Post on 09/09/2020

สัมภาษณ์ เกรซี เอบรามส์ กับความเศร้าที่อบอุ่นใน Minor และลูกที่ไม่เคยดู Star Wars ที่พ่อกำกับ

       เกรซี เอบรามส์ (Gracie Abrams) นักร้องวัย 21 ปี เจ้าของเพลงอย่าง ‘Stay’ ‘Friend’ ‘21’ และ ‘I miss you, I’m sorry’ ถือเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองในวงการดนตรี หลังเธอเพิ่งจะเปิดตัวอีพีอัลบั้มเดบิวต์แรกของตัวเองที่มีชื่อว่า Minor ผลงานแนวป๊อปร่วมสมัยที่ผสมผสานสุ้มเสียงและบันทึกเรื่องราวส่วนตัวของเธอได้เป็นอย่างดี

หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อของเกรซีมากนัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อของพ่อเธอ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักผู้กำกับดังอย่าง เจ.เจ. เอบรามส์ เจ้าพ่อหนังไซไฟแสงแฟลร์อย่าง Super 8, Star Trek และ Star Wars: The Force Awakens

The People มีโอกาสพูดคุยกับเกรซีหลากหลายประเด็น เธอได้เล่าถึงเบื้องหลังความหลงใหลในการเขียนเพลงที่ต่อยอดออกมาเป็นอีพีอัลบั้มชุดนี้ที่เธอนิยามมันว่า “เป็นความเศร้าที่ทำให้มีความสุข” รวมไปถึงเรื่องราวสุดช็อกที่นักร้องสาวเผยกับเราว่า แม้จะมีพ่อเป็นผู้กำกับดัง แต่เธอนั้นไม่เคยชอบหรือดูหนังของพ่อตัวเองเลย

The People: คุณเริ่มสนใจดนตรีได้อย่างไร

เกรซี: ฉันหลงรักการเล่าเรื่องและการได้เรียนรู้เรื่องราวชีวิตของคนอื่น ๆ นั่นทำให้ฉันเริ่มชอบศิลปินที่กล้าที่จะแสดงด้านเปราะบางออกมา และทำให้ฉันเริ่มแต่งเพลงแบบเป็นบ้าเป็นหลังเลย โชคดีที่ฉันมีโอกาสปล่อยเพลงออกมา แต่ถ้าฉันไม่ได้เขียนเพลง ฉันก็คงไปทำงานเขียนด้านอื่นแทน

The People: ใครเป็นแรงบันดาลใจด้านดนตรีของคุณ

เกรซี: โจนี มิตเชลล์ (Joni Mitchell) ฉันรู้สึกว่าเธอคือปรมาจารย์ในสิ่งที่เธอทำและฉันรักเธอ

The People: คุณมีอัลบั้มที่ถึงขนาดว่าฟังแล้วเปลี่ยนชีวิตคุณเลยไหม

เกรซี: อัลบั้มชื่อ Pure Heroine ของ Lorde ปล่อยออกมาตอนที่ฉันอยู่มัธยมต้น ฉันรู้สึกว่าอัลบั้มนั้นเข้ากับตัวตนของฉันสมัยวัยรุ่น ฉันรู้สึกเชื่อมโยงกับเนื้อเพลงของเธอ และฉันยังสนใจการที่ดนตรีทำให้เสียงร้องของเธอโดดเด่นขึ้นด้วย อัลบั้มนั้นทำให้ฉันมองดนตรีเปลี่ยนไปเลย

The People: คุณเริ่มแต่งเพลงตอน 8 ขวบ เพลงนั้นมีแรงบันดาลใจจากอะไร

เกรซี: ฉันทำการบ้านหายตอนสมัยประถมจนฉันรู้สึกเศร้ามาก ฉันเลยตัดสินใจแต่งเพลงเกี่ยวกับการบ้านที่หายไป

The People: อัลบั้มของคุณให้ความรู้สึกเศร้าและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน อารมณ์ความรู้สึกที่คุณอยากจะถ่ายทอดออกมาในอัลบั้มนี้เป็นแบบไหน

เกรซี: ฉันทำอัลบั้มนี้ตอนที่ตัวเองรู้สึกโดดเดี่ยวและเสียใจจากปัญหาความสัมพันธ์ ซึ่งก็คงเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนคงเคยเจอ แต่ตอนที่ฉันเจอกับตัวฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมากจริง ๆ ฉันดีใจนะที่ได้ทำเพลงออกมา แล้วมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่ฟังเพลงของฉันและพบว่าพวกเขาก็รู้สึกเหมือนกัน มันทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวเท่าเดิมอีกแล้ว 

The People: คุณนิยามเพลงของคุณว่าเป็นเพลงเศร้าที่ทำให้คุณมีความสุข เพราะอะไรคุณถึงรู้สึกว่าความเศร้าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ

เกรซี: ฉันรู้สึกว่าความเศร้ามันเจ๋งนะ เพราะมันมักจะมีอีกด้านหนึ่งอยู่เสมอ เวลาเศร้า ฉันจะพยายามคิดว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร หรือทำอย่างไรให้รู้จักตัวเองมากขึ้น และนั่นเป็นสิ่งที่ช่วยฉันในการแต่งเพลงในอนาคต

ตอนทำอัลบั้ม Minor ฉันรู้สึกว่าฉันต้องมานั่งประมวลผลว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เหมือนการบำบัดอย่างหนึ่งเลย จนตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถแต่งเพลงเกี่ยวกับสิ่งอื่น ๆ ได้แล้ว แต่ถ้าไม่ได้แต่งเพลงเกี่ยวกับความเศร้ามาก่อน ฉันก็คงไม่สามารถก้าวผ่านจุดนั้นมาได้

The People: คุณได้เรียนรู้อะไรจากความเจ็บปวดในอดีต

เกรซี: ก่อนหน้านี้ฉันไม่ค่อยได้หันกลับมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าฉันทำอะไรพลาดไปตรงไหน ต้องขอบคุณ Minor ที่ทำให้ฉันได้หันมามองการกระทำของตัวเอง และพิจารณาว่าฉันควรจะทำอะไรเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น ฉันเติบโตจากมัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

The People: ศิลปินแต่ละคนจะมีกระบวนการแต่งเพลงที่ต่างกันออกไป สำหรับคุณเพลงต่าง ๆ เริ่มอย่างไร

เกรซี: แต่ละครั้งก็จะต่างกันไป แต่ฉันเขียนไดอารี่ทุกวัน ฉันพยายามจดทุกอย่างให้ได้มากที่สุด ฉันจะได้ไม่ลืมว่าเคยรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์แบบไหน ทุกครั้งที่ฉันต้องไปสตูดิโอก็จะเอาไดอารี่ไปด้วย เพราะมันมีข้อมูลเยอะมากที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยปกติแล้วเพลงของฉันก็เริ่มมาจากตรงนั้นแหละ

The People: ความทรงจำเกี่ยวกับดนตรีที่คุณประทับใจที่สุดคืออะไร

เกรซี: ล่าสุดคือตอนที่ฉันอยู่นิวยอร์กและได้ไปดูคอนเสิร์ตของเจมส์ เบลค กับเพื่อน ๆ มหา’ลัย นั่นทำให้ฉันรู้สึกถึงพลังของดนตรี พลังที่รวมให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันจากประสบการณ์ที่ทุกคนเคยมีเหมือนกัน ความรู้สึกที่ฉันมีต่อดนตรีของเขาก็ไม่เหมือนสมัยก่อนด้วย เพราะฉันอยู่ในช่วงชีวิตที่ต่างออกไป มันเป็นเหมือนสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ในเวลาเดียวกัน ฉันจะไม่ลืมความทรงจำนั้นเลย

The People: คุณพ่อของคุณเป็นผู้กำกับชื่อดัง และเปี่ยมไปด้วยเทคนิคต่าง ๆ คุณเคยคิดจะให้เขาช่วยมาเป็นผู้กำกับเอ็มวีของคุณไหม

เกรซี: ไม่มีทาง มันก็มีบางครั้งนะที่ฉันทำอะไรผ่าน Zoom แล้วเขาก็จะถามว่า “อยากได้แสงที่ดีกว่านี้ไหม” แล้วฉันก็บอกว่า ไม่ ฉันรักเขานะแต่ว่าผลงานของเราไม่ได้มีส่วนคาบเกี่ยวกันเลย

The People: ภาพยนตร์เรื่องไหนของคุณพ่อ ที่คุณคิดว่าเข้ากับเพลงของคุณที่สุด

เกรซี: เอาตรง ๆ นะ ฉันไม่ดูภาพยนตร์ของเขาด้วยซ้ำ เป็นลูกที่แย่ไหมล่ะ แต่ฉันรักเขานะ

เกรซี กับคุณพ่อ เจ.เจ.

The People: ชีวิตของคุณในเส้นทางดนตรีกำลังเริ่มต้น คุณวางแผนเป้าหมายชีวิตและวิธีที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไรบ้าง

เกรซี: ฉันคิดว่าถ้าคนยังฟังเพลงของฉันอยู่ ฉันก็จะทำเพลงต่อไปเรื่อย ๆ ฉันมีเป้าหมายเล็ก ๆ เยอะนะ เช่น ฉันอยากจะเลิกตื่นเวที อยากจะทำงานร่วมกับศิลปินที่ฉันชื่นชมมาตลอด รวมทั้งหวังว่าในอนาคตฉันจะยังเป็นตัวของตัวเอง และทำตามสิ่งที่ฉันอยากทำมากกว่าทำตามสิ่งที่วงการดนตรีกำหนดทิศทางเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ฉันโชคดีที่มีเพื่อนและครอบครัว และหวังว่าฉันจะรักษาพวกเขาไว้ให้ได้นานที่สุด

The People: ปัจจุบันคนเปลี่ยนจากการฟังเพลงจากแผ่นซีดีมาสตรีมเพลงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณคิดว่าการมีบริการสตรีมเพลงเป็นเรื่องดีไหม เพราะนั่นแลกมาด้วยการจากไปของตลาดแบบ physical

เกรซี: ฉันเติบโตมากับการฟังซีดีของ Green Day จากเครื่องเล่นซีดีสีฟ้าอ่อนที่ปลายเตียงทุกคืน การฟังเพลงจากแผ่นซีดีจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจต่อฉัน ขณะเดียวกันบริการสตรีมเพลงก็เป็นอีกช่องทางที่ให้โอกาสศิลปินจำนวนมากในการแชร์เพลงของเขา และทำให้ผู้คนได้ค้นพบดนตรีใหม่ ๆ ฉันได้รู้จักดนตรีแบบใหม่ ๆ เพราะใช้บริการสตรีมเพลงนี่แหละ ดังนั้นฉันขอบคุณมันนะ และการสตรีมเพลงก็ทำให้เราได้เห็นว่าคนฟังเพลงของเราในแบบที่ต่างออกไป ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายแผ่นซีดีอีกแล้ว

The People: คุณชอบเพลงไหนจากอัลบั้มของคุณที่สุด

เกรซี: มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ถ้าเป็นเมื่อวานฉันคงตอบว่า ‘Minor’ แต่ว่าวันนี้ฉันเพิ่งซ้อมเพลง ‘21’ ไป และฉันชอบเพลงนั้นมาก มันทำให้ฉันรู้สึกดี และเป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงที่ตอนฉันแต่ง ฉันรู้สึกว่าฉันโยกไปกับมันได้

The People: ดนตรีสำคัญอย่างไรสำหรับคุณ

เกรซี: ดนตรีเป็นเหมือนลมหายใจที่ฉันต้องการในชีวิต

The People: คุณอยากจะบอกอะไรกับแฟนเพลงชาวไทยบ้าง

เกรซี: ฉันรู้สึกว่าโซเชียลมีเดียทำให้ฉันเข้าถึงแฟน ๆ และได้รับกำลังใจจากพวกเขาในแบบที่แตกต่างจากที่อื่น ฉันขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน ฉันไม่เคยไปประเทศไทยเลย นี่เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก ฉันอดใจไม่ไหวแล้วที่จะไปประเทศไทยและกอดแฟนเพลงทุกคน


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

สัมภาษณ์ พวงสร้อย อักษรสว่าง เรื่องราว เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ที่ นคร-สวรรค์

รรินทร์ ทองมา ผู้ปั้น O&B แบรนด์รองเท้าร้อยล้านจากความดื้อ

สัมภาษณ์ จิรายุ ตันตระกูล “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน”

สัมภาษณ์ Two Door Cinema Club มิตรภาพจากกีตาร์ร็อค, Nirvana และเกาะสมุย

จาก “ซุป’ตาร์” สู่ “ซุปเนื้อ” สัมภาษณ์ วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ โต ซิลลี่ฟูลส์ กับชีวิตที่เขา “ถูกใจสิ่งนี้”

สัมภาษณ์ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ประวัติศาสตร์ปรุงแต่งในโลกภาพยนตร์

สัมภาษณ์ วิโอเลต วอเทียร์: ชีวิต ความรัก ดนตรี กับบทเพลงที่ไม่ได้ทำเพื่อเอาใจใคร

สัมภาษณ์ อดัม โรเจอร์ส กับเรื่องราวของดนตรีแจ๊ส, เฮนดริกซ์ และ สตรีมมิ่ง