Post on 27/12/2021

เจี๊ยบ-วิมล เหลืองอรุณ : ทายาทรุ่น 3 ของ ‘เฮงเสง’ กับการปรับตัวจากเบาะไหว้เจ้าสู่หมอนอิงทำมือ

“สมัยก่อน หน้าบ้านจะเป็นตลาด ก็จะมีร้านค้า ขายผักขายหมู แล้วตรุษจีนก็ขายกันทั้งวันทั้งคืน ชาวบ้านก็เดินกัน รถไม่ค่อยมี แล้วตอนหลังก็มาเป็นเซียงกงค้าเหล็กซะเยอะ เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว ร้านกาแฟขึ้นเยอะแยะเลย”

‘เจี๊ยบ-วิมล เหลืองอรุณ’ เล่าถึงบรรยากาศและความเปลี่ยนแปลงของย่านตลาดน้อยตั้งแต่จำความได้ เธอเติบโตมาในบ้านไม้หลังเก่าสมัยอากงอาม่าเริ่มกิจการทำที่นอนหมอนมุ้ง ส่งต่อมาจนถึงเจี๊ยบซึ่งเป็นทายาทรุ่น 3 

ปัจจุบัน เฮงเสงกลายเป็นร้านเบาะทำมือเพียงไม่กี่แห่งในย่านเยาวราช-ตลาดน้อยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แถมเบาะสีสันสดใสเหล่านี้ ยังสามารถครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานได้อยู่หมัด 

‘อะไรเป็นหัวใจสำคัญของเฮงเสงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป และอะไรที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ?’

ประโยคข้างต้น คือคำถามที่เราสงสัยและทำให้ตัดสินใจนัดหมายพูดคุยกับเจี๊ยบ-วิมล เหลืองอรุณ ถึงจุดเริ่มต้นของร้าน ไปจนถึงการปรับตัวให้สามารถขยายฐานลูกค้าสู่คนรุ่นใหม่ 

 

เรื่องเบาะ ๆ และการเย็บปักถักทอด้วยใจ  

ณ บ้านไม้ขนาดย่อมในซอยวานิช 2 บทสนทนาของเราเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คน ผสานกับเสียงอะไหล่กระทบกันในย่านตลาดน้อย 

เริ่มแรกก็คืออากงมาจากเมืองจีน ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วก็มาตั้งรกรากที่นี่เลย แรก ๆ อากงเขาก็ทำพวกที่นอนนุ่น แล้วก็มีเย็บมุ้งเย็บหมอนขาย ทำส่งโรงแรมในเยาวราช สมัยนั้นจะมีโรงแรม 6 ชั้น 7 ชั้นค่ะ แล้วก็มีส่งแถวประตูผี สมัยนั้นจะนิยมใช้เป็นเบาะวางบนเก้าอี้หวาย

“แล้วพอมารุ่นที่ 2 คือรุ่นแม่มารับช่วงต่อ ก็มาทำเป็นพวกเบาะไหว้เจ้า เบาะกลม เพราะที่นอนกับมุ้งเริ่มไม่นิยมแล้ว ก็เลยมาทำเบาะกลมส่งเยาวราช แล้วก็ศาลเจ้า แต่ส่วนมากลูกค้าก็จะอยู่ในวงแคบ ๆ ไม่กว้างมาก ทำไปสักระยะหนึ่ง แม่ก็เริ่มไม่อยากทำ เขาเลยหยุดไป 2-3 เดือน แต่เห็นฐานลูกค้าว่ายังมีอยู่ เขาเลยเรียกเราเข้ามาสานต่อเป็นรุ่นที่ 3”

แม้ก่อนจะเข้ามารับช่วงต่อ เจี๊ยบจะทำงานในบริษัทด้านการส่งออกมาก่อน แต่เธอก็ตกหลุมรักและถูกปลูกฝังเรื่องงานคราฟต์มาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ 

“สมัยก่อนตอนเป็นนักเรียน เราจะมีชั่วโมงคลาสเรียนงานฝีมือ เย็บปักถักร้อยอะไรพวกนี้ ถักนู่นถักนี่ เย็บผ้าเย็บอะไร เราชอบตั้งแต่ตอนนั้นแหละ

“แล้วทุกอย่างเราก็เห็นมาตั้งแต่เกิด มันก็เหมือนซึมซับไปด้วย ก็เลยไม่ยากสำหรับเรา คือทำด้วยใจรัก แล้วเป็นสิ่งที่เราถนัด เราก็เลยทำไปแล้วไม่รู้สึกเบื่อ” เจี๊ยบกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทายาทรุ่น 3 คราฟต์เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือดีไซน์

“วิธีทำ วิธีเย็บ แต่ละเจ้ามันก็เย็บไม่เหมือนกันค่ะ”

เจี๊ยบบอกกับเราเมื่อถามถึงความแตกต่างของร้านเบาะแต่ละเจ้า พร้อมอธิบายต่อว่าเบาะของเฮงเสงจะใช้นุ่นอย่างดีผสมกับมะพร้าวยัดไว้ด้านใน (สมัยก่อนใช้ฟาง แต่เพราะประเทศไทยหาใยมะพร้าวได้ง่ายกว่า ระยะหลังจึงเปลี่ยนมาใช้ใยมะพร้าวแทน) แล้วเย็บหมอนอย่างประณีตทีละใบ

หัวใจสำคัญคือตอนที่เรายัดนุ่นนี่แหละ ยัดอย่างไรให้มันแข็ง แข็งไปก็ไม่ดี นิ่มไปก็ยุบเร็ว ใช้ได้ไม่นาน เราก็ต้องมีเทคนิคของเราว่า ทำอย่างไรให้มันใช้ทน แล้วก็นุ่มด้วยค่ะ”

เดิมทีเจี๊ยบทำเบาะไหว้เจ้ารูปแบบเดียวกับรุ่นของคุณแม่ จนกระทั่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับ TCDC ในช่วง Bangkok Design Week ที่พาศิลปินมา collab กับหลายกิจการในย่านตลาดน้อย

“มี designer มาร่วมงานกับเรา ก็มาใช้ดอกโบตั๋นเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏว่าผลตอบรับดี ลูกค้าชอบ ก็เลยออกมาเป็นหมอนที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

“ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้มงคล คนจีนชอบดอกโบตั๋นอยู่แล้ว แล้วสีมันก็คือสีมงคล สีแดง สีชมพู คนจีนก็ชอบ แล้วเบาะพวกนี้มันก็ไม่ได้ใช้เฉพาะในศาลเจ้า บางทีงานมงคล งานยกน้ำชาเขาก็ซื้อไปใช้ค่ะ”

เจี๊ยบเล่าว่า เบาะแต่ละใบจะใช้เวลาทำประมาณ 1 วัน แม้ขนาดจะไม่เท่ากัน แต่รายละเอียดวิธีการทำต่างต้องใช้เวลาและความละเมียดละไม

“กระบวนการทำมันก็ไม่ต่างจากของเดิม เพียงแต่รูปแบบในการเย็บมันต่างไป เย็บยากขึ้นค่ะ เดิมมันก็แค่กลม ๆ สี่เหลี่ยมแค่นั้น อันนี้มันจะเป็นขอบหยัก แล้วก็มีใช้ผ้าอย่างอื่นมาทำกับผ้าโบตั๋น ก็เลยออกมาสวยค่ะ”

นอกจากลวดลายที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เจี๊ยบยังออกแบบ ‘หมอนรูปทรงบ๊ะจ่าง’ สำหรับวางโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบโจทย์ยุคสมัยที่โทรศัพท์แทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของใครหลายคน

“เพราะตลาดน้อยมันดังเรื่องบ๊ะจ่าง เราก็เลยทำหมอนเป็นทรงบ๊ะจ่างวางมือถือ แล้วก็มีเบาะเล็ก ๆ เอาไว้เป็นของที่ระลึก เวลามีนักท่องเที่ยวมา มีทัวร์มา เขาก็จะนิยมใบเล็ก ๆ เพื่อที่จะเอากลับบ้านได้ หรือบางครั้งเราก็มีทำ workshop หมอนใบเล็กอะไรพวกนี้ด้วยค่ะ”

เมื่อลวดลายและดีไซน์ของหมอนเริ่มเข้าถึงง่าย ช่องทางการจัดจำหน่ายจึงขยับขยายไปมากกว่าหน้าร้าน โดยมีจัดจำหน่ายทั้งในโซน ICON CRAFT ของ ICONSIAM กับ Siam Discovery และเพจเฟซบุ๊ก ‘Hengseng เฮงเสง รับทำหมอน เบาะไหว้เจ้า ตลาดน้อย’ 

ความเปลี่ยนแปลงข้างต้น ทำให้เฮงเสงสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่อยากซื้อหมอนลายดอกโบตั๋นไปตกแต่งบ้าน และช่วงการระบาดของโควิด-19 เฮงเสงก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะดีไซน์ที่เตะตา คุณภาพที่คงทน และช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายกว่าสมัยก่อน 

“รุ่นต่อไปยังไม่รู้ใคร” (หัวเราะ)

เจี๊ยบให้คำตอบกับเราเมื่อถามถึงภาพในอนาคต 

เราก็ไม่อยากให้มันตายไปหรอก ถ้าเกิดเราไม่ทำ เราก็อาจจะส่งต่อให้ใครที่เขาสนใจ ก็อาจจะสอนคนอื่นต่อไปค่ะ”

แม้ยังไม่แน่ใจนักว่าเธอจะได้ส่งต่อให้รุ่นถัดไปหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอแน่ใจคงจะเป็น ‘ความสุข’ และ ‘ความใส่ใจ’ ทุกคราวที่ได้บรรจงยัดนุ่นและเย็บเบาะทีละใบ ภายในบ้านไม้อันแสนอบอุ่นในย่านตลาดน้อยแห่งนี้…

 

ช่องทางการติดต่อ ร้านเฮงเสง : https://www.facebook.com/HengsengTaladnoi/


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Senior Photographer

หัวหน้าช่างภาพ The People

Related

เจาะเบื้องลึก DESTINY TOKEN จาก Kubix ที่จะเปลี่ยน ‘ผู้ชม’ เป็น ‘นักลงทุน’ ใน ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ เมื่อภาพยนตร์ไม่ได้มีไว้แค่ดู!!

BrandThink ไม่ใช่สื่อ แต่คือ ‘แพลตฟอร์ม’ จากคำถาม “เราคือใคร?” สู่โมเดลธุรกิจใหม่ในโลกที่ฝนไม่ตกตามฤดูกาล

อีธาน บราวน์: ผู้ก่อตั้ง Beyond Meat เนื้อที่ทำจากพืช เพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

เมื่อตลาดความงามสิ้นมนต์ขลัง ‘เรฟลอน’ จาก 90 ปีแห่งความรุ่งเรือง ก่อนดิ่งสู่หายนะ ‘วันที่ยื่นล้มละลาย’

น้ำพริกแคบหมูยายน้อย: แบรนด์น้ำพริกที่เน้นขายขำไม่เน้นขายของ กับการบูลลี่ตัวเองจนมียอดขายเกินครึ่งล้าน 

ระเฑียร ศรีมงคล: เสริมจุดแข็งของ KTC ในปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ด้วยการปรับรูปแบบการทำงาน

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

Chanel: จาก 2.55 สู่ Classic Flap Bag กระเป๋าจากหัวใจของชาเนลถึงลาเกอร์เฟลด์