Post on 12/04/2019

เฮียง ธ.เชียงทอง นวัตกรยุครัชกาลที่ 6 ผู้สร้างตำนาน “น้ำอบนางลอย”

เราอาจคุ้นกลิ่นน้ำอบหอม ๆ กันมากเป็นพิเศษในเทศกาลสงกรานต์ แต่เชื่อไหมว่า น้ำอบในขวดที่ดูโบร่ำโบราณนั้น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงามของสาว ๆ ในยุคร้อยกว่าปีก่อน จากฝีมือและไอเดียของ เฮียง ธ.เชียงทอง หรือที่คุ้นกันในชื่อเรียกขานว่า “คุณย่าเฮียง” ที่ทำให้บังเกิดเป็น  “น้ำอบนางลอย” น้ำอบยี่ห้อแรกของไทย

ย้อนไปช่วงต้นยุครัชกาลที่ 6 พ.ศ.2458 เฮียง ธ.เชียงทอง สาวชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีพื้นเพในแถบสัมพันธวงศ์ มีเพื่อนรักเป็นชาววังผู้นำเคล็ดลับการทำน้ำอบแบบในวังมาสอนให้ ในสมัยนั้น น้ำอบไทยเป็นน้ำหอมที่สาวชาวสยามใช้กันทั่วไป ทำกันแบบ “โฮมเมด” ไม่ได้วางจำหน่าย เพราะน้ำอบไทยไม่ได้ติดทนนาน กลิ่นจะจางหายไปในวันเดียว ดังนั้น สูตรการทำน้ำอบก็จะเป็นของแต่ละบ้านที่จะเลือกใช้ดอกไม้หรือเครื่องหอมใดมาผสมกลิ่นเพื่ออบร่ำน้ำให้หอมถูกใจ

อย่างไรก็ตาม สมัยนั้นคุณย่าเฮียงสังเกตเห็นสินค้าจากต่างประเทศที่มีเข้ามาจำหน่าย คือ “น้ำหอมฝรั่ง” ซึ่งวิธีผลิตเป็นคนละแบบกับของไทยเพราะใช้หัวน้ำหอม ทำให้กลิ่นติดทนนาน

คุณย่าเฮียงจึงกลับมาคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีทั้งอัตลักษณ์ความหอมแบบไทยและกลิ่นติดนานเหมือนกับน้ำหอมฝรั่ง

คุณย่าเฮียงใช้สูตรน้ำอบที่ได้จากเพื่อนชาววังมาปรับปรุงใหม่ ถ้าเรียกศัพท์สมัยนี้ คุณย่าเฮียงก็คงเป็น “นวัตกร” ที่ชอบคิดค้นสร้างสรรค์พัฒนาสูตรต่าง ๆ ให้สินค้านั้นใช้งานได้ดีขึ้น โดยสูตรที่คุณย่าเฮียงคิดค้นยังคงตกทอดมาถึงรุ่นเหลนในปัจจุบัน เริ่มจากการทำน้ำอบโดยต้มน้ำกับเปลือกชะลูดเพื่อให้น้ำเป็นสีเหลืองอำพันอันเป็นเอกลักษณ์ แล้วจึงอบน้ำกับน้ำตาลทรายแดง ขี้ผึ้ง กำยาน ผงจันทน์เทศ และผิวมะกรูด อบน้ำ 9 รอบก่อนจะพักไว้ 3 วันให้ตกตะกอน

น้ำที่ต้องอบร่ำถึง 9 รอบนั้นยังไม่พอที่จะเป็นสินค้าใหม่ เพราะยังไม่ได้กลิ่นติดทนอย่างที่ต้องการ สูตรลับที่คุณย่าเฮียงได้ต่อเติมเข้าไปคือการผลิตหัวน้ำหอมขึ้นเอง โดยใช้วัตถุดิบที่ให้กลิ่นแบบไทย (สูตรนี้เป็นความลับทางธุรกิจ) แต่เพราะหัวน้ำหอมมีลักษณะเป็นน้ำมัน หากใส่ลงไปในน้ำอบทันทีจะเกิดการแยกชั้น คุณย่าเฮียงจึงคิดวิธีแก้ปัญหาโดยนำหัวน้ำหอมผสมกับแป้งร่ำและพิมเสนเพื่อให้เป็นตัวนำในการผสมกับน้ำ เป็นที่มาที่ทำให้น้ำอบมีตะกอนสีขาวขุ่นข้างใต้ และต้องเขย่าขวดก่อนใช้งาน แถมยังเย็นชื่นใจจากพิมเสนอีกด้วย

เมื่อคุณย่าเฮียงได้น้ำอบไทยแบบใหม่มาแล้วก็นำใส่โอ่งไปขายที่ “ตลาดนางลอย” ตั้งอยู่ข้างวัดบพิตรพิมุข เขตจักรวรรดิ กรุงเทพฯ สมัยนั้นยังไม่มีการตั้งชื่อยี่ห้อหรือภาชนะบรรจุ ลูกค้าจะนำผอบหรือภาชนะของตัวเองมาใส่น้ำอบที่ตวงขายกลับบ้าน ส่วนชื่อร้านนั้นก็เรียกขานกันปากต่อปากว่า “น้ำอบไทย ของแม่เฮียง ที่ตลาดนางลอย” ถือเป็นที่โจษจันกันในหมู่สาว ๆ เพราะไม่เคยมีใครผลิตสินค้าลักษณะนี้มาก่อน สินค้าจึงขายดี และเมื่อเรียกกันมากเข้า ชื่อจึงหดสั้นลงเหลือเพียง “น้ำอบนางลอย”

เมื่อสินค้าขายดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณย่าเฮียงจึงเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากตวงขายมาเป็นใส่ขวดติดฉลาก โดยได้คัดเลือกรูปนางรำที่จะใช้เป็นโลโก้ สุดท้ายตัดสินใจใช้รูปนางฟ้าลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ เพื่อให้พ้องกับคำว่า “นางลอย” พร้อมมีกรอบสีขาว น้ำเงิน แดง อยู่ล้อมรอบ เพื่อสื่อถึงธงชาติไทย ซึ่งโลโก้ทั้งหมดยังคงปรากฏอยู่บนขวดน้ำอบนางลอยที่เราคุ้นเคยกันดี เพราะตลอด 104 ปีที่ผ่านมา ลูกหลานผู้สืบทอดไม่เคยปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ตรงนี้ไปเลย

หลังจากนั้น คุณย่าเฮียงก็เริ่มเพิ่มสินค้าอื่น ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น แป้งหินร่ำ ดินสอพอง และเทียนอบ พร้อมกับขยับขยายธุรกิจไปเปิดร้านถาวรขึ้นที่ถนนมหาไชย เขตสำราญราษฎร์ ตรงข้ามวัดเทพธิดาราม

การผลิตทั้งหมดนั้นเป็นธุรกิจในครัวเรือน เพราะคุณย่าเฮียงมีลูก ๆ ทั้งหมด 7 คนที่เข้ามาช่วยกันดูแลกิจการ ซึ่ง อาคม ธ.เชียงทอง ลูกชายคนโต ได้รับการวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดน้ำอบนางลอยต่อไป

เมื่อทายาทพร้อมกับลูกสะใภ้คือ ฟองจันทร์ ธ.เชียงทอง เข้ามารับดูแลกิจการได้เรียบร้อยดี คุณย่าเฮียงจึงเลือกถือเพศสมณะ บวชชีพราหมณ์ นุ่งขาวห่มขาวจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ตำนานน้ำอบนางลอยยังคงมีชีวิตสืบมาในครอบครัว รุ่นที่ 3 ที่รับดูแลกิจการคือ อุดม ธ.เชียงทอง และปัจจุบันอยู่ในมือผู้บริหารรุ่น 4 ดิษฐพงษ์ ธ.เชียงทอง

หาได้ยากที่จะมีธุรกิจครอบครัวไหนสามารถส่งไม้ต่อมาได้ถึงรุ่นที่ 4 และยังมีกระบวนการผลิตเหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโถเซรามิก เตาฟืน กระด้ง ยังคงใช้แรงงานคนทุกขั้นตอน แม้แต่การกรอกน้ำอบลงขวดและแป้งเปียกติดฉลากด้วยมือ จะมีการปรับบ้างก็เพียงเล็กน้อย เช่น การใช้คอมพิวเตอร์คำนวณและวางแผนสต๊อกสินค้า

ส่วนจุดประสงค์การใช้ของลูกค้าก็เปลี่ยนไป จากน้ำหอมสำหรับสาว ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่ใช้ “สรงน้ำพระ” โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ จนช่วงนี้กลายเป็นหน้าขายของน้ำอบนางลอย ถึงขั้นว่ายอดขาย 80% ของทั้งปีจะขายได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

แม้ว่าการใช้งานน้ำอบไทยจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความหอมเย็นแบบฉบับ คุณย่าเฮียง ธ.เชียงทอง ที่ใครก็ลอกเลียนไม่ได้มากว่าร้อยปี

 

ที่มา

https://nangloy.com/our-story.html

https://mgronline.com/smes/detail/9480000047871

รายการพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลก สัมภาษณ์ ดิษฐพงศ์ ธ.เชียงทอง ทายาทรุ่น 4 ออกอากาศปี 2559 https://www.youtube.com/watch?v=nV3sqvTNGmY&t=988s

https://readthecloud.co/nangloy/

https://marketeeronline.co/archives/16508

 

ภาพประกอบ:  https://nangloy.com/our-story.html

 

เรื่อง: Synthia Wong

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

ฟาเบียน ธิลมัน ผู้ปั้น Pornhub เว็บโป๊ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อลามก

โชคชัย บูลกุล คาวบอยเมืองไทย ตำนาน “ฟาร์มโชคชัย” กับชีวิตที่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่พาบุรีรัมย์ไปข้างหน้า จากการขับมอเตอร์ไซค์ทั่วอเมริกา

“ถ้วยทอง” เจ้าตลาดยาหม่องเมืองไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

ทอม คาลินส์กี ผู้เปลี่ยน Sega ให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเกมยุค 90

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีแสนล้าน เกี่ยวข้องอะไรกับ “ยาหอมปราสาททอง”?

สุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของร้านแลกเงิน สู่เจ้าพ่อ “ทิฟฟานีโชว์” สุดอลังการ