Post on 28/03/2019

สัมภาษณ์ Jeremyville เพราะทุกอย่างคือศิลปะ

ย้อนกลับไปช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หากใครเดินเล่นช็อปปิ้งบริเวณห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง อาจจะคุ้นตากับภาพการ์ตูนลายเส้นสุดน่ารักสีสันสดใส พร้อมข้อความชวนคิดเกี่ยวกับชีวิต เจ้าของผลงานนั้นคือ Jeremyville ศิลปินชื่อดังระดับโลก ผู้ติดระดับ 100 Best Illustrator จากนิตยสาร New York Times

ล่าสุดเขาเดินทางกลับมาไทยอีกครั้งในงานเปิดตัวบริการธนาคารเพื่อดิจิทัลเจเนอเรชันแห่งแรกในอาเซียน TMRW จากธนาคาร UOB เพื่อถ่ายทอดภาพอนาคตในจินตนาการภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Smarter TMRW” โดยเหตุผลที่ UOB เลือก Jeremyville มาร่วมโปรเจกต์ครั้งนี้ ก็เพราะเขาเป็นศิลปินที่มีอิทธิพลต่อมิลเลนเนียลสูง เป็นไอดอลสำหรับใครหลาย ๆ คนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางที่ตนเองรักและใฝ่ฝัน Jeremyville จึงเป็นตัวแทนศิลปะของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงถึงทุกคน

The People มีโอกาสได้คุยกับ Jeremyville เพื่อทำความรู้จักตัวตนในงานศิลปะของเขาให้มากขึ้น

 

The People: คุณรู้จักศิลปะตั้งแต่ตอนไหน และศิลปะมีอิทธิพลอะไรกับคุณบ้าง

Jeremyville: ศิลปะคือทุกอย่างรอบตัวเรา งานศิลปะไม่ใช่แค่งานเขียน วาดภาพ หรืองานปั้น แต่คือทุกอย่าง ยกตัวอย่าง ผมสร้างงานศิลปะครั้งแรกตั้งแต่ 8 ขวบ เป็นการทำอาหารซึ่งก็คือการทำงานศิลปะอย่างหนึ่ง หรือการนำเสื้อผ้ามาตัดแต่งใหม่เป็นงานที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง เรียกว่าทำงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก

ผมคิดว่าเราทุกคนล้วนเป็นงานศิลปะที่ไม่เหมือนกันสักชิ้นเดียว มันคือตัวตนของเรา อยู่ในเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของทุกคน เพราะแต่ละคนมีสไตล์และแนวทางของตัวเอง ตอนนี้ไม่มีการแบ่งแยกว่า ใครวาดรูปก็ต้องวาดรูปอย่างเดียว มันอยู่ในตัวตนว่าอยากสร้างสรรค์อะไร หรือแสดงออกตัวตนทางศิลปะอย่างไร ทุกคนล้วนสามารถทำได้ทั้งนั้น

 

The People: โดยปกติแล้ว คุณใช้อะไรเป็นหลักการในการทำงานศิลปะ

Jeremyville: สัญชาตญาณครับ สัญชาตญาณคือทุกอย่าง แต่ละวันผมไม่ได้วางแผนว่าจะวาดภาพอะไร เห็นอะไรแล้วก็วาดออกมาตามสัญชาตญาณของความเป็นศิลปะ เหมือนกับสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการนั่นคือการควบคุมความเป็นไปได้ ฉะนั้นการทำงานจึงเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ ผลงานของผมจึงสด ใหม่ และคิดได้แบบทันทีทันใด งานศิลปะจึงเป็นความแอ็บสแตร็กส์ บวกกับตัวตนของผมที่ความเอ็นเตอร์เทนเมนต์อยู่ในตัว ผมจึงมักวาดอะไรตามอารมณ์

แต่ผมไม่ได้ทำงานศิลปะคนเดียว เพราะผลงานจะเปิดช่องว่างตอนท้ายเอาไว้เสมอ เหลือพื้นที่ให้คนอื่นมีส่วนร่วม หรือมีประสบการณ์ร่วม ฉะนั้นสไตล์งานไม่ใช่ว่าศิลปินเป็นคนคนหนึ่ง และตัวผลงานเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ผมมองว่าคนรุ่นใหม่เห็นงานศิลปะเหมือนการเดินทาง ศิลปะช่วยเปิดประตูไปสู่โลกใบใหม่ ไปมีส่วนร่วมกับสิ่งอื่นหรือคนอื่นมากขึ้น ทุกวันนี้ไม่มีการแบ่งแยกตัวตนกับผลงานอย่างชัดเจนต่อไปแล้ว เส้นที่เคยแยกมันเบลอไปหมด แล้วค่อย ๆ เปิด เข้ามาร่วมกันได้สนิทมากขึ้น

The People: ช่วยเล่ากระบวนการทำงานศิลปะของคุณให้ฟังหน่อยว่าเริ่มจากอะไร

Jeremyville: ผมมีสมุดสเก็ตช์ภาพหนึ่งเล่มที่วาดไปเรื่อย ๆ โดยให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง ไม่คิดมากไป ไม่นึกถึงคำจำกัดความ และอย่าไปจำกัดตัวเอง ก็เหมือนงานศิลปะของผมที่บอกว่าอย่าคิดมากเกินไป แค่ Unthink และปล่อยความคิดให้เป็นอิสระ การทำงานของผมจึงเป็นกระบวนการทำงานที่ใครๆ ก็ทำได้ แค่มีสมุดสเก็ตช์สักเล่ม ปล่อยความคิดให้ไหลเรื่อย ๆ

 

The People: ความคิดสดใหม่เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

Jeremyville: บ่อยครับ เพราะเป็นนิสัยปกติที่ผมจะวาดตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้ดินสอ, ปากกา หรือ iPad Pro ทั้งวาดรูปหรือเขียนข้อความ แต่สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ว่าไอเดียแรกดีเสมอ แต่เราต้องแก้ไขปรับปรุงตลอดเวลา นี่คือส่วนหนึ่งของความเป็นผม ทั้งรูปและตัวหนังสือที่เขียนจะมีจิตวิญญาณแห่งศิลปะของมันเอง

The People: ในหมู่บ้าน Jeremyville มีอะไรซ่อนอยู่

Jeremyville: คอนเซ็ปต์ภายใต้ชื่อ Jeremyville ก็คือ… มันเป็นห้วงความคิดของผมครับ เป็นดินแดนในจินตนาการที่คุณสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและค้นพบคุณสมบัติร่วมกันในทุกคน เช่น การเล่นสนุก ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก การพัฒนาตนเอง และการเคารพธรรมชาติและสัตว์ หมู่บ้าน Jeremyville เติบโตอยู่ตลอดเวลา แต่ละโปรเจกต์ขยับขยายไปยังเมืองต่าง ๆ แต่ละคาแรกเตอร์เพิ่มประชากรเรื่อย ๆ ผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างคือสิ่งประดิษฐ์ที่รวบรวมมาจาก “การเดินทางสู่หมู่บ้าน Jeremyville” (A Trip to Jeremyville)

 

The People: หนึ่งในภาพวาดที่เห็นบ่อย ๆ คือ ภาพหัวใจหรืออะไรสักอย่างกอดกัน, ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้อยากกอดใคร เพราะอะไร

Jeremyville: โลกนี้ครับ เพราะผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เจ็บปวด ปัญหา และความวุ่นวายครับ

 

The People: เมื่อโลกกลายเป็นดิจิทัลหมดแล้ว การวาดรูปโดยใช้มือต้องปรับตัวหรือมีความท้าทายอย่างไรบ้าง

Jeremyville: ถ้าเป็นไอเดียสด ผมมักจะวาดมือตลอด แต่การวาดงานจริง ๆ จะแปรผันไปตามแพลตฟอร์มมีเดียที่หลากหลาย

ผมจะมีทีมในการทำงาน เวลามีไอเดียอะไรก็จะบอกทีมในการทำงานตามแพลตฟอร์มนั้น ๆ ทีมงานของผมเปรียบเสมือนเครื่องจักร งานศิลปะเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อเลี้ยงให้เครื่องจักรทำงานไปเรื่อย ๆ ส่วนตัวผมเป็นนายช่างคอยถ่ายน้ำมัน เปลี่ยนน้ำมัน หรือกดปุ่มทำงาน เพื่อให้เครื่องจักรหรือทีมงานผลิตผลงานออกมา ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผลงานปลายทางจะบอกตัวตนของศิลปินอย่างแท้จริง นั่นก็คือการเล่าจิตวิญญาณของงานศิลปะ

ส่วนตัวผมยังสนุกกับการวาดรูปในทุกรูปแบบ อุปกรณ์ไม่สำคัญอะไรเลย เช่น ถ้าผมเอาโทรศัพท์มาเรียง แค่นี้ก็ถือว่าเป็นงานศิลปะ อย่าไปจำกัดงานศิลปะอยู่แค่การวาดรูป หรือการทำอย่างใดเป็นอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าเกิดคุณบอกว่า “ไม่ เรียงโทรศัพท์อีกแบบดีกว่า” นั่นก็ไม่ผิด เพราะเป็นการแสดงออกซึ่งจิตวิญญาณความเป็นศิลปะของคุณ ไม่ใช่แค่ของศิลปินแต่เพียงผู้เดียว

ฉะนