Post on 24/01/2020

เฮนรี โกลดิง เมื่อหนุ่มเอเชียบุกฮอลลีวูด

“ผู้ชายเอเชียเซ็กซี่ มั่นใจ น่าหลงใหล และมีมิติ”

นี่คือนิยามที่ เฮนรี โกลดิง (Henry Golding) กล่าวถึงเอกลักษณ์คนเอเชียในสายตาตัวเอง เนื่องจากเขาเป็นลูกครึ่งมาเลเซีย เติบโตในอังกฤษ เล่นหนังฮอลลีวูด แต่มักได้รับบทเป็นคนจีน และเขาก็เป็นนักแสดงเอเชียดาวรุ่งที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการภาพยนตร์

Henry Golding

 

โกลดิงมีชื่อเสียงจากการเป็นนายแบบและพิธีกรโทรทัศน์ ก่อนจะโด่งดังแบบหยุดไม่อยู่เพียงได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต Crazy Rich Asians (2018) ดัดแปลงจากฉบับนิยายของนักเขียนชาวสิงคโปร์ เควิน ควาน (Kevin Kwan) ในบทหนุ่มหล่อตระกูลเศรษฐี “นิค ยัง” ที่พาแฟนสาวมาแนะนำครอบครัวในสิงคโปร์ด้วยความหวังว่าจะมีการต้อนรับอย่างดี ทว่ามันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด “หนังพาผู้คนจากนิวยอร์ก เดินทางไปยังสิงคโปร์อันห่างไกล… นี่คือหนังที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ มีบางอย่างในหนังที่จะสั่นสะเทือนภาพยนตร์”

ตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างมาก ขึ้นอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศสหรัฐฯ หลายสัปดาห์ พร้อมจุดแข็งทางการตลาดที่ใช้ทีมงานและนักแสดงเชื้อสายเอเชียเป็นหลัก ทำให้หนังได้รับการพูดถึงในวงการกว้างทั้งตลาดในและนอกประเทศสหรัฐฯ (ลองนึกถึงกรณี Black Panther ที่ใช้คนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันเป็นหลัก)

หลังจากสำเร็จจากเรื่องแรก ด้วยเสน่ห์ รูปร่าง หน้าตา และความสามารถทางการแสดง ทำให้โกลดิงได้รับโปรเจกต์ภาพยนตร์ตามมาอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบทนำและท้าทายความสามารถทางการแสดงไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้ต้องสงสัยฆาตกรใน A Simple Favor (2018) บทเกย์หนุ่มใน Monsoon (2019) “ผมรู้สึกยินดีที่หนังเรื่องที่สามของผมได้บทเป็นเกย์นะ ผมอยากแสดงถึงตัวละครจากหัวใจ เขามีความสัมพันธ์ที่มหัศจรรย์ และนั่นคือวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ในการดำเนินเรื่องราว” ภาพยนตร์รอม-คอม Last Christmas (2019) และล่าสุดกับบทบาทมาเฟียจีนใน The Gentlemen (2020)

Henry Golding

 

ในฐานะนักแสดงเอเชีย เขากล่าวถึงภาพลักษณ์ที่ต้องแบกรับว่ามีความสำคัญ เพราะตนเองมีช่วงเวลา และความคิดที่แตกต่างจากคนเอเชียที่เติบโตนอกภูมิภาค โกลดิงเติบโตในมาเลเซียและสิงคโปร์ (คุณแม่เป็นคนมาเลเซีย และคุณพ่อเป็นคนอังกฤษ) แล้วจึงย้ายไปประเทศอังกฤษตอนอายุ 7 ขวบ “ผมเติบโตในมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ก็ใช้ชีวิตกับผู้ใหญ่ในเอเชียมากกว่าคนอื่น สำหรับผมจึงเลือกสิ่งที่เหมาะสมในการเล่นหนัง ทำให้คนภูมิใจที่ได้เห็นนักแสดงชาวเอเชียทำหน้าที่ได้ดี”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่พยายามโฟกัสที่การเป็น “นักแสดงเอเชีย” แต่จะพยายามเป็น “นักแสดงที่ดี” และเอาใจใส่ในทุกบทบาทเพื่อทลายอคติทางเชื้อชาติ “ความหลากหลายทางตัวละครเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผมจะไม่มีการรักษาภาพลักษณ์ใด ๆ”

ผลงานการรับบทนำอย่างต่อเนื่อง และภาพลักษณ์ที่ดีของเขา ทำให้ชื่อ เฮนรี โกลดิง ติดหนึ่งในคนที่ได้รับตำแหน่ง GQ Man of the Year ประจำปี 2018 และเป็นนักแสดงเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ แถมยังติดโผ 1 ใน 10 นักแสดงน่าจับตามองจาก Variety ไม่เท่านั้น ยังติดบุคคลแห่งปีจากนิตยสาร Time ประจำปี 2019 อีกด้วย

“ชาติพันธุ์ ภูมิหลัง หรือความสำเร็จของเขาสะท้อนถึงสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เราทุกคนล้วนเป็นชาติพันธุ์และวัฒนธรรมเดียวกัน ในไม่ช้าเราจำเป็นต้องถกเถียงกันถึงประเด็นนี้กันมากขึ้น” มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh) นักแสดงเอเชียรุ่นใหญ่ผู้เสนอชื่อโกลดิงใน Time กล่าวถึง “ฉันภูมิใจที่ผลักดันเขาในการเป็นตัวแทนคนเอเชีย และรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักผู้ชายเจ๋ง ๆ คนนี้ คนที่ไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากไหน”

Michelle Yeoh and Henry Golding

 

ต้นปี 2020 เราจะได้เห็นโกลดิงในภาพยนตร์แก๊งสเตอร์ The Gentlemen ด้วยผู้กำกับ กาย ริชชี (Guy Ritchie) อีกหนึ่งบทบาทที่เปลี่ยนภาพลักษณ์เขาให้กลายเป็นอาชญากรหนุ่มสุดแสบ ผู้หมายฮุบกิจการกัญชาจากเจ้าพ่อรายใหญ่

“เขาเป็นคนหนุ่มที่มีนิสัยก้าวร้าว เป็นผู้นำของแก๊งอันธพาลที่พยายามพิสูจน์ตนเองด้วยการพยายามซื้อธุรกิจกัญชาด้วยราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” โกลดิงอธิบาย “มันเป็นโอกาสที่จะเข้าถึงตัวละครแบบที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน และการก้าวออกจากแนวรอม-คอมและดราม่านั้นเป็นความรู้สึกสดใหม่ที่จะสามารถสวมบทตัวละครสักตัว ซึ่งแตกต่างสุดขั้วจากสิ่งที่คุณเป็น”

ความเป็นหนังแก๊งสเตอร์ ทำให้ The Gentlemen เหมือนเป็นการรวมทีมนักแสดงชื่อดังหลายคนมาอยู่ในเรื่อง ทั้ง แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ (Matthew McConaughey), ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam), โคลิน ฟาร์เรล (Colin Farrell), เจเรมี สตรอง (Jeremy Strong) และ ฮิวจ์ แกรนท์ (Hugh Grant) ซึ่ง บิลล์ บล็อก (Bill Block) โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์กล่าวว่า “ท่ามกลางนักแสดงเกรดเอเหล่านั้น มันไม่มีใครเลยที่ได้แสดงในบทบาทเดิม ๆ มันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ภาพยนตร์ดูมีความแปลกและสดใหม่ มันเป็นโลกแห่งอาชญากรรมที่มีเพียงคนไหวพริบดีเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้”

Henry Golding

 

ปัจจุบันโกลดิงกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ Snake Eyes ภาคแยกจาก G.I. Joe ของผู้กำกับ โรเบิร์ต ชเวนท์เก้ (Robert Schwentke) เจ้าของผลงาน RED (2010), Insurgent (2015) และ Allegiant (2016) ซึ่งยังไม่มีวันกำหนดฉายอย่างเป็นทางการ

“ผมอยู่ในโปรเจกต์ Snake Eyes ผมเล่นเป็น ‘สเนคอายส์’ มันน่าทึ่งนะกับการทำงานร่วมกับผู้กำกับ โรเบิร์ต ชเวนท์เก้ เราเอาเรื่องราวของ G.I. Joe ไปสร้างใหม่ ผมคิดว่าผู้คนจะประหลาดใจและตื่นเต้นกับผลงานที่ออกมา และผมก็ภูมิใจมาก ๆ เขาเป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากเลย”

นับตั้งแต่ Crazy Rich Asians ในปี 2018 ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี เฮนรี โกลดิง ก็ก้าวสู่การเป็นนักแสดงนำ นี่คือความสำเร็จอันรวดเร็วของผู้ชายคนนี้ และแน่นอน เส้นทางในวงการนั้นยังอีกยาวไกล พร้อมภาพลักษณ์หนุ่มเอเชียที่จะเข้าไปบุกวงการฮอลลีวูดเต็มตัว

 


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง