Post on 19/06/2021

อิลฮาน โอมาร์: จากผู้ลี้ภัยสงคราม สู่สตรีมุสลิมคนแรกแห่งสภาคองเกรส

เธอคือผู้ลี้ภัยคนแรกที่ได้เข้าสภา ผู้หญิงคนแรกที่สวมฮิญาบ และหนึ่งในสองสตรีมุสลิมคนแรกแห่งสภาคองเกรส ‘อิลฮาน โอมาร์’ (Ilhan Omar)

ในปี 2018 โอมาร์จากพรรคเดโมแครตคว้าชัยเหนือผู้เข้าชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันในเขต 5 ของรัฐมินนิโซตา ส่งผลให้เธอเป็นสตรีคนแรกที่พ่วงท้ายด้วยตำแหน่งมากมาย ตั้งแต่ผู้ลี้ภัย ไปจนถึงสตรีชาวมุสลิมสองคนแรกที่ได้เดินเข้าสภาคองเกรสร่วมกับ ‘ราชิดา ทะลีบ’ (Rashida Tlaib)

สตรีเหล็กโอมาร์เดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอด เพราะการเป็นผู้ลี้ภัยสอนเธอให้รู้ถึงคุณค่าของประชาธิปไตยในวันที่ไม่มี โดยนโยบายของเธอมุ่งเน้นการส่งเสริมสิทธิสตรี การต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ลี้ภัย รวมไปถึงความเท่าเทียมทางการศึกษา และการจัดการภาวะโลกร้อน

แต่กว่าโอมาร์ในวัย 36 ปีจะสามารถคว้าเก้าอี้ในสภาคองเกรสมาครองได้ ชีวิตของเธอกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค และการต้องรับคำดูถูกเหยียดหยาม (Hate Speech) จากคนมากมาย ลามไปถึงขั้นถูกขู่ฆ่า นั่นเพราะเธอเป็นชาวโซมาเลียที่เพิ่งได้รับสัญชาติอเมริกันเมื่อปี 2000 แต่ก่อนหน้านั้น เธอเป็นเด็กสาวชาวมุสลิมที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในค่ายผู้ลี้ภัยที่เคนยา

จากโซมาเลียสู่ค่ายผู้ลี้ภัย

ณ เมืองโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย โอมาร์ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1982 ภายหลังชนวนสงครามกลางเมืองโซมาเลียเริ่มปะทุในปี 1980 หลังจากที่รัฐบาลของ ‘โมฮัมเหม็ด ไซอัด บาร์รี’ ขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในประเทศ ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ต่อต้านมากมาย และถึงแม้รัฐบาลของบาร์รีจะหมดอำนาจไปในปี 1991 แต่สงครามช่วงชิงอำนาจของกลุ่มต่าง ๆ กลับยังดำเนินมานานกว่า 30 ปีจนถึงปัจจุบัน

ความโชคร้ายของโอมาร์เริ่มต้นจากการสูญเสียมารดาไปเมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ แต่ความโชคดีคือเธอยังได้รับการดูแลจากบิดา และพี่อีก 6 คน ซึ่งครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวชนชั้นกลางในโมกาดิชูที่ต้องอาศัยอยู่ภายใต้การดูแลของปู่ แต่ถึงอย่างนั้น ปู่ของโอมาร์ก็ไม่บีบบังคับหลาน ๆ ให้เชื่อฟังเขาตามบทบาททางเพศ (ชายเป็นใหญ่) ในยุคนั้น

กระทั่งสงครามกลางเมืองโซมาเลียปะทุอย่างจริงจังตอนที่โอมาร์อายุได้ 8 ขวบ ชะตาชีวิตของเธอและครอบครัวก็กลับตาลปัตร ต้องเดินทางออกนอกประเทศไปยังค่ายผู้ลี้ภัยที่ประเทศเคนยา ซึ่งระหว่างการอยู่ที่นั่นทำให้โอมาร์ได้เข้าใจเป็นครั้งแรกว่าความหิวโหยเป็นอย่างไร และความตายหน้าตาเป็นแบบไหน

ภายหลังอาศัยที่ค่ายผู้ลี้ภัยนานถึง 4 ปี ครอบครัวของเธอก็ลี้ภัยต่อไปยังสหรัฐอเมริกาได้ในปี 1995 โดยที่โอมาร์ไม่รู้เลยว่า ก่อนจะไปถึงอนาคตอันสดใส ยังมีการดูถูกเหยียดหยามที่รุนแรงกำลังรอเธออยู่

