Post on 22/08/2019

“หวง หย่ง ฟู่” ทหารผ่านศึกเฒ่า ผู้ใช้สีและพู่กันปกป้องหมู่บ้านที่กำลังจะถูกทำลาย

สมมติว่าวันหนึ่งบ้านเรือนที่เราใช้อยู่อาศัยหลับนอนมาตลอดหลายสิบปีกำลังจะถูกรื้อถอนทุบทำลาย เราจะเลือกทางไหน ระหว่างแบมือรอรับเงินชดเชยอันน้อยนิด เลือกย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่จัดไว้ให้ หรือลุกขึ้นมาหยิบพู่กันใช้เป็นอาวุธต่อสู้ และเตรียมจากไปพร้อมกับบ้านหลังสุดท้ายนี้

สำหรับ “หวง หย่ง ฟู่” (黃永阜) ชายชราอายุเกือบ 100 ปี อดีตทหารอาสาที่เคยผ่านสงครามมาแล้วหลายสมรภูมิ เขาตัดสินใจตื่นตั้งแต่ตีสามเกือบทุกเช้า อาศัยเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟถนน บรรจงจรดปลายพู่กันแต้มสีสดบนผนังปูนของหมู่บ้านที่กำลังจะถูกทิ้งร้าง เพื่อปกป้องไม่ให้ที่นี่ถูกทำลายจนเลือนหายไปตลอดกาล

เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นบ้านพักชั่วคราวของเหล่าทหารผ่านศึกที่พ่ายแพ้สงครามจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากในเกาะไต้หวัน ตามจอมทัพ เจียง ไคเชก ประธานาธิบดี และผู้ก่อตั้งไต้หวัน ในช่วงรุ่งเรืองหมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 1,200 ครอบครัว ทำให้จากบ้านพักชั่วคราวแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่พำนักถาวรของใครหลายคน หนึ่งในนั้นคือคุณปู่ หวง หย่ง ฟู่ ที่ยึดเอาบ้านชั่วคราวหลังนี้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต

คุณปู่ หวง หย่ง ฟู่ เกิดเมื่อปี 1924 ในเมืองไทซาน มณฑลกวางตุ้ง เริ่มหัดจับปืนยาวตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายอายุไม่ถึง 15 ปี ในปี 1937 เขาออกเดินทางจากบ้านเกิดเข้าร่วมเป็นทหารอาสาในสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ภายหลังด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เขาซึ่งสังกัดฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋ง ต้องหันกระบอกปืนมาสู้รบกับคนจีนด้วยกันเอง

โชคร้ายที่ฝ่ายชนะคือพรรคคอมมิวนิสต์ของ เหมา เจ๋อตุง ในปี 1949 หลังการพ่ายแพ้ของพรรคก๊กมินตั๋ง เขากับเหล่าทหารและครอบครัวอีกกว่า 2 ล้านคน จำเป็นต้องหนีข้ามทะเลไปยังเกาะไต้หวัน ซึ่งในปี 1958 ช่วงวิกฤตการณ์ช่องแคบฟอร์โมซา ครั้งที่สอง หวง หย่ง ฟู่ ที่ประจำกองทัพอากาศ ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ และเข้ารับการรักษาตัว จนหายแล้วออกมาทำงานด้านเอกสาร จนกระทั่งปลดประจำการในปี 1979

ปีเดียวกันพี่น้องของเขาที่อาศัยอยู่ที่เกาะฮ่องกงได้ส่งเงินมาให้ 300,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งเขานำเงินนี้ไปรวมกับเงินที่เก็บหอมรอมริบมานาน เพื่อไปซื้อบ้านพักยามเกษียณในหมู่บ้านทหารผ่านศึก ชานเมืองไถจง

ในปี 2010 หมู่บ้านนี้เกือบร้างไร้ผู้คน เพราะคนรุ่นเก่าที่เริ่มล้มหาย อีกทั้งคนรุ่นใหม่ที่ทยอยย้ายออก เหลือเพียงแค่ 11 หลังที่ยังคงมีลมหายใจของผู้คนอาศัย อย่างเช่นบ้านขนาดสองห้องนอน ที่คุณปู่ หวง หย่ง ฟู่ ใช้เป็นที่พำนักมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเพิ่งได้รับจดหมายแจ้งจากทางการเพื่อขอคืนพื้นที่

“พวกเราได้จดหมายจากทางการว่าจะทำการรื้อถอนหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อพัฒนาพื้นที่ พวกเขาให้เราเลือกว่าจะเอาเป็นเงินชดเชย หรือรับสิทธิ์ย้ายไปบ้านหลังใหม่ แต่ผมไม่อยากย้าย ที่นี่คือบ้านจริง ๆ เพียงแห่งเดียวที่ผมรู้จักในไต้หวัน”

เงินชดเชยจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือเทียบเป็นเงินไทยไม่ถึง 2 ล้านบาทนั้น ไม่สามารถทดแทนสถานที่ที่เขาใช้นอนหลับอย่างสบายใจมาตลอดช่วงหลังของชีวิตได้แม้แต่น้อย เขาเลยตัดสินใจลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มือที่เคยถือปืนเล็กยาว กลับเปลี่ยนมาจับพู่กัน ใช้สีสันหลากหลายแทนกระสุนลูกปืน เพื่อต่อสู้กับรถไถที่คืบคลานอย่างช้า ๆ เข้ามาทำลายหมู่บ้านแห่งนี้ หมู่บ้านซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายในชีวิตของทหารเฒ่า นักรบโบราณที่ผ่านสมรภูมิสงครามมาแล้วนับไม่ถ้วน

“ปาป๊าสอนผมวาดรูปตั้งแต่ตอนที่ผมอายุแค่ 5 ขวบ แล้วผมก็ไม่ได้วาดอีกเลยตั้งแต่นั้น จนกระทั่งต้องกลับมาเริ่มวาดอีกครั้ง สิ่งแรกที่ผมวาดคือเจ้านกน้อยที่ชอบบินเข้ามาในบ้านของผม”

จากนกตัวเล็กสีสดบนผนังห้องนอน คุณปู่หวงทยอยผลิตกองหนุนสีสดทั้งหมา แมว กระต่าย เครื่องบิน ถ่ายทอดผ่านปลายพู่กัน ตามแต่จินตนาการจะพาเขาไป แต้มเต็มผนังบ้าน ล้นออกไปยังตึกร้าง ลามไปที่ถนนข้างนอก ก่อนจะเลื่อนเลอะไปทั่วทั้งหมู่บ้านรกร้างแห่งนี้

สีสันที่ฉูดฉาดสดใส ได้สะดุดตากลุ่มนักศึกษาด้านศิลปะเข้าอย่างจัง พวกเขาตัดสินใจช่วยเหลือปู่หวงในการรณรงค์ไม่ให้ทางการรื้อถอนหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “หมู่บ้านสายรุ้ง” (Rainbow Village) หรือ “彩虹眷村” พร้อมกับเรียกปู่หวงใหม่ให้พ้องกันว่า “คุณปู่สายรุ้ง”

ทันทีที่เรื่องของคุณปู่สายรุ้ง เริ่มที่เป็นรู้จักของคนทั่วไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้โดยลำพังเพียงคนเดียวอีกต่อไป จากแนวร่วมที่หลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสื่อมวลชน นักท่องเที่ยวไต้หวัน และจากต่างประเทศ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ไม่อยากเห็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไต้หวันถูกรื้อถอนทำลายกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ที่ไร้จิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ความเป็นมา หรือแม้แต่เป็นสินค้าเก็งกำไรให้กับนายทุน

ยิ่งเขาละเลงสีลูกกวาดแทนการหลั่งเลือดชะโลมพื้นดินมากขึ้นเท่าไหร่ ช้ยชนะของนักรบชราก็อยู่เพียงแค่เอื้อมมือ ในที่สุดทางการก็ตัดสินใจยกเลิกการรื้อถอนหมู่บ้านสายรุ้ง และทำการซ่อมแซมปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของเมืองไถจง

“ทางการได้ให้สัญญากับผมว่า พวกเขาจะเก็บบ้านหลังนี้ รวมถึงหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ ผมได้ยินแล้วก็มีความสุข และอยากขอบคุณผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมชอบพูดคุยกับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนใหญ่พวกเขาบอกว่าภาพวาดสวย ผมเลยไม่รู้สึกเปลี่ยวเหงาเลย เพราะมีคนแวะมาอยู่ตลอดเวลา”

เบื้องหลังชัยชนะของนักรบชราที่เริ่มต้นหยิบพู่กันขึ้นมาปกป้องหมู่บ้านเพียงลำพังนี้ สำเร็จได้เพราะแรงสนับสนุนของผู้คนมากมาย ตั้งแต่การสนับสนุนของเด็กนักศึกษา สื่อสารมวลชน โลกโซเชียล เจ้าหน้าที่รัฐ ไปจนถึงนักท่องเที่ยวทุกคนที่ช่วยปลุกชีวิตของหมู่บ้านเก่าใกล้ผุพังสีครึ้มทะมึน ให้กลับมามีชีวิตชีวาสดใสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

อาจมีคำพูดที่ว่า “Old soldiers never die, they simply fade away.” ทหารแก่ไม่มีวันตาย พวกเขาเพียงแต่ค่อยเลือนหายไป แต่สำหรับนักรบเฒ่าอย่าง หวง หย่ง ฟู่ แล้ว แม้ตอนนี้ชีวิตในวัยที่ผ่านโลกมานานเกือบหนึ่งร้อยปี แต่ภาพเขียนของเขายังคงสดใสไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา และติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนไปอีกตราบนานเท่านาน

ภาพ : 彩虹村-彩虹爺爺

ที่มา :
http://www.1949rainbow.com.tw
https://www.firstpost.com
https://random-times.com
https://baike.baidu.com


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

วอมแบท ฮีโร่ผู้แบ่งปันบ้านให้เพื่อนลี้ภัย (แบบงง ๆ)

“เทราโอกะ ยูอิจิ” จากแฟนทิ้ง ลูกค้าเมิน พิสูจน์ตัวเองจนเป็นแชมป์เกี๊ยวซ่า 7 สมัย

แบร์ จากหมาหัวเน่าสู่ฮีโร่ของเหล่าโคอาลา ในวิกฤตไฟป่าออสเตรเลีย

คาร์ล แอ็กเซล อาร์เรเนียส ราชาแห่งสนามรบผู้ค้นพบ rare earth elements แร่ธาตุหายากของโลก

ณัชชา รชตวรภรณ์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิง

“เคที โบวแมน” สตรีผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายหลุมดำครั้งแรกของโลก

โดโรธี พอลแลค : คุณยายผู้ฉลองวันเกิดอายุ 103 ด้วยการสักครั้งแรกในชีวิต

ตุ้น เมิ่ง ตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากมือระเบิดจี้รถเพราะเป็นคนจีน