเผย ฟังผ่าน ๆ ประโยคนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่นั่นกลับหมายถึงคำยกย่องที่เคตมีต่อแม่ผู้ปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีอยู่เสมอด้วย

เอเลนอร์ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งตั้งแต่สามีของเธอเสียชีวิต เธอปลดหนี้สามีและสร้างบริษัทรักษาความปลอดภัยอันยิ่งใหญ่และดูแลมันด้วยตัวคนเดียว เป้าหมายเดียวในชีวิตของเอเลนอร์คือการปกป้องลูกสาวจากภยันตรายทั้งปวง ซึ่งเธอก็ทำสำเร็จ แถมยังได้นำความเข้มแข็งจากตัวเธอส่งต่อไปยังเคตได้อย่างน่าภาคภูมิใจ แม้สุดท้ายเคตจะต้องแจ้งจับแม่ของตัวเอง แต่แววตาผิดหวังนั้นกลับเจือปนด้วยคำขอบคุณ และความเคารพในตัวของแม่เช่นเคย

หรือแม้กระทั่งพ่อของมายาที่ทำงานให้กับแก๊งมาเฟียก็ตาม งานที่คุกคามคนอื่นไม่ใช่งานที่น่าเชิดชู แต่สำหรับมายา เธอมองข้ามหมวกอาชีพที่พ่อสวมใส่ และมองเขาที่ความอบอุ่นและความรักที่มอบให้เธออย่างไม่มีเงื่อนไขแทน มายาเกิดมาหูหนวกและไม่มีขาข้างหนึ่ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและสายตาดูถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง มีเพียงพ่อเท่านั้นที่เชื่อมั่นในตัวเธอไม่เปลี่ยน จึงไม่น่าแปลกใจหากมายาจะมองพ่อเป็นไอดอลเสมอ

สุดท้ายคงหนีไม่พ้นตัวละครอย่างเยเลน่าที่ตามมาแก้แค้นให้พี่สาวอย่างไม่ยอมลดละ หากไม่นับว่าเป็นภารกิจ เยเลน่าเองก็มีความแค้นเคืองที่คลินต์ปล่อยนาตาชาตายเช่นกัน สำหรับเยเลน่าแล้ว พี่สาวคนนี้ไม่ใช่นักฆ่าเลือดเย็น แต่เป็นคนในครอบครัวที่แม้ความตายจะพรากจาก ความสัมพันธ์ก็ไม่อาจตัดขาด เพราะพี่สาวคนนี้คือฮีโร่ในใจของเยเลน่าตลอดกาล

การมีลมหายใจและยังมีเวลาได้สบตา พูดคุย และโอบกอดกันและกัน คือพรที่วิเศษที่สุดที่มนุษย์ได้รับ ดังนั้น ไม่ว่าจะช่วงเทศกาลคริสต์มาส หรือวินาทีไหน หากมีความในใจอยากบอก หรือมีความปรารถนาที่อยากทำร่วมกันก็ควรจะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนผู้ใหญ่คนไหนที่คริสต์มาสหรือปีใหม่นี้ยังมีงานอันวุ่นวายรายล้อมก็อย่าลืมหาเวลาว่างสำหรับตัวเองและคนรอบกายด้วย เพราะไม่แน่ว่าในตอนนี้ ใครสักคนอาจกำลังรอคอยฮีโร่ของพวกเขากลับบ้านอยู่ก็ได้

สุขสันต์วันคริสต์มาสแด่เหล่าฮีโร่เดินดินทุกคน

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ: ซีรีส์ Hawkeye


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม