Post on 07/04/2020

‘ฮีโร่นอกบ้าน’ บทบาทสำคัญที่ไม่มีทางเลือกเพื่อให้ทุกคนได้ปลอดภัย

‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ เป็นช่วงเวลาเกือบเดือนแล้วที่หลายบริษัทเริ่มให้พนักงาน work from home เพื่อเพิ่มระยะห่าง ลดความเสี่ยงในสถานการณ์ที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังมีเพิ่มขึ้นทุกวัน ถึงอย่างนั้น ในแต่ละวันก็มีคนบางกลุ่มที่ยังต้องออกมาทำงานด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป

“หลังจากเคอร์ฟิวผู้โดยสารก็น้อยลงเยอะ ตอนนี้ยังเก็บค่าโดยสารตามปกติ เราก็พยายามลดการสัมผัสกับผู้โดยสาร ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากติดเชื้อไวรัสโควิด” บัว กระเป๋ารถเมล์สายหนึ่ง บอกเล่าถึงชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปมากหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซี่งอาชีพให้บริการประชาชนอย่างเธอไม่สามารถที่จะทำงานจากที่บ้านได้เหมือนอย่างหลาย ๆ อาชีพ เพราะพวกเธอยังคงต้องทำหน้าที่นำส่งผู้คนที่จำเป็นต้องเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย

“ตอนนี้ยังต้องเดินรถ ที่เราทำได้คือการป้องกัน หันมาล้างมือบ่อย ๆ เมื่อมีโอกาส เจลแอลกอฮอล์ก็ใช้บ้าง แต่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยเพราะแพงแล้วหาซื้อยากมาก สบู่นี่แหละง่ายที่สุดแล้ว แค่ต้องล้างให้ถูกวิธี”

ส่วนอาชีพที่ตอนนี้เป็นแนวหน้าสำคัญในการต่อสู้กับความเป็นความตายของมนุษยชาติ คือบุคลากรทางการแพทย์ แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกัน มีความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง แต่ด้วยภัยร้ายครั้งนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่แปลกที่อาชีพนี้เป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุด

“ก็กลัวนะ แต่อาชีพนี้มัน work from home ไม่ได้” นุ๊ก บุรุษพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤตหัวใจ พูดกับเพื่อนในกรุ๊ปไลน์ที่กำลังช่วยกันเรี่ยไรหน้ากากอนามัยให้กับอดีตเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่ทำงานในวงการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ต้องรับมือและได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ชีวิตที่อยู่กับความเสี่ยงเพราะต้องอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยแทบจะตลอดเวลา แต่กลับไม่อาจหนีได้เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบ

“ถ้าเกิดสถานการณ์ไม่ดีขึ้น พยาบาลหลายคนป่วยหรือต้องหยุดงาน ผู้ที่ป่วยเล็กน้อยอาจดูแลตัวเองหรือให้ญาติช่วยดูแลได้ แต่กับผู้ป่วยหนักที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตนั้น ญาติดูแลไม่ไหวแน่ ๆ”

นุ๊กอธิบายถึงความรับผิดชอบที่ตัวเองต้องแบกรับ ไม่ใช่แค่ผู้ป่วย แต่ยังต้องคิดถึงญาติของผู้ป่วยด้วย ขณะที่พยาบาลอย่างนุ๊กไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะกลัวว่าตัวเองอาจนำเชื้อไปติดครอบครัว

บุคลากรทางการแพทย์ถูกมองว่าเป็นฮีโร่ผู้เสียสละ แต่เมื่อถามถึงความภาคภูมิใจในหน้าที่นี้ นุ๊กก็แสดงความรู้สึกอีกด้านให้เห็น “ก็รู้สึกกดดันนะที่สังคมตั้งความหวังกับเราขนาดนี้ บุคลากรทางการแพทย์ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง สามารถเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้เหมือนกัน แต่แน่นอนว่าเราก็ภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์”

นุ๊กพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ก่อนจะขอตัวไปนอนตอนเกือบ 9 โมงเช้าหลังจากดูแลผู้ป่วยมาทั้งคืน นุ๊กนัดกับเพื่อนว่าจะไปกินข้าวด้วยกันถ้าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเวลาที่ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติจะมาถึงเมื่อไหร่ เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ คนที่ยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองโดยที่ไม่สามารถเดาสถานการณ์ข้างหน้าได้ รวมถึง ลุงอี๊ด พนักงานขับรถเก็บขยะที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง…แม้จะกลัว แต่ก็เลือกไม่ได้

นอกจากบุคลากรที่มีบทบาทด้านสุขภาพ ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่ต้องออกมาใช้ชีวิตข้างนอก เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่กำลังกักตัวอยู่ในบ้านสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ ทั้งพนักงานส่งอาหารที่ต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว บุรุษไปรษณีย์ที่ต้องสัมผัสกับพัสดุที่ไม่รู้ว่าผ่านอะไรมาบ้าง พนักงานขับรถสาธารณะที่ยังต้องทำงานแม้ผู้โดยสารจะน้อยลง หรือพนักงานเก็บขยะที่แม้แต่ในสภาวะปกติ ชีวิตของพวกเขาก็เสี่ยงกับเชื้อโรคและสิ่งสกปรกมาตลอด

“ไม่ทำก็ไม่มีกินแค่นั้น ทำได้แค่ป้องกันตัวเองเท่าที่จะทำได้” หน้ากากอนามัยแบบผ้าที่ดูไม่ได้มาตรฐานกับถุงมือยางคืออุปกรณ์ป้องกันที่ลุงอี๊ดว่า ก่อนที่ขยะมากมายจะถูกขนขึ้นไปบนรถ พนักงานเก็บขยะต้องช่วยกันแยกประเภทขยะที่ถูกทิ้งรวมกันเท่าที่จะทำได้ รวมถึงหน้ากากอนามัยใช้แล้วที่ถูกทิ้งรวมกับขยะประเภทอื่น ซึ่งนั่นทำให้พนักงานเก็บขยะอย่างลุงอี๊ดมีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น “อยากให้ช่วยกันหน่อย พวกหน้ากากอนามัยนี่อย่าทิ้งรวมกับขยะอย่างอื่นเลย รวมกันใส่ถุงแยกให้หน่อย พวกลุงจะได้ทำงานง่ายขึ้น”

ขยะมากมายถูกทยอยขนขึ้นหลังรถ พวกของลุงอี๊ดกำลังเดินเก็บขยะตามบ้านที่เปิดไฟสว่าง แต่กลับไม่มีคนออกมาทำกิจกรรมด้านนอกอย่างเคย หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาเสี่ยง แม้จะตระหนักถึงความอันตรายของโรคนี้ แต่แค่คิดว่าขยะที่วางเรียงรายอยู่ตามบ้านจะไม่มีคนเก็บแค่อาทิตย์เดียว ลุงอี๊ดก็หัวเราะเสียงดังก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ขณะที่หลายคนกำลังปกป้องตัวเองอยู่ในบ้าน ‘ฮีโร่นอกบ้าน’ อีกหลายคนก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ‘โพรเทคส์ (Protex)’ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว จึงได้จัดแคมเปญ ‘1 Million Protex 1 Million Protection’ เพื่อส่งมอบความห่วงใยและปกป้องเหล่าฮีโร่นอกบ้าน ด้วยการบริจาคสบู่ 1 ล้านก้อน เพื่อสุขอนามัยที่ดี ห่างไกลจากเชื้อโรค ไวรัส สิ่งสกปรก โดยสบู่ทั้ง 1 ล้านก้อนจะถูกส่งมอบให้กับโรงพยาบาล ที่ทำการไปรษณีย์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร และ LINE MAN ตั้งแต่วันที่ 3–16 เมษายน 2563 ควบคู่ไปกับการรณรงค์เรื่องการล้างมือและดูแลสุขอนามัยให้กับคนไทย ทั้งฮีโร่ในบ้านที่กำลังอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ และฮีโร่นอกบ้านที่กำลังพยายามพาทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เพราะหน้าที่ต้องมีคนรับผิดชอบ การทำบทบาทของตัวเองให้ดีที่สุดจึงเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนสังคมในช่วงเวลามืดมนอย่างตอนนี้ได้ ไม่ว่าบทบาทของคุณจะเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะมีคนเรียกคุณว่าฮีโร่หรือไม่ ก็อย่าลืมป้องกันตัวเองด้วยการดูแลความสะอาดและสุขภาพให้ดี เพราะการป้องกันคือการปกป้องที่ดีที่สุด


The People

กองบรรณาธิการ