อเมริกาที่มีทั้งการบูลลี่และเสรีให้จับต้อง

แน่นอนว่าการมาอาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกาของเด็กวัย 13 ปีอย่างโอมาร์ ย่อมมีอุปสรรคมากมาย หนึ่งในนั้นคือการที่เธอไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้การตั้งรกรากเป็นครั้งแรกที่รัฐเวอร์จิเนียเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นนัก เพราะโอมาร์ต้องเผชิญกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา

“ฉันดำ ฉันเป็นชาวมุสลิม ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าครอบครัวยากจนมาก และอเมริกาที่ไร้ชนชั้นที่พ่อฉันพูดถึงมันไม่มีอยู่จริง”

แต่ด้วยความพยายามของตัวเธอเองและครอบครัว โอมาร์ก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นจากการรับชมซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง ‘Baywatch’ และหลังจากนั้นโอมาร์ก็ได้กลายเป็นเจ้าหนูจำไมของบ้าน เพราะเธอมักจะเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเอง บทบาทของผู้ชายในครอบครัว ตลอดจนนโยบายต่าง ๆ ที่เธอได้ยินได้ฟังมา

“เราคุยกันเยอะมากเรื่องผู้ชายในบ้าน เพราะแม่ของฉันเสียตอนฉันยังเด็ก และย่าก็เสียตอนที่อาของฉันยังเล็ก พวกเราไม่มีผู้นำเรื่องงานบ้าน แต่โชคดีที่ครอบครัวของฉันอยู่ด้วยกันอย่างเท่าเทียม ผู้หญิงในบ้านมีความรู้เหมือนผู้ชาย ครอบครัวของฉันไม่ถูกบทบาททางเพศ หรือแม้กระทั่งระบบชนชั้นครอบงำ”

ด้วยอดีตที่ขมขื่นในค่ายผู้ลี้ภัย ประกอบกับเสรีภาพจากระบอบการปกครองของประเทศและครอบครัว ทำให้โอมาร์มองเห็นความสำคัญของประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก ภายหลังจากที่ครอบครัวของเธอย้ายไปยังพื้นที่ของผู้อพยพชาวโซมาเลียในรัฐมินนิโซตาเมื่อปี 1997 และโอมาร์ได้กลายเป็นพลเมืองอเมริกันเต็มตัวในปี 2000 เส้นทางสู่เก้าอี้ ส.ส. ของรัฐมินนิโซตาก็เริ่มขึ้น

เส้นทางสู่สตรีมุสลิมคนแรกแห่งสภาคองเกรส

ระหว่างโอมาร์สนทนาเรื่องการเมืองกับปู่ขอเธอ ปู่ได้บอกกับเธอว่า เธอไม่สามารถนั่งและร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ แต่โอมาร์ตอบกลับปู่ของเธอไปอย่างมั่นใจว่า เธอทำได้

จนกระทั่งในปี 2016 อิลฮาน โอมาร์ชนะการเลือกตั้งท้องถิ่น Minnesota’s House of Representatives ที่เขต 60B รัฐมินนิโซตา ในฐานะตัวแทนจากพรรค Democratic-Farmer-Labor (DFL) และในปี 2018 เธอก็คว้าชัยเหนือ ‘คีท เอลิสัน’ (Keith Ellison) จนได้ครองตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่เขต 5 ของรัฐมินนิโซตา ถือเป็นสตรีมุสลิมและผู้ลี้ภัยคนแรกแห่งสภาคองเกรส 

นอกจากนี้ในปีเดียวกัน อิลฮาน โอมาร์ยังได้รับเลือกให้ขึ้นปกนิตยสาร TIME ในฐานะหนึ่งใน ‘Firsts Women Who Are Changing The World’ และได้ขึ้นปกนิตยสาร Vogue Arabia ปี 2019 ซึ่งเป็นภาพของโอมาร์ขณะสวมฮิญาบ พร้อมส่งรอยยิ้มอันสดใส ถือเป็นการแสดงถึงเสรีภาพในการแต่งกาย และฉลองการเป็นสตรีชาวอเมริกัน-โซมาเลียคนแรกในสภา

แต่ขณะที่โอมาร์กำลังเดินหน้าต่อไปในสายการเมือง การใช้ชีวิตและการทำงานของเธอกลับไม่ได้ราบรื่นนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 (2017-2021)

