Post on 11/06/2019

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

       จบไปแล้วสำหรับมหกรรมดนตรี หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 (Hua Hin International Jazz Festival 2019) ในค่ำคืนของวันที่ 7-8 มิถุนายน 2562 บริเวณหาดหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ หัวหิน 

ฟังแจ๊สต้องมีเบียร์นี่คือคำพูดของชายวัยกลางคนท่าทางใจดี ที่นั่งห้อยขาอยู่ริมก้อนหิน ปล่อยสองเท้าเปลือยเปล่าให้สัมผัสผืนทราย พลางยื่นแก้วเบียร์ให้ชายวัยไล่เลี่ยกันอีกคน ผู้เป็นเพื่อนร่วมทาง ร่วมทริป และร่วมฟังเพลงแจ๊สในครั้งนี้ คุณลุงรับแก้วเบียร์มาจิบก่อนเริ่มบทสนทนาสัพเพเหระว่าด้วยเรื่องลูกหลาน ธุรกิจ และการเมืองขึ้นอีกครั้ง คลอไปกับเสียงดนตรีแจ๊สเพราะ ๆ จากวงดุริยางค์โรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเล่นเป็นวงเปิด

เวลาใกล้ค่ำของวันที่ 7 มิถุนายน ชายหาดหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ปะปนไปด้วยชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ต่างพกเสื่อและผ้าปูชายหาดมาจากบ้าน และพากันจับจองพื้นที่หน้าเวทีกันตามใจชอบ บ้างก็ใช้เวลาก่อนค่ำไปกับการเดินย่ำฝากรอยเท้ากับหาดทรายสีขาว บ้างก็ผลัดกันถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่ถูกจัดไว้ บ้างเพลิดเพลินกับซุ้มอาหาร และได้ของกินหน้าตาน่ารับประทาน รวมทั้งเบียร์คนละกระป๋องสองกระป๋อง ติดไม้ติดมือมา

การเข้าไปพูดคุยกับผู้ร่วมงานในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าเสน่ห์ของดนตรีแจ๊สนั้นอยู่คู่กับชายหาดแห่งนี้มานานแล้ว บางคนเดินทางไกลจากหลาย ๆ จังหวัดเพื่อมาดื่มด่ำบรรยากาศที่นี่ บางคนนี่อาจจะเป็นการมาร่วมงานครั้งแรก แต่สำหรับบางคนนี่อาจจะเป็นครั้งที่สี่หรือห้าแล้ว เรียกได้ว่าหัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล กลายเป็นจุดนัดพบสำหรับคอเพลง คอเบียร์ รวมไปถึงคู่รักที่ใช้เวลานี้เพื่อคลอเคลีย ฟังเพลงรักหวาน ๆ ริมทะเล

หัวหิน แจ๊สเฟส

       สีสันของงานในช่วงนี้เห็นจะต้องยกให้คณะดนตรีจากกรมตำรวจ ที่มาพร้อมการแต่งกายในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ควงเครื่องดนตรีคู่ใจขึ้นวาดลวดลายในบทเพลงจังหวะเร้าใจ ปลุกเร้าด้วยเสน่ห์จากเสียงเครื่องเป่านานาชนิด จนผู้ชมทั้งหาดปรบมือให้กันเกรียวกราว

ก่อนถึงพิธีเปิด บริเวณหน้าเวทีที่ก่อนหน้านี้บางตาก็เต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะแชร์ความสนุกและปลดปล่อยความชิลล์ไปด้วยกันในค่ำคืนนี้ ฟ้ามืดลงทุกทีขณะที่นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำหน้าที่ประธานในพิธี ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะเชิญชวนให้นักดนตรีทุกท่านมาร่วมกันเล่นเพลงไกลกังวล บทเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อปัดเป่าให้ความกังวลที่ต่างคนต่างพกติดตัวมาจากบ้านนั้นจางหายไปพร้อมที่จะผ่อนคลายและปล่อยใจให้สนุกไปกับเสียงเพลงในรอบค่ำที่จะบรรเลงให้ฟังกันแบบยาวๆ

คณะดนตรีจากกรมตำรวจ

       บรรยากาศริมหาดเรียกได้ว่ายิ่งดึกยิ่งคึกคัก เมื่อเหล่าศิลปินระดับโลกอย่าง Frank Herrgott & The Waltz, Rubem Farias, Takahiro Miyazaki และศิลปินคนอื่นๆต่างก็ขนเอาเพลงดีเพลงดังของตนมาร่วมแจมกันบนเวทีอย่างสนุกสนานเรียกได้ว่าปลุกชายหาดเมืองหัวหินให้ตื่นจากการหลับใหลได้ตลอดทั้งคืน

จนกระทั่งถึงคิวของศิลปินกลุ่มสุดท้ายของวันนี้ ปุ้ย ดวงพร นักร้องเสียงสวยชาวไทย จับคู่กับโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน มือแซ็กโซโฟนที่พ่วงตำแหน่งพ่องาน ที่ใช้ประสบการณ์การร่วมขึ้นเวทีตามคอนเสิร์ตต่าง ๆ ทั่วโลกของตนเป็นส่วนสำคัญในการชักชวนเพื่อน ๆ นักดนตรีจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมแจกความสนุกกันในเฟสติวัลครั้งนี้ ก็ออกมาโชว์ทั้งร้องและเล่น ร่วมกับวง The Sound of Siam และ Richard Jackson จาก USA ถือเป็นการปิดท้ายงานของวันนี้ลงได้อย่างสวยงาม

โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน

       ความสนุกสนานที่เกิดขึ้นตลอดทั้งค่ำคืนทำให้แม้งานจะเลทจากตารางไปร่วมชั่วโมง แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ยังดังคลอเคล้าไปกับเสียงคลื่นที่ซัดฝั่ง กระทั่งถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนที่จะกลับมาพบกับความเพลิดเพลินเต็มรูปแบบอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันถัดมา ถ้าหากลุกจากที่นอนให้เช้าสักหน่อยเราก็จะมีเวลาว่างก่อนเข้างานร่วม 6 ชั่วโมง เป็นโอกาสอันดีที่จะใช้เวลาว่างเหล่านี้ไปกับการท่องเที่ยว เนื่องจากประจวบคีรีขันธ์ก็เป็นแลนด์มาร์กที่ดีอีกแห่ง ด้วยความที่จังหวัดมีขนาดลึกและยาว สองฟากฝั่งขนาบข้างด้วยภูเขาและทะเล ทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายกินเวลาค่อนข้างนาน แต่ก็คุ้ม เมื่อหลังจาก 2 ชั่วโมงผ่านไป The People ก็มาถึงจุดหมาย ด้วยความอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกจาก ททท.

ถ้ำม้าร้องคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใน อ.บางสะพาน ถ้ำแห่งนี้เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปเพื่อกราบไหว้พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ และตักตวงเอาความศักดิ์สิทธิ์ไปจนล่าสุด บ่อน้ำนั้นก็แห้งขอดจนไม่สามารถตักน้ำขึ้นมาได้อีก โดยผู้นำทางของเราเล่าว่า ต้องรอเวลาให้ความชื้นสูงมากพอ และน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็จะซึมขึ้นมาจนเต็มบ่ออีกครั้ง

ความสวยงามของ “ถ้ำม้าร้อง”

       แม้จะน่าเสียดายไม่ใช่น้อย แต่ความสวยงามภายในถ้ำก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนที่มาเห็นรู้สึกคุ้มค่า และไม่เสียดายเวลาเดินทางแม้แต่น้อย แม้ขณะเดินทางกลับ หลาย ๆ คนในคณะเดินทางก็ยังพูดถึงเสน่ห์ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างของถ้ำแห่งนั้นกันอยู่

เสียงคลื่นซัดหาดทรายคล้ายคำทักทายจากทะเล เพื่อบอกให้เรารู้ว่าอีกไม่นานบรรยากาศของการแบ่งปันความสุขในรูปแบบของเสียงดนตรีกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง แม้ทะเลของยามพลบค่ำ วันที่ 8 มิถุนายน จะไม่ได้เป็นสีฟ้าสดใส และท้องฟ้าก็ไม่ได้โปร่งสบายแต่เต็มไปด้วยเมฆฝน แต่นั่นกลับไม่ใช่ปัญหาของทั้งผู้เล่นและผู้ชม เมื่อเสียงดนตรีจากศิลปิน BBop Big Band of Penang ดังขึ้น ฟ้าฝนที่อึมครึมก็ราวกับจะกลายเป็นเรื่องรองไปเสียอย่างนั้น

รักคุณเข้าแล้ว เป็นไร รักจนคลั่งไคล้ จริงจัง เวลาเลยผ่านจนพระอาทิตย์ตกดิน และนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ เสียงร้องทำนองคุ้นหูจากเพลงรักคุณเข้าแล้วของ สุเทพ วงศ์กำแหง ดังมาจากเวที เรียกเสียงฮือฮาของผู้ชมขึ้นมาอีกระลอก เพราะเสียงร้องนั้นมาจาก Rubem Farias มือเบส นักร้อง ชาวบราซิเลี่ยนยิ้มกริ่ม พลางขยับไมค์ร้องท่อนต่อไป แม้ถ้อยภาษาจะแปร่งปร่าไปบ้าง แต่เพลงอมตะเพลงนี้ก็ยังเป็นเพลงที่เรียกรอยยิ้ม และเสียงร้องคลอตามจังหวะจากแฟนเพลงชาวไทยได้เป็นอย่างดี ก่อนที่หนุ่มรูเบมจะปิดท้ายด้วยลูกอ้อน บอกรักแฟนไทย ประโยคผมรักคุณเข้าแล้วที่รูเบมพูดได้รับเสียงแซวจากหนุ่มสาวโซนหน้าเวทีไปไม่น้อย

Rubem Farias

       จังหวะดนตรีเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อรูเบมทิ้งลายจีบสาวหวาน ๆ ก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาร้องเล่นในจังหวะแซมบ้า ชวนให้ผู้ฟังโยกหัวตาม พลางปรบมือต้อนรับนักดนตรีจากต่างแดนที่รูเบมแนะนำให้รู้จักเป็นระยะ โดยเฉพาะ Filo Machado นักดนตรีแจ๊สชาวบราซิล และโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน ที่มาร่วมแจมอีกครั้ง เมื่อทุกคนประจำที่ เวทีก็ราวกับเป็นสถานที่แห่งเวทย์มนตร์ที่สะกดให้ชายหาดแห่งนี้เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ของเพลงเขตร้อน ก่อนจะร่ำลาไปด้วยเสียงตอบรับอันล้นหลาม

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย กับการมาถึงของวงป๊อบร่วมสมัย ที่ครองใจใครหลาย ๆ คน อย่าง ETC เพียงแค่วงขึ้นมาเซ็ตเวที ฝูงชนที่จากนั่งชิลล์อยู่ไกล ๆ ก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้ เพื่อร่วมร้อง เต้น และให้กำลังใจศิลปินในดวงใจของพวกเขา ด้วยทักษะการเอนเตอร์เทนคนดูของวงและนักร้องนำอย่างหนึ่งก็ทำให้คนดูหลาย ๆ คนลุกขึ้นขยับตัวตามจังหวะ เต้นและกระโดดไปกับพวกเขาได้ไม่ยาก จนกระทั่งทางวงได้เชิญ Deni Hines นักร้องสาวชาวออสเตรเลียขึ้นมาร่วมแจมกับพวกเขาในเพลงระดับตำนานอย่าง ‘Ain’t no Sunshine’ ซึ่งไฮนส์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อเธอถึงกับนั่งลงร้องเพลงกับขอบเวที เพื่อให้แฟน ๆ แถวหน้าได้สนุกไปด้วยกัน ก่อนที่เธอจะลงจากเวทีไปและหนุ่ม ๆ ETC ก็ปิดท้ายด้วยเพลงฮิตอย่างเธอคือใครให้แฟน ๆ ร้องตามกันแทนคำบอกลา

Deni Hines

       สำหรับไฮไลท์ในคืนนี้ นอกจาก ETC ที่มาเพื่อให้ความสุขแบบซึ้ง ๆ แล้ว วงปิดอย่าง T-Bone ก็วาดลวดลายไว้ในแบบที่เรียกได้ว่าไม่มีใครแพ้ใคร ปิดฉากงานในคืนนี้และมหกรรมดนตรีแจ๊สประจำปีลงอย่างงดงาม เหลือเพียงความทรงจำดี ที่จะติดอยู่ในใจทุกคนไปอีกนาน จนกว่าจะกลับมาพบกันครั้งใหม่ในปีถัดไป

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ (The People Junior)

ภาพ : สกีฟา วิถีกุล (The People Junior)


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์