Post on 18/04/2019

คุยกับนักแสดงและทีมงาน จากมิวสิคัล “เดอะ ไลอ้อน คิง” ละครเวทีที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ

เดอะ ไลอ้อน คิง มิวสิคัล (The Lion King) ละครเวทีจากการ์ตูนดังของดิสนีย์ เตรียมเปิดการแสดงสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนกันยายนนี้ ณ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์

เดอะ ไลอ้อน คิง ถือเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน ที่ครองใจคนทั่วโลกมาหลายทศวรรษ เรื่องราวการใช้ชีวิตของเหล่าสัตว์ป่า ถูกนำมาสะท้อนผ่านมุมมองของเจ้าป่าอย่าง “สิงโต” แน่นอนทุกคนคงคุ้นชินกับตัวละครอย่าง ซิมบ้า กับเรื่องราวการผจญภัยที่พาเขาไปค้นพบความจริงของชีวิตที่เต็มไปด้วยแง่คิดและความประทับใจมากมาย และในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ คนไทยจะได้มีโอกาสย้อนความหลังกับเรื่องราวของ เดอะ ไลอ้อน คิง อีกครั้ง ผ่านการถ่ายทอดในรูปแบบละครเวทีสุดอลังการ

เดอะ ไลอ้อน คิง มิวสิคัล เป็นมิวสิคัลที่มีโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่ และกวาดรางวัลมามากมาย เสน่ห์และเอกลักษณ์ของละครเวทีเรื่องนี้อยู่ที่รูปแบบการแสดงที่ไม่เหมือนใคร แน่นอนท่าทางและเสียงร้องเสียงเพลงต่าง ๆ ล้วนแต่ถูกออกแบบและผ่านการคิดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์ต่าง ๆ ในเรื่อง แน่นอนงานศิลป์ของมิวสิคัลเรื่องนี้ยังได้รับการพูดถึงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาก เครื่องแต่งกาย ที่สื่อถึงทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ของแอฟริกา 

The People มีโอกาสนั่งคุยกับเหล่านักแสดงและทีมงานของ มิวสิคัล เดอะ ไลอ้อน คิง นำโดย จอร์แดน ชอว์ ผู้รับบทเป็น ซิมบ้า, อแมนด้า คูนินี่ (นาลา), ซอดว่า มราซี่ (ราฟิกิ) และ ไมค์ ชัปเปอร์เคล้าส์ (มิวสิคัล ไดเรคเตอร์) กับเบื้องหลังโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่และเหตุผลที่ทุกคนต้องไปชมมิวสิคัลเรื่องนี้

The People : การแสดงในบทบาทของสัตว์ต่าง ๆ มีความยาก หรือท้าทายพวกคุณอย่างไร
ชอว์ : คงไม่ทุกวันหรอกที่คุณจะเดินเข้าโรงละครและนั่งดูคนใส่หน้ากากสิงโตแสดงอะไรแบบนี้ ผมคิดว่าหน้าที่หลักของผมคือการทำให้สิ่งเหล่านี้ดูน่าเชื่อ ผมต้องทำอย่างไรก็ได้ให้คนดูลืมไปเลยว่ากำลังดูคนใส่หน้ากากแสดงอยู่

คูนินี่ : สำหรับฉันนี่คือสิ่งที่ยากทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยรับบทไหนที่ต้องอาศัยกำลังกายมากขนาดนี้ กระบวนการซ้อมกินเวลานานมาก ฉันต้องมาฝึกซ้อมเรื่องการใช้สมาธิบังคับร่างกายตัวเอง แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้ร่างกายของตัวเองให้มากขึ้น ทั้งเรื่องการใช้ท่าทางต่าง ๆ และการกระโดด มันไม่ใช่แค่การเอาหน้ากากมาใส่แล้วแสดง เพราะนี่เป็นเรื่องของร่างกายด้วย เพราะฉะนั้นทุกท่าทางที่ฉันแสดงออกไปต้องไหลลื่น นอกจากนี้การแสดงเป็นนาลาทำให้ฉันต้องเรียนรู้ที่จะต้องทำเสียงที่แปลกไป ฉันต้องฝึกเสียงทุกวัน และเมื่อรวมกับการฝึกใช้สรีระที่ดีขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ฉันมีความมั่นใจในการแสดงมากขึ้น ทั้งหมดอาจจะเป็นเพราะตัวละครที่ฉันเรียนรู้อยู่ทุกวันเป็นตัวละครที่กล้าหาญ แข็งแรง และมีความมั่นใจในตัวเอง

มราซี่ : สำหรับฉันไม่คิดว่านี่คือความท้าทายแต่อย่างใด แน่นอนฉันต้องมองและตีความตัวละครของตัวเอง ราฟิกิ เป็นใคร เขาคิดอะไรอยู่ นอกจากนี้ฉันต้องเรียนรู้ท่าทางของเธอใหม่ทั้งหมดภายในช่วงเวลาสองเดือน เพราะแน่นอนนี่คือท่าทางของลิงบาบู นอกจากนี้ฝ่ายคิดท่าทางก็ได้พัฒนาท่าเหล่านี้ตลอดเวลา เพราะตัวละครโตขึ้นทุกวัน และการพัฒนาก็ยิ่งทำให้เราได้ท่าที่งดงามมากขึ้น

The People : พวกคุณมองจุดเด่นและจุดแข็งของตัวละครเหล่านี้อย่างไร
ชอว์ : จุดอ่อนของ ซิมบ้า คือ การไม่ชอบเผชิญหน้าและมักจะละเลยกับทุกสิ่งเสมอ เขาจะเป็นตัวละครที่แบบว่า เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งดราม่าตอนนี้ ไว้ก่อนได้ไหมขอฉันสนุกกับสิ่งนี้ก่อน เขามักจะเป็นตัวละครที่ต้องจัดการกับความสับสนของตัวเองเสมอ แต่ถ้าพูดถึงจุดแข็งของ ซิมบ้า คือเรื่องของแพสชั่น ตอนไหนที่เขาใช้แพสชั่นของตัวเองในการดำเนินชีวิต ตอนนั้นแหละจะเป็นตอนที่เขาเปลี่ยนแปลงบางสิ่งไป ยกตัวอย่างตอนที่ ราฟิกิ มาหา ซิมบ้า และเชื่อมเขาด้วยเรื่องราวของพ่อ มันเป็นเหมือนแรงผลักดัน เหมือนเป็นพลังพิเศษที่ทำให้เขากล้าไปเผชิญหน้ากับ สการ์ ซึ่งตอนนั้นเขายังเข้าใจอยู่เลยว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อตาย และแน่นอนตอนที่เขาจนมุม ความกลัวก็เข้ามาครอบงำอีกครั้ง ทันใดนั้นเองตอนที่ สการ์ พูดว่า ฉันนี่แหละที่ฆ่าพ่อของแก ตอนนั้นแหละที่ทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง และเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้เลย

คูนินี่ : สำหรับนาลา จุดอ่อนคือเรื่องของการแสดงออกให้เห็นว่าเธอทำอะไรได้บ้าง เธอคือตัวละครที่แสดงให้เห็นถึงสภาวะการเป็นผู้นำตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนหน้า ซิมบ้า เสียอีก เธอเป็นตัวละครที่มีเหตุผลมาก และความกล้าหาญของเธอก็แสดงถึงความแข็งแกร่ง เธอไร้ซึ่งความกลัว นั่นคือจุดเด่นของเธอ

มราซี่ : การที่ ราฟิกิ เป็นตัวละครที่มองเห็นอนาคตได้ แต่ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ นั่นกลายเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับตัวเธอ เธอคือตัวละครที่มีความเข้มแข็ง มีหน้าที่ชี้นำทุกคนให้ใช้ชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง เธอฉลาดมากและมีทางที่จะทำให้ทุกคนสนใจเสมอ เธอรู้วิธีคุยกับทุกคนไม่ว่าจะทั้ง มูฟาซ่า, ซิมบ้า หรือ นาลา เช่นกันฉันที่ต้องเรียนรู้เธอในทุก ๆ วันเหมือนกัน

The People : ก่อนหน้านี้ดนตรีประกอบของ เดอะ ไลอ้อน คิง ได้รับรางวัลมากมาย แน่นอนด้วยการที่เป็นเรื่องราวของแอฟริกา จังหวะแบบแอฟริกันเข้ามามีบทบาทมาก ภาพรวมของมิวสิคัลเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
ชัปเปอร์เคล้าส์ : สกอร์เพลงของมิวสิคัลเรื่องนี้มีความหลากหลายในเรื่องจังหวะและรสชาติมาก ในฐานะที่เป็นมิวสิคัล ไดเรคเตอร์ นี่เป็นเรื่องท้าทายอย่างมากที่จะต้องผสมผสานความหลากหลายนี้ไปสู่คนดูให้ได้ การควบคุมวงออร์เคสตราโดยเน้นเรื่องจังหวะเป็นหลัก มันจะเป็นอะไรที่ให้พลังไปอีกแบบ นั่นเป็นสิ่งที่ผมพยายามจะทำในโชว์นี้

The People : มองเสน่ห์ของดนตรีแอฟริกัน ที่เปรียบเหมือนกับเป็นต้นกำเนิดของดนตรีหลาย ๆ ชนิดในโลกอย่างไร
ชัปเปอร์เคล้าส์ : ตอนที่ทุกคนเป็นเด็ก ทุกคนล้วนแต่เคยตีสิ่งโน้นสิ่งนี้หรือส่งเสียงน่ารำคาญเสมอ สำหรับผมกรู๊ฟคือจังหวะของชีวิต ดนตรีแอฟริกันเป็นดนตรีที่มีสัดส่วนเยอะมาก และตอนนี้มันปะปนอยู่ในงานโปรดักชั่นทั่วโลก ผมยกตัวอย่างลองให้พวกเขาร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ธเดย์ สิ มันจะเป็นอะไรที่แตกต่างไปเลย มันน่าทึ่งมาก

The People : ครั้งแรกที่คุณได้ชม เดอะ ไลอ้อน คิง ความประทับใจแรกของพวกคุณคืออะไร
ชอว์ : ผมได้ชม เดอะ ไลอ้อน คิง ผ่านภาพยนตร์แอนิเมชั่นในวัยเด็ก ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร แต่จำได้แม่นว่าผมชอบหนังเรื่องนี้เลย ผมรู้สึกเข้าถึงและเชื่อมถึงมันได้ทันทีหลังจากที่ดูครั้งแรก

คูนินี่ : ครั้งแรกที่ฉันได้ดู เดอะ ไลอ้อน คิง ตอนนั้นฉันอยู่เกรด 6 และกำลังเรียนวิชาดนตรีอยู่ เรากำลังเรียนเพลง “The Circle of Life” จากในหนัง และต่อมามันก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตวัยรุ่นของฉันเลย นับตั้งแต่ฉันอายุ 11-16 ฉันดูหนังเรื่องนี้และมันเปลี่ยนชีวิตฉัน การได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้แสดงบนเวทีนี้ผ่านเรื่องราวของ เดอะ ไลอ้อน คิง มันเป็นเหมือนความฝันเลย

มราซี่ : ครั้งแรกที่ฉันดู เดอะ ไลอ้อน คิง มันเข้าถึงฉันหนักมาก ยิ่งฉากที่มูฟาซ่าตาย และ ซิมบ้าในวัยเด็กร้องไห้หนักมาก มันกลายเป็นซีนที่ฉันยังร้องไห้ตามอยู่จนถึงทุกวันนี้ ฉากนั้นเป็นฉากที่มีความเป็นเรื่องจริงสูงและเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับทุกคนได้ เดอะ ไลอ้อน คิง เป็นเรื่องราวที่งดงามและทุกคนสามารถเข้าถึงมันได้ การได้มามีส่วนในมิวสิคัลเรื่องนี้ และได้เห็นซีนนั้นมันเหมือนกับว่าฉันใจสลายตามจริง ๆ

ชัปเปอร์เคล้าส์ : ตอนนั้นผมแสดงกับ Aida ตอนที่ เดอะ ไลอ้อน คิง กำลังจะเตรียมโปรดักชั่นในเนเธอร์แลนด์ ทามทีมงานก็ขอให้ผมเล่นในมิวสิคัลครั้งนั้นด้วย แต่ผมเป็นคนที่จะตอบรับก็ต่อเมื่อเชื่อมั่นว่าผมจะสามารถทำสิ่งนั้นได้ ผมจึงตัดสินใจบินไปดูที่ฮัมบูร์ก สิ่งที่ผมจำได้ในตอนนั้นคือมันเป็นอะไรที่เต็มเปี่ยมมาก ๆ ทั้งเรื่องของเพลงและสิ่งต่าง ๆ ส่วนลึกของผมในฐานะศิลปิน ผมสัมผัสได้ว่านี่จะเป็นอะไรที่เปลี่ยนชีวิตผมไปเลย และจากวันนั้นก็มาถึงวันนี้ที่กรุงเทพฯ 

The People : ความโดดเด่นของ เดอะ ไลอ้อน คิง ที่ทุกคนต้องมาดู
ชอว์ : มันคือของแท้ และมีความเป็นเรื่องราวจริง ๆ เรื่องราวของตัวละครเหล่านี้เป็นอะไรที่เหมือนกับโครงสร้างการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน อีกทั้งเรื่องชุด รูปแบบการแสดง และเพลงประกอบ จะเป็นอะไรที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันมาก่อน สำหรับใครที่ไม่เคยดูมิวสิคัลเรื่องนี้หรือไม่เคยก้าวเข้ามาดูที่โรงละครเลย นี่จะเป็นอะไรที่ทำให้คุณร้องว้าว! ตอนเดินเข้ามาแน่นอน

คูนินี่ : เดอะ ไลอ้อน คิง มีความแตกต่างและได้รับความนิยมมากกว่าเรื่องอื่น ๆ เพราะมันเป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงครอบครัวและความท้าทายในชีวิต ทุกคนไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็สามารถชมได้ นอกจากนี้เรายังมีหน้ากากที่สวยมาก และมีชุดที่สื่อถึงภาพของทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ของแอฟริกาอีกด้วย

มราซี่ : ละครเวทีเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดนตรี ภาษา และศิลปะของชาวแอฟริกัน คุณจะได้เห็นเหล่านักแสดงที่มากความสามารถอยู่บนเวทีและแสดงเป็นสัตว์มากกว่า 25 ชนิด เนื้อเรื่องของโชว์ก็ยังสะท้อนถึงชีวิต เสียงคอรัสที่เป็นเสียงร้องแบบแอฟริกา รวมถึงเพลงทั้งหมดเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยอารมณ์มาก มันจะเป็นโชว์ที่น่าทึ่งมาก

ชัปเปอร์เคล้าส์ : ทุกอย่างในโชว์นี้มีความสมบูรณ์แบบอย่างมาก ทั้งเรื่องราวและรวมถึงดนตรีของโชว์นี้ ทุกอย่างสามารถเล่าเรื่องของตัวมันเองได้ ผมคิดว่านี่เป็นอะไรที่เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ ของ เดอะ ไลอ้อน คิง

The People : ฝากถึงคนที่กำลังจะไปดู เดอะ ไลอ้อน คิง
ชอว์ : ผมรู้จักคนไทยจำนวนหนึ่ง พวกเขาบอกผมเสมอว่าคนไทยมีความเข้าถึงศิลปะมากขนาดไหน นี่จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่มากที่ได้มีโอกาสนำโชว์แบบนี้มาแสดงที่ประเทศไทย เพราะเรารู้ว่าทุกคนที่อยู่เบื้องหลังนี้ทำงานหนักขนาดไหนเพื่อให้ได้โชว์ที่ดีแบบนี้ ผมตื่นเต้นเหลือเกินที่จะได้เจอทุกคน และแสดงให้กับคนที่อยากดูโชว์จริง ๆ

คูนินี่ : เราตื่นเต้นมากที่จะนำโลกของเรามามอบให้กับพวกคุณ

มราซี่ : สำหรับคนที่กำลังจะมาดู เดอะ ไลอ้อน คิง มันไม่ใช่เป็นแค่เพียงมิวสิคัล นี่คือเรื่องราวที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลย มันจะเป็นอะไรที่ระทึกสุด ๆ

ชัปเปอร์เคล้าส์ : เราตื่นเต้นมากที่จะได้เจอทุกคน เราสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่และดีที่สุดในทุกคืน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะไม่ลืมเลือนเลย และมันจะเป็นอะไรที่ไม่เหมือนกับการได้ดูบรอดเวย์เลย

เดอะ ไลอ้อน คิง มิวสิคัล ในประเทศไทยครั้งนี้ จะเริ่มแสดงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน เป็นต้นไป บัตรเข้าชมการแสดงราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

มนัสวี ศุระศรางค์-อมิตา ยาดาฟ ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World” ปี 2018 ที่เชื่อว่าเราทุกคนเปลี่ยนโลกได้

สัมภาษณ์ พวงสร้อย อักษรสว่าง เรื่องราว เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ที่ นคร-สวรรค์

เจ Penguin Villa หนุ่มเพนกวินที่ไม่กลัวความสูงอีกต่อไป กับอีกบทบาทในฐานะ “เจ้าพ่อเพลงโฆษณา”

ไพลิน วีเดล: ผู้กำกับหญิงที่อยากให้วงการหนังเต็มไปด้วยความหลากหลาย

“ดนตรีไม่ใช่ภาษาสากล” ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร นักแต่งเพลงคลาสสิก ดีเอ็นเอไทย

สัมภาษณ์ ฮีซัมร์ เจ๊ะมามะ เด็กคลั่งหนังจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้คว้าหนังสั้นยอดเยี่ยมที่สิงคโปร์

ฝันหมื่นล้านของ “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ แห่ง RS

สุกัญญา เจริญวีรกุล อุบาสิกาผู้จบบาลีศึกษา 9 ประโยค ใน 10 ปี 3 เดือน