อุปสรรคที่ต่อเติมอนาคตอันสดใส

ในรัฐบาลของทรัมป์ โอมาร์ต้องเผชิญกับวาทกรรมและ Hate Speech ตั้งแต่ตอนที่ทรัมป์โกหกว่า เธอเป็นพวกเดียวกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ลามไปถึงขั้นว่าระบบตรวจคนเข้าเมืองและการรับผู้อพยพว่าเป็น ‘ช่องโหว่ที่น่ากลัวและความโง่เขลาของอเมริกา’

นอกจากนี้ ในปี 2019 โอมาร์ยังเคยถูกขู่ฆ่าจากชายวัย 55 ปี ผู้มีนามว่า ‘แพทริก คาร์ลินีโอ’ (Patrick Carlineo) ซึ่งเขาบอกผ่านโทรศัพท์ที่ต่อถึงออฟฟิศของโอมาร์ว่า จะฝังกระสุนลงในหัวของเธอ ทั้งยังถามด้วยว่า “เธอทำงานให้กับกลุ่มมุสลิมใช่หรือไม่ ทำไมคุณ (ผู้รับโทรศัพท์) ถึงทำงานให้กับเธอ เธอเป็นผู้ก่อการร้ายนะ” แต่สุดท้ายชายคนดังกล่าวก็ทำไม่สำเร็จ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องโทษจำคุก 10 ปี

อุปสรรคที่ผ่านมาไม่เว้นแต่ละวันทำให้โอมาร์เข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เธอยังคงเดินหน้านโยบายสนับสนุนสิทธิสตรี โดยเฉพาะการให้ผู้หญิงมีทางเลือกในการคุมกำเนิด รวมไปถึงนโยบายส่งเสริมสิทธิและคุ้มครองผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา และนโยบายด้านการศึกษาที่จะให้เด็กระดับชั้นอุดมศึกษาเรียนฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดนั้นตั้งมั่นอยู่ในวิถีประชาธิปไตยที่โอมาร์ยึดถือ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมอเมริกันและสังคมโลก

“ฉันมาจากประชาชนที่ใฝ่ฝันถึงระบอบเสรีประชาธิปไตย นั่นทำให้ฉันเชื่อมั่นในกระบวนการ และความเท่าเทียมที่ทุกคนเข้าถึงได้”

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

อ้างอิง

https://www.biography.com/political-figure/ilhan-omar

https://www.youtube.com/watch?v=CjzDF1MziNg

https://aboutislam.net/muslim-issues/n-america/ilhan-omar-americas-rising-muslim-star/#.W4hlIO6TvfM.facebook

https://time.com/collection/firsts/4898550/ilhan-omar-firsts/

https://www.washingtonpost.com/politics/2019/07/06/ilhan-omar-is-unlike-anyone-who-has-served-congress-this-is-her-complicated-american-story/

https://everydaypower.com/ilhan-omar-quotes/

https://www.reuters.com/article/us-usa-trump-omar-idUSKCN1RR1WD

https://www.cbsnews.com/news/patrick-w-carlineo-sentenced-to-1-year-in-prison-for-threatening-to-put-a-bullet-in-ilhan-omars-skull-2020-03-10/

https://en.vogue.me/culture/muslim-womens-day-interviews/

https://en.vogue.me/culture/ilhan-omar-first-somali-american-hijabi-congresswoman/ 

ที่มาภาพ Photo by Preston Ehrler/SOPA Images/LightRocket via Getty Images


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

จุฑาทิพย์ จันทน์วัฒนาผล: นักร้อง – นักเขียน – พอดแคสเตอร์ ผู้รักการทดลองของชีวิต

โรแบร์โต ซาเวียโน : นักเขียนที่แลกอิสรภาพกับการเปิดโปงมาเฟียอิตาลี

คาร์ทิก สัตยนารายัน นักอนุรักษ์ ฮีโร่ของเหล่า ‘หมีเต้นระบำ’ ชายผู้หยุดยั้งขบวนการล่าหมีป่าในอินเดีย

เชส พาวสต์: หนูน้อยวัย 7 ขวบว่ายสู้ฟัด 1 ชม. เพื่อช่วยครอบครัวที่ถูกน้ำพัดไป

ครูปู่-ธีระรัตน์ ชูอำนาจ ไม่มีเสียงกระดิ่งเลิกสอนสำหรับครูอาชีพ

ชาล็อตต้า เทอร์เนอร์: ส่งคนไปช่วยนักศึกษาจากกลุ่ม IS เพื่อกลับมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกให้เสร็จ

ผู้ใหญ่บ้านชลธิชา สมานโสร์ มุ่งสร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน พร้อมก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง

วิไล จิตรเวช: ชวนให้ทุกคนกลับมาทำงานที่บ้าน เพื่อช่วยชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน