Post on 10/09/2019

สัมภาษณ์ เจเรมี่ ซัคเกอร์ เจ้าของเพลงฮิต ‘comethru’ อดีตนักชีววิทยา ครูสอนสโนว์บอร์ด และแฟนคลับ blink182

       ช่วงทศวรรษหลังสุดมีหลายสิ่งเกิดขึ้นมากมายในโลกดนตรี การเกิดขึ้นของสตรีมมิ่งกลายเป็นสิ่งที่ดึงคนให้ใกล้กับดนตรีมากขึ้น ความก้าวล้ำของเทคโนโลยี ก็กลายเป็นฟันเฟืองตัวสำคัญที่ผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ให้สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองสู่สาธารณชนมากขึ้นเช่นกัน

ศิลปินชื่อดังอย่าง จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber), ชอว์น เมนเดส (Shawn Mendes) หรือ ชาร์ลี พูท (Charlie Puth) ก็ล้วนแต่เริ่มจากการทำเพลง cover ลง YouTube ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งแรงบันดาลใจเหล่านี้กลายเป็นต้นแบบให้เด็กหนุ่มผู้มีความฝันอย่าง เจเรมี่ ซัคเกอร์ (Jeremy Zucker) ได้เดินตาม

ชีวิตในวัยเด็กของ ซัคเกอร์ ล้อมรอบไปด้วยดนตรีตลอดเวลา เขาฝึกเล่นเปียโนครั้งแรกตอนอายุได้เพียง 5 ขวบ ก่อนที่ความสนใจทั้งหมดจะเปลี่ยนไปหลังจากเขาได้ฟังเพลงจากวงร็อก พั้งก์ ชื่อดังอย่าง “blink-182” ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหันมาทำเพลงป๊อปที่มีความหลากหลาย จนกลายเป็นเพลงฮิตอย่าง ‘comethru’

นักร้อง นักแต่งเพลง จากนิวเจอร์ซีย์ วัย 22 ปี คนนี้ เพิ่งจะมีผลงานใหม่ล่าสุดอย่าง ‘oh, mexico’ และถูกจับตามองเป็นอย่างมากในฐานะว่าที่ดาวโรจน์รุ่งใหม่ของวงการเพลง  The People มีโอกาสนั่งคุยกับชายคนนี้ในหลากหลายประเด็นที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน น้อยคนจะรู้ว่าเขาเคยเป็นอดีตนักชีววิทยา หรือครูสอนสโนว์บอร์ด มาก่อนด้วย

The People: คุณเริ่มหันมาให้ความสนใจด้านดนตรีได้อย่างไร

เจเรมี่: ผมว่าผมเริ่มจากการเป็นผู้ฟังก่อน ผมโตมากับการเล่นเปียโนและกีตาร์ แล้วผมก็เป็นแฟนคลับของวง blink-182 ผมเริ่ม cover เพลงของพวกเขา หลังจากนั้นถึงได้เริ่มแต่งเพลงของตัวเองโดยยึดเพลงของพวกเขาเป็นตัวอย่าง ช่วงเริ่มต้นผมทำเพลงโดยใช้โปรแกรม Garage Band แล้วทุกอย่างก็ค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางเอง ผมเริ่มเติบโตจากการเป็นแฟนคลับคนหนึ่ง ที่ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายมาเป็นศิลปินที่ทำเพลงของตัวเอง

The People: คุณมีอัลบั้มที่ถึงขนาดว่าฟังแล้วเปลี่ยนชีวิตคุณเลยไหม?

เจเรมี่: อัลบั้ม Oh Wonder ของ Oh Wonder ชื่อเดียวกับชื่อวงเลย อัลบั้มนั้นถือว่าเปลี่ยนมุมมองของผมที่มีต่อดนตรีไปเยอะ แล้วก็อัลบั้ม Blonde ของ แฟรงก์ โอเชี่ยน (Frank Ocean) อัลบั้ม Yeezus ของ คานเย เวสต์ (Kanye West) ผมฟังเพลงหลากหลายมาก

The People: เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่าคุณเคยสอนสโนว์บอร์ดด้วย ประสบการณ์การเป็นครูสอนสโนว์บอร์ดเป็นอย่างไรบ้าง

เจเรมี่: ผมชอบเล่นสโนว์บอร์ดมาตั้งแต่เด็ก ๆ การได้สอนเลยเป็นงานที่ผมชอบมาก ผมเริ่มสอนตั้งแต่อายุประมาณ 15 สอนได้ 2-3 ปีก็เริ่มเปลี่ยนมาสอนเด็ก ๆ เล่นสกี ทุกวันหลังเลิกเรียนผมจะขับรถประมาณ 30 นาทีจากบ้านผมไปสอน

The People: แล้วคุณได้อะไรจากการสอนบ้างไหม

เจเรมี่: เงิน (หัวเราะ) สโนว์บอร์ดคือการได้ขึ้นเขา แบกอุปกรณ์ไปผจญภัย แล้วใช้เวลากับตรงนั้นทั้งวันทั้งคืน จริง ๆ มันก็คือข้ออ้างที่จะออกไปสนุกข้างนอกนั่นแหละ

The People: หลายคนยังไม่รู้ว่าก่อนจะมีชื่อเสียง คุณเคยเป็นนักชีวิวิทยามาก่อน ส่วนตัวคุณคิดว่าชีววิทยากับดนตรีเหมือนกันไหม

เจเรมี่: ไม่นะ ผมว่ามันคือขั้วตรงข้ามกันเลยต่างหาก ชีววิทยาใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ตรงไปตรงมา คือการหาอะไรที่เป็นรูปเป็นร่าง มีหลักการ ทดสอบได้ วิทยาศาสตร์เลยเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม เพราะผมชอบอะไรที่ใช้ตรรกะ แล้วผมก็สนใจเรื่องโลก ร่างกายของเรา วิวัฒนาการ หรือแม้กระทั่งอวกาศ

แต่ดนตรีคือคนละเรื่องเลย ดนตรีไม่มีถูก ไม่มีผิด ทุกคนมีอิสระที่จะสร้างสรรค์งานยังไงก็ได้ การที่ผมเรียนวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กับการแต่งเพลงเลยกลายเป็นการสร้างสมดุลให้กับสมองผม ด้านหนึ่งเป็นพวกหลักการ เหตุผล ความรู้ อีกด้านหนึ่งเป็นความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ ความรู้สึก

The People: คุณได้นำเอาหลักการที่คุณเรียนในวิชาชีววิทยามาใช้ในดนตรีของคุณบ้างไหม

เจเรมี่: ผมว่าสองอย่างนี้เป็นคนละด้านกัน แต่ผมอาจจะเอาหลักการคิดที่มีแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอนของวิทยาศาสตร์มาช่วยในการทำเพลง เพราะการทำเพลงมีรายละเอียดทางเทคนิคหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง แต่ส่วนที่สำคัญของเพลงจริง ๆ มาจากความคิดสร้างสรรค์ล้วน ๆ

The People: ทำไมดนตรีถึงเป็นทางเลือกในการแสดงออกถึงความรู้สึกของคุณได้ดีที่สุด

เจเรมี่: ตอนผมนั่งแต่งเพลง ผมไม่ได้คิดนะว่าผมจะแต่งเพลงเกี่ยวกับอะไร ผมปล่อยให้ดนตรีกับเนื้อร้องมันออกมาเอง แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าผมแต่งเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเองที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงมาก ๆ บางทีผมมีหลายเรื่องในหัว จนไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของตัวเองสักเท่าไหร่ แต่เพลงที่ผมแต่งออกมาทำให้ผมได้รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมผมถึงรู้สึกแบบนั้น ทำให้ผมได้มานั่งทบทวนตัวเองและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

The People: คุณคิดว่าส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของเพลงคืออะไร เนื้อร้อง ทำนอง หรือ จังหวะ

เจเรมี่: ทุกอย่างนะ สิ่งสำคัญคือการที่ทุกอย่างผสมผสานกันอย่างลงตัว เนื้อเพลงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผม เพราะถ้าเนื้อเพลงมันจำเจ ไม่สร้างสรรค์เมื่อไหร่ บรรยากาศดี ๆ ที่มีมันอาจจะเสียไปเลย ผมชอบเนื้อเพลงที่เหมือนบทสนทนาของคนสองคน และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดี แต่ไม่ใช่ว่าอย่างอื่นไม่สำคัญนะ การทำดนตรีก็สำคัญไม่แพ้กัน

The People: ปัจจุบันคนหันมาฟังเพลงจากสตรีมมิ่งมากขึ้นเรื่อย ในมุมหนึ่งมันก็กำลังทำลายเสน่ห์ของดนตรีอย่าง แผ่นเสียง หรือซีดี ที่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยเด็กของคุณ ส่วนตัวคุณคิดว่าการมีบริการสตรีมมิ่งเป็นเรื่องดีไหม

เจเรมี่: สำหรับผม ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่วิเศษมากสำหรับศิลปิน เพราะสมัยก่อนศิลปินมีช่องทางที่จะดังหรือโชว์ผลงานของตัวเองแค่ทางเดียวคือผ่านวิทยุ แต่ตอนนี้มีช่องทางที่เปิดโอกาสให้ศิลปินเหล่านั้นมากขึ้น ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับวงการเพลงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเลย

The People: สิ่งที่คุณชอบที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทยคืออะไร

เจเรมี่: ผมชอบอาหารไทย และคนไทยก็น่ารักมาก ๆ ผมยังไม่ได้มีโอกาสออกไปไหนเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้มีสัมภาษณ์ แต่ผมอยากออกไปทำอะไรสนุก ๆ ผมชอบอาหารไทยมาก ตอนผมอยู่ที่บ้านผมก็กินอาหารไทยบ่อย ๆ การได้มากินอาหารไทยที่นี่จึงเป็นเรื่องที่สุดยอดไปเลย รสชาติมันต่างกับที่โน่นราวกับฟ้ากับเหว

The People: อะไรคือสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับคุณตั้งแต่เป็นศิลปินมา

เจเรมี่: สำหรับผมคือทัวร์ ผมไม่เคยคิดเลยว่าเพลง ‘comethru’ จะทำให้ผมได้ไปเล่นที่ชิคาโก ได้มาเอเชียเป็นครั้งแรก ตอนนี้กรุงเทพฯ และผมก็มีอีก 7 เมืองหลังจากนี้ด้วย ผมไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ผมเริ่มทำจากในห้องนอนของผม จะนำผมมาสู่คนฟังที่อยู่อีกซีกหนึ่งของโลกได้

The People: ดนตรีคืออะไรสำหรับคุณ

เจเรมี่: ดนตรีคืออารมณ์ และความรู้สึก เป็นสิ่งที่เชื่อมความรู้สึกของคนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากวัฒนธรรมเดียวกันหรือต่างวัฒนธรรมกัน บางทีเรามัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจนลืมไปว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์เรามักจะมีความรู้สึกแบบเดียวกันนั่นแหละ ดนตรีเลยกลายเป็นสิ่งที่มาเตือนความจำของเราตรงส่วนนั้น

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

สัมภาษณ์สัญญา คุณากร: หลักคิดคนทำทีวีและเรื่องเล่าละคอนเวที ‘ถาปัด จุฬาฯ

สัมภาษณ์ กัลยา ทิณพงษ์ แห่ง “เกศทิพย์” คณะละครวิทยุหนึ่งเดียวที่อยู่รอดมาถึงโลกดิจิทัล

Jazz and the City: สนทนากับ ‘ปอ นอร์ทเกต’ ในเรื่องบาร์แจ๊ซ และสิ่งแวดล้อม

มนัสวี ศุระศรางค์-อมิตา ยาดาฟ ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World” ปี 2018 ที่เชื่อว่าเราทุกคนเปลี่ยนโลกได้

สัมภาษณ์ ภูมิ วิภูริศ กับกีตาร์ตัวแรกที่เปลี่ยนชีวิต และชีวิตใหม่จากดนตรี

สัมภาษณ์ กฤตเมธ สีถาน (Bunny Be Fly) การสร้างสรรค์งานศิลปะที่เรียกว่า Drag Artist

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ MD หนุ่มแห่ง ‘The Origin’ ผู้รักการท้าทายตัวเอง

สัมภาษณ์ คริสซี่-ปริม สองนักแสดง โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง กับความฝันที่เดิมพันด้วยครอบครัว