Post on 25/11/2021

Hellbound: ศรัทธาของปีศาจเดินดิน กับเจตจำนงเสรีที่ถูกกัดกินเมื่อโลกถูกผูกขาดความเชื่อ

/ บทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์เรื่อง Hellbound (2021) /

‘Hellbound’ (2021) จากการ์ตูนใน Webtoon สู่ซีรีส์เกาหลีที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่งใน Netflix ซึ่งได้ผู้กำกับ ‘ยอนซังโฮ’ (Yeon Sang-ho) เจ้าของผลงานกำกับภาพยนตร์ซอมบี้คลั่ง ‘Train to Busan’ (2016) และนักเขียน ‘ชเวคยูซอก’ ผู้ที่ร่วมเขียนเรื่อง Hellbound ตั้งแต่เวอร์ชันการ์ตูนมาร่วมสร้างซีรีส์เรื่องนี้ด้วยกัน

ซีรีส์เรื่อง Hellbound คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายความน่ากลัว สยดสยอง หดหู่ และลึกลับน่าค้นหา ผ่านตัวบทที่เกี่ยวข้องกับลัทธิ ความเชื่อ และศาสนาที่ต้องดูอย่างจดจ่อเพื่อทำความเข้าใจ เพราะแม้กระทั่งตอนจบของเรื่อง Hellbound ก็ยังคงทิ้งคำถามมากมายไว้ให้ผู้ชมตีความและติดตามต่อ นอกจากนี้ จุดเด่นของซีรีส์ Hellbound ยังเป็นการนำเสนอความชั่วร้ายของมนุษย์ที่ถูกชักจูงโดยความเชื่อที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนออกมาได้อย่างน่าหดหู่

ซีรีส์สายดาร์กเรื่องนี้ว่าด้วยปรากฏการณ์ที่ ‘ทูตสวรรค์’ จะนำประกาศิตมาประกาศแก่มนุษย์โดยบอกวันและเวลาตายของพวกเขา ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่บอกไว้ ‘เพชฌฆาต’ 3 ตนจากนรกจะมาเพื่อไล่ล่าและ ‘แสดง’ การลงทัณฑ์ด้วยการทุบตีและใช้ลำแสงแผดเผาร่างของมนุษย์จนเหลือเพียงโครงกระดูกไหม้เกรียมสีดำ หลังจากนั้นพวกมันจึงหายตัวไปในอีกมิติ ซึ่งการแสดงดังกล่าวถือเป็นการตักเตือนให้มนุษย์กลัวการทำบาป

 

ทูตสวรรค์ประกาศประกาศิต
การแสดงการลงทัณฑ์

ตรงจุดนี้ ตัวซีรีส์มีทั้งความเหมือนและความต่างจากความเชื่อทางศาสนาที่มีอยู่จริง ซึ่งผู้ชมสามารถตีความเพชฌฆาตและตัวละครได้อย่างหลากหลาย การลงทัณฑ์ดังกล่าวอาจเป็นการพิพากษาของพระเจ้า หรือเป็นคำเตือนก่อนที่พระเจ้าจะกวาดล้างมนุษย์ในวันสิ้นโลกตามความเชื่อในศาสนาคริสต์ หรืออาจไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็ได้ (ในซีรีส์ไม่ได้ระบุว่าเป็นศาสนาใดหรือให้คำตอบชัดเจน)

แต่หากอิงจากศาสนาคริสต์ ในพันธสัญญาใหม่ หนังสือวิวรณ์ 11 (ฉบับ Standard Version Revision ภาษาไทย จาก Bible.is) กล่าวถึงการพิพากษาของพระเจ้าและเวลาที่พระองค์จะทำลายแผ่นดินโลกว่า ชัยชนะของอัครทูตสวรรค์ ‘มีคาเอล’ และทูตสวรรค์ ที่มีต่อพญานาค หรืองูดึกดำบรรพ์ที่เรียกว่า มารหรือซาตาน ทำให้เหล่าสิ่งชั่วร้ายตกจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ แต่สุดท้ายพระเจ้าก็สามารถกำจัดความชั่วร้ายเหล่านั้นได้โดยการให้ทูตสวรรค์แต่ละองค์เทชามแห่งความกริ้วของพระเจ้าลงบนโลก

ชามแต่ละใบให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน ชามบางใบนำมาซึ่งความเจ็บปวดต่อสัตว์ร้าย ขณะที่บางใบเปลี่ยนทะเลเป็นเลือดและฆ่าทุกสิ่งที่อยู่ในทะเล ส่วนบางใบถูกเทลงบนพระอาทิตย์และทำให้พระอาทิตย์แผดเผามนุษย์ด้วยไฟ จนกระทั่งพระเจ้าจัดการล้างโลกใบเก่าจนหมด ฟ้าใหม่ สวรรค์ใหม่ และแผ่นดินของโลกใหม่จึงจะปรากฏขึ้น

เป็นที่น่าสงสัยว่า Hellbound กำลังสื่อถึงมนุษย์ผู้ถูกมารร้ายที่ตกลงมาครอบงำจิตใจหรือไม่? มนุษย์เป็นสัตว์ร้ายในสายตาพระเจ้าในเรื่อง Hellbound หรือเปล่า? แล้วเพชฌฆาตที่ถูกส่งมาลงทัณฑ์มนุษย์คือทูตสวรรค์จริงหรือไม่?

คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน กระนั้นความโหดร้ายในการพิพากษาและการลงโทษมนุษย์ที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาของ ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ กลายเป็นความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวในสังคม แต่ในทางกลับกัน คนบางกลุ่มได้ให้คำอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น ‘การตักเตือนให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเที่ยงธรรม โดยปราศจากการทำบาป’ ซึ่งผู้ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเจ้าของบัญชาดังกล่าวก็คือ ‘พระเจ้า’

คำสอนของพระเจ้าถูกตีความในหลายรูปแบบ แต่ที่มีอิทธิพลในสังคมมากที่สุดคือคำสอนจากองค์กรศึกษาศาสนาที่เรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มสัจธรรมใหม่’ ก่อตั้งโดยประธาน ‘จองจินซู’ (รับบทโดย ยูอาอิน – Yoo Ah-in) ตั้งแต่ปี 2012 แต่ขณะเดียวกัน สาวกผู้คลั่งไคล้กลุ่มสัจธรรมใหม่บางส่วนก็ได้ตั้ง ‘กลุ่มหัวศร’ ขึ้น เพื่อใช้ความรุนแรงในการสนองศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า กล่าวโดยย่อคือ กลุ่มหัวศรใช้ความรุนแรงและความกลัวทำให้คนที่ ‘ออกนอกลู่นอกทาง’ กลับเข้าที่ทางที่ถูกต้อง

‘จองจินซู’ (รับบทโดย ยูอาอิน – Yoo Ah-in)
กลุ่มหัวศร

ตัวซีรีส์เริ่มดำเนินเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อความเชื่อและความศรัทธาของกลุ่มศาสนาที่มีต่อพระเจ้าทวีความคลั่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการลงทัณฑ์กลายเป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไปผ่านการถ่ายทอดสดการตายของ ‘พัคจองจา’ (รับบทโดย คิมชินรก – Kim Shin-rok) เหล่าสาวกเริ่มเข้าโหนสิ่งเหนือธรรมชาติโดยอ้างว่า คนที่ได้รับประกาศิตทุกคนคือคนบาป และทำให้ครอบครัวของคนบาปต้องถูกตราหน้าและถูกทำร้ายจากสังคม

แต่ไม่ว่ากลุ่มศาสนาจะมองการลงทัณฑ์อย่างไร ในสายตาของคนอีกกลุ่มคือ ‘ตำรวจ’ นำโดย ‘นักสืบจินคยองฮุน’ (รับบทโดย ยังอิกจุน – Yang Ik-June) และ ‘ทนายความ’ นำโดย ‘มินฮเยจิน’ (รับบทโดย คิมฮยอนจู – Kim Hyun-joo) กลับยังคงเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่มาจากระบบกฎหมายของมนุษย์มากกว่า การตายที่ผิดธรรมชาติจากสิ่งที่ไม่อยู่บนโลกจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขา ซึ่งแนวคิดที่อยู่คนละขั้วกันของคนสองกลุ่มเกิดขึ้นจากพื้นฐานความคิดที่ต่างกันนั่นก็คือ มนุษยนิยมและเทวนิยม

‘พัคจองจา’ (รับบทโดย คิมชินรก – Kim Shin-rok) ถูกลงทัณฑ์ท่ามกลางสายตาสาธารณชน
‘ทนายมินฮเยจิน’ (รับบทโดย คิมฮยอนจู – Kim Hyun-joo)

โลกสองขั้วของคนสองกลุ่ม

ขณะที่แนวคิดและความคลั่ง ‘โลกใบใหม่’ (ที่ปราศจากคนบาป) เริ่มกัดกินสิทธิมนุษยชนให้หายไปจากสังคม ในตอนหนึ่งของซีรีส์มีการอ้างถึงแนวคิดเทวนิยมว่า ‘สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งเลวร้ายที่เกิดในช่วงสังคมเทวาธิปไตย ยุคกลางที่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้ปกครองสูงสุด’

เทวาธิปไตย คือระบอบการปกครองที่เชื่อว่ามีพระเจ้าเป็นประมุข หรือผู้ปกครองได้รับอำนาจจากพระเจ้า ส่วนเทวนิยมคือแนวคิดที่เชื่อว่าสิ่งเหนือธรรมชาติ (พระเจ้า) คือผู้กำหนดความเป็นไปของโลก ยกตัวอย่าง ศาสนาคริสต์ถือเป็นศาสนาเทวนิยมที่เชื่อมั่นในความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

ในซีรีส์ Hellbound บทสนทนาของตัวละครทุกตัวถือเป็นกุญแจนำทางไปสู่การตั้งคำถามที่ไม่ใช่การตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิด แต่เป็นการนำเสนอพื้นฐานแนวคิดที่มีอยู่ในสังคมได้อย่างน่าสนใจ โดยฉากที่เห็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดได้อย่างชัดเจนที่สุดคือช่วงที่ประธานจองสนทนากับนักสืบจินผู้รับหน้าที่สืบหาฆาตกรในการลงทัณฑ์

“นอกจากความกลัวจะมีอะไรให้มนุษย์สำนึกได้?” ประธานจองตั้งคำถาม เพราะเขาเห็นว่าเป็นเรื่องตลกที่ ‘มนุษย์จะมาสืบสวนการกระทำของพระเจ้า’

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า พระเจ้าไม่เชื่อในเสรีภาพและอิสรภาพ (เจตจำนงเสรี) ของมนุษย์เลยสิ” นักสืบจินตอบ ซึ่งประธานจองได้สวนกลับว่า “แล้วคุณคิดว่าความยุติธรรมหาได้จากระบบกฎหมายที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาจริงหรือ?”

เนื่องจากภรรยาของนักสืบจินถูกฆาตกรที่ป่วยทางจิตฆ่า แต่จากโทษจำคุก 10 ปี คนร้ายกลับติดคุกจริงเพียง 6 ปีเท่านั้น และเป็นที่รู้กันว่ากรณีเดียวกันก็เกิดขึ้นจริงทั่วโลก ทั้งโลกในจอและนอกจอ ตัวซีรีส์จึงกำลังทำให้ฝั่งประธานจองตั้งคำถามต่อระบบกฎหมายว่า ‘กระบวนการยุติธรรม ยุติธรรมจริงหรือ?’

‘นักสืบจินคยองฮุน’ (รับบทโดย ยังอิกจุน – Yang Ik-June)

กลับมาที่บทสนทนาของทั้งสอง นอกจากความเชื่อมั่นในพระเจ้าของประธานจองจะแสดงถึงแนวคิดเทวนิยมของเขา ในส่วนของนักสืบจินยังถือเป็นตัวแทนของฝั่งแนวคิดมนุษยนิยม เพราะนั่นหมายถึงการยอมรับในคุณค่าของมนุษย์ และเชื่อว่ามนุษย์มีเจตจำนงเสรีในการดำเนินชีวิต รวมถึงมีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

นักสืบจิน รวมไปถึงทนายมิน เชื่อมั่นว่าการถูกพิพากษาโดยสิ่งเหนือธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม ยิ่งกลุ่มหัวศรใช้พระเจ้าและความเชื่อเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้อื่นตามใจชอบยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะการกระทำเหล่านั้นล้วนขัดต่อหลักกฎหมาย ซึ่งถือเป็นกฎกลางที่ทำให้สังคมมนุษย์ที่ถูกปกครองโดยมนุษย์เป็นระเบียบ

การต่อสู้ทางความคิดของคนสองกลุ่มเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกสังคม แต่ใน Hellbound แนวคิดของกลุ่มสัจธรรมใหม่ได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่สังคมยึดถือไปชั่วขณะ ซ้ำร้าย นอกจากผู้ได้รับประกาศิตจะต้องตายในวันและเวลาที่ทูตสวรรค์กำหนดแล้ว หากพวกเขาไม่ยอมสารภาพบาปต่อกลุ่มสัจธรรมใหม่ พวกเขาก็จะตกอยู่ในอันตราย แถมครอบครัวจะต้องอับอายและไม่มีที่ยืนในสังคม

บางคนถึงขั้นต้องหนีไปรับการลงทัณฑ์ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อทำลายตัวตนของตนเองทิ้ง กลุ่มสัจธรรมใหม่จึงไม่สามารถสืบสาวไปถึงครอบครัวของพวกเขาได้ โดยในช่วงหลังของซีรีส์จะปรากฏคนอีกกลุ่มที่มีแนวคิดมนุษยนิยมนั่นคือกลุ่ม ‘โซโด’ ที่จะช่วยกำจัดตัวตนของผู้รับการลงทัณฑ์ให้หายไป เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันเจตจำนงเสรีของมนุษย์ว่า ‘มนุษย์มีสิทธิ์จะตายตามลำพัง’ โดยที่สัจธรรมใหม่ไม่ต้องรับรู้ และครอบครัวไม่ต้องเดือดร้อน

แต่น่าเสียดายว่าการทำงานของกลุ่มโซโดต้องเผชิญกับความลำบากอย่างมาก เพราะพวกเขากำลังต่อสู้กับการทำงานทางความคิด ซึ่งกลุ่มสัจธรรมใหม่ได้วางแผนและปลูกฝังมาอย่างยาวนานแล้ว

นักสืบจินกับประธานจองท่ามกลางผู้ศรัทธากลุ่มสัจธรรมใหม่

ความกลัวและความเชื่อคือเครื่องมือรักษาอำนาจ

สิ่งที่ซับซ้อนที่สุดและเปลี่ยนแปลงยากที่สุดคือ ‘ความคิด’ ของมนุษย์ ยิ่งความคิดเหล่านั้นได้รับการปลูกฝังมาเป็นเวลานานยิ่งยากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นทำให้การควบคุมความคิดกลับกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ใครหลายคนต้องการ

เพื่อที่ผู้มีอำนาจจะรักษาอำนาจเอาไว้ พวกเขาจำเป็นต้องควบคุมความคิดของผู้คนให้อยู่ในลู่ทางที่ต้องการ โดยเครื่องมือหรือวิธีการที่ผู้มีอำนาจใช้นั้นอาจแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่าง กลุ่มสัจธรรมใหม่นำโดยประธานจอง เขาเป็นชายที่ดูสุขุม รอบคอบ และใจเย็น ซึ่งสิ่งนี้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเขาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เขายัง ‘วางแผน’ การเผยแพร่คำสอนมาเป็นสิบปีก่อนหน้าที่การลงทัณฑ์จะปรากฏต่อสายตาคนทั่วไป ทำให้เขาสามารถชักจูงผู้คนด้วยความเชื่อได้อย่างง่ายดาย

กลุ่มสัจธรรมใหม่

ความเชื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจที่ทรงอานุภาพ ยิ่งความเชื่อแปรเปลี่ยนเป็นความศรัทธาและความคลั่งไคล้ ผู้มีอำนาจก็สามารถควบคุมให้ผู้คนทำในสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง ซึ่งในที่นี้คือการอ้างพระเจ้าให้กำจัดคนบาปออกไปโดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม แต่ขณะที่ประธานจองใช้ความเชื่อชักจูงผู้คน คนอีกกลุ่มกลับใช้ทั้งความเชื่อและความกลัวเปลี่ยนโลกมนุษย์เป็นนรกบนดิน

ใครก็ตามที่ไม่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มหัวศร พวกเขาจะถูกสมาชิกกลุ่มทำรังควานและกำจัดทิ้ง ด้วยเหตุผลว่าไม่ศรัทธาในพระเจ้า หรือต่อต้านการทำให้สังคมใสสะอาดปราศจากคนบาป ซึ่งเรื่องที่น่ากลัวที่สุดคือ การฆ่าโดยปราศจากเหตุผลหรือหลักฐานที่เหมาะสมกลับกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม และการที่สาวกกลุ่มสัจธรรมใหม่และกลุ่มหัวศรเดินว่อนอยู่ทั่วทุกที่ก็ทำให้มนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว

นั่นคือผลลัพธ์ของการยอมให้ปีศาจในคราบมนุษย์สานต่อศรัทธาที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต และเป็นผลลัพธ์ของการยอมให้คนบางกลุ่มมีอำนาจในการ ‘ผูกขาดความเชื่อ’ จนยากจะมีใครเห็นแย้งได้อย่างเปิดเผย

แต่สำหรับเหตุผลที่ตัวละครบางตัวเลือกจะหันหน้าเข้าหาพระเจ้าก็เป็นเพราะพวกเขาเคยหันหน้าให้กับการปกครองของมนุษย์แล้ว แต่กลับถูกปฏิเสธ

สถานที่ทำงานของทนายมินที่ถูกกลุ่มหัวศรบุกรุก

ความเอนเอียงของระบบยุติธรรม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบกฎหมายและระบบยุติธรรมของหลายสังคมยังคงมีช่องโหว่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งในซีรีส์ Hellbound ก็ได้สะท้อนประเด็นนี้เอาไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสืบจิน เรื่องการรับโทษที่น้อยกว่ากำหนดเดิมของฆาตกรที่ฆ่าภรรยาของเขา

“เราจับตัวคนชั่วพวกนั้นได้ พาตัวพวกมันมาทีไร ศาลก็ชอบปล่อยตัวไปง่าย ๆ ตลอดทุกที” เพื่อนตำรวจของนักสืบจินกล่าว

“หน้าที่ของเราคือจับพวกมัน ไม่ว่าเหยื่อจะดีหรือจะเลวยังไง ไม่ว่าพวกมันจะฆ่าเพื่อกู้โลกหรือเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็คืองานเราที่ต้องจับตัวฆาตกร”

นักสืบจินเชื่อมั่นว่ามนุษย์ควรได้รับอำนาจในการตัดสินการกระทำด้วยตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งของเขาก็รู้สึกไม่ยุติธรรมเช่นกันที่ฆาตกรไม่ได้รับโทษตามสมควร

ลูกสาวนักสืบจินผู้เสียแม่ไปจากเหตุฆาตกรรม

หากเปรียบการพิพากษาของพระเจ้าเป็นการมอบโทษประหาร โทษสูงสุดนี้เองก็ยังเป็นที่ถกเถียงของคนสองฝ่าย เนื่องจากฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ระบบยุติธรรมนั้นอาจไม่ยุติธรรมดังว่า ซึ่งทำให้เกิดแพะรับบาปขึ้นในสังคมได้ ดังนั้นการประหารชีวิต แพะรับบาปจึงเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่ขณะเดียวกันคนที่สนับสนุนโทษประหารเองก็เชื่อว่า เพราะกระบวนการทางกฎหมายไม่อาจลงโทษผู้กระทำผิดร้ายแรงได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังมีการลดโทษอยู่หลายกรณี หากเป็นเช่นนี้ก็มีโอกาสที่ฆาตกรจะได้โอกาสออกมากระทำผิดซ้ำอีก

จะเห็นได้ว่าเสียงที่แตกออกสองฝ่ายล้วนมีที่มาจากความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหากผู้ที่อยู่ในกระบวนการนี้ไม่ทำอะไรสักอย่าง ประชาชนก็คงจะหนีไปซบอกความเชื่อด้านอื่นแทน และศาลเตี้ยก็จะถูกตั้งขึ้นทั่วทุกสังคม เช่นเดียวกับความโหดร้ายที่กลุ่มหัวศรทำ

นอกจากนี้ ซีรีส์ยังชวนตั้งคำถามอีกว่า หากระบบยุติธรรมที่มนุษย์ตั้งขึ้นไม่มีความยุติธรรม แล้วการตัดสินของพระเจ้าเพียงองค์เดียวจะยุติธรรมจริงหรือ? พระเจ้าสามารถทำผิดพลาดได้หรือไม่? 

จนถึงตอนนี้ซีรีส์ Hellbound ยังไม่ได้มอบคำตอบให้กับผู้ชม เว้นแต่เพียงการสรุปจบอันคมคายของคนขับแท็กซี่ที่มาช่วยทนายมินฮเยจินออกจากเงื้อมมือของกลุ่มสัจธรรมใหม่และกลุ่มหัวศรในตอนสุดท้าย

“ผมคิดว่าโลกใบนี้เป็นโลกของมนุษย์ เราควรจัดการเรื่องของพวกเรากันเอง”

และแน่นอนว่าสิ่งที่ควรจัดการอันดับหนึ่งคือทัศนคติของผู้คน บนโลกที่มนุษย์ไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ด้วยกันจะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นโลกที่สงบสุขโดยสมบูรณ์ได้อย่างไร? เหล่ากลุ่มสัจธรรมใหม่และกลุ่มหัวศรคงจะปกครองผู้คนด้วยความคลั่งและความกลัวต่อไปอีกนาน

หากประชาชนในซีรีส์ Hellbound และโลกแห่งความจริงไม่อยากเผชิญกับโลกที่สูญสิ้นเสรีภาพและความเป็นมนุษย์ไปมากกว่านี้ ก็คงถึงเวลาต้องเริ่มต่อสู้ทางความคิด เพื่อนำความเท่าเทียมมาสู่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามในสังคมกันเสียที

ผู้กำกับ ‘ยอนซังโฮ’ (Yeon Sang-ho)

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ: https://www.imdb.com/title/tt12235718/?ref_=ttfc_fc_tt  

อ้างอิง:

Hellbound (2021)

พันธสัญญาใหม่ หนังสือวิวรณ์ 11 ฉบับ Standard Version Revision ภาษาไทย จาก Bible.is


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม