Post on 10/05/2019

หู ปอ ผู้กำกับที่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ทำหนังยาวเรื่องแรก An Elephant Sitting Still

“มันไม่มีหรอกชีวิตในอุดมคติ มีเพียงแต่การเลือกอยู่กับความเศร้าโศกของการมีชีวิต”

นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของ หู ปอ (Hu Bo) ผู้กำกับภาพยนตร์ An Elephant Sitting Still ขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เพราะระหว่างที่ภาพยนตร์ขนาดยาวเกือบ 4 ชั่วโมงเรื่องนี้กำลังอยู่ในกระบวนการสร้าง เขาก็เลือกปลิดชีวิตตัวเองลงด้วยการฆ่าตัวตายในวัยเพียง 29 ปี

หู ปอ เป็นผู้กำกับชาวจีน เกิดปี 1988 ในเมืองจี่หนาน เมืองหลวงของมณฑลชานตง จบการศึกษาสาขากำกับภาพยนตร์โดยตรงจากสถาบัน Beijing Film Academy เขามีชื่อเสียงจากการสร้างหนังสั้น 2 เรื่องคือ Distant Father และ Fleeing by Night ในปี 2014 ก่อนจะเริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายในชีวิต An Elephant Sitting Still

ตัวหนังเล่าเรื่องราวของ 4 ตัวละครในเมืองอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยปัญหา แต่ละคนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบางอย่าง พวกเขาจึงต้องดิ้นรนหาเส้นทางชีวิตอนาคตตัวเอง โดยเดินทางไปยังเมืองหม่านโจวหลี (Manzhouli) หนังดัดแปลงมาจากฉบับนวนิยาย ซึ่งเขาเป็นคนเขียนเองโดยใช้นามปากกาว่า “Hu Qian”

An Elephant Sitting Still ออกฉายครั้งแรกสู่สายตาคนทั่วโลกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินปี 2018 ตัวหนังได้รับการชื่นชมว่ามีงานภาพแสนตราตรึง และถ่ายทอดสภาพสังคมความเห็นแก่ตัวได้อย่างละเมียดละไม จนหนังได้รับรางวัลสาขา FIPRESCI กับ “รางวัลภาพยนตร์เรื่องแรกยอดเยี่ยม” มาครอง

แม้หนังจะมีความยาวมากถึง 4 ชั่วโมง แต่ผู้ชมรอบแรกกว่า 300 คนไม่มีใครเดินออกจากโรงฯ แม้แต่คนเดียว และหลังจากหนังฉายจบ คุณแม่ของผู้กำกับก็ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ว่า “ดิฉันมาถึงเทศกาลวันนี้ และรู้สึกเสียใจและยินดีไปพร้อมกัน ความเจ็บปวดคือลูกชายของฉันเสียชีวิตสำหรับ ‘ช้าง’ แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ ‘ช้าง’ ตัวนั้นได้ออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินนี้”

ความยอดเยี่ยมอย่างแรกของหนัง คืองานกำกับภาพคุณภาพที่มหัศจรรย์และสวยงามในเวลาเดียวกัน หู ปอ ร่วมงานกับผู้กำกับภาพ ฟ่าน เจา (Fan Chao) ใช้การถ่าย Long Take หรือการถ่ายทำแต่ละฉากแบบยิงยาว โดยวางโจทย์ไว้ว่า 1 ฉากในหนัง (One Scene) = 1 ช็อต (One Shot)

ไม่เพียงความทะเยอทะยานในการนำเสนองานภาพ หนังยังนำเสนอประเด็นความสิ้นหวังอันเดียวดายของหนุ่มสาวในห้วงเวลาปัจจุบันอย่างเข้มข้น ถึงขนาดที่ว่าไม่มีตัวละครสักคนในเรื่องที่หัวเราะมีความสุขเลยสักคน

“หนังเรื่องนี้คือความเศร้าของ หู ปอ เท่านั้นเอง” คุณพ่อของ หู ปอ กล่าวถึงหนังเรื่องนี้

มีการวิเคราะห์ว่า An Elephant Sitting Still เปรียบเสมือนจดหมายลาตายของเขา เพราะในเรื่องมีการเปรียบชีวิตเป็น “ดินแดนว่างเปล่า” เป็นความเศร้าโศกในการมีชีวิต หู ปอ เองยังเคยคุยกับเพื่อนสนิทก่อนฆ่าตัวตายเพียง 4 วันว่า “ฉันไม่รู้จะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ชีวิตเหมือนเป็นเครื่องมือแม้แต่การเขียนหนังสือและสร้างหนัง การสร้างสรรค์เหล่านั้นมันสร้างความเจ็บปวดมหาศาล”

อาจเพราะ หู ปอ เชื่อว่าโลกของเราไม่อาจเปลี่ยนแปลง และไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ An Elephant Sitting Still จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้า ความหดหู่ และเรื่องราวอันน่าสลดใจ ตัวละครของเขามิอาจแบกรับความเจ็บปวดในการอยู่เมืองเดิม จึงต้องออกเดินทางไปหาอนาคตในเมืองอื่นอย่างหม่านโจวหลีแทน

อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์ที่คิดบวกบางกลุ่มก็บอกว่า ตัวหนังแสดงนัยยะการมี “ความหวัง” เอาไว้ด้วย สอดคล้องกับคำพูดของผู้กำกับที่บอกว่า “ผมมีความหวังว่าคนรุ่นใหม่ในรุ่นพวกเราจะไม่บ่อนทำลายชีวิตตัวเอง เพราะหน้าอันว่างเปล่าของสัตว์ร้ายในป่าหรือหน้าตาซากศพทหารในสนามรบ มันไม่ต่างอะไรกับหน้าตาอันว่างเปล่าของพวกเราในปัจจุบันเลย”

ถึงแม้เรื่องราวของหนังจะเต็มไปด้วยความเศร้า แต่หนังก็เต็มไปด้วยคุณค่าทางศาสตร์ภาพยนตร์ ที่ผลักดันให้หนังได้รับรางวัลม้าทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครอง และล่าสุดผ่านมาเกือบครึ่งปี 2019 IndieWire ก็จัดอันดับสุดยอดหนังอินดี้ ณ เวลานี้ ซึ่ง An Elephant Sitting Still ก็ติดอันดับด้วย

ไม่ว่าหนังเรื่องนี้จะเป็น “จดหมายลาตาย” หรือเป็น “ความหวัง” สิ่งเหล่านี้คนดูจะต้องเป็นคนตัดสินหลังเข้าชม An Elephant Sitting Still ความยาว 234 นาทีเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์

ข้อมูลจาก

 HAL Distribution

wordpress

berlinale

cinema-scope

indiewire


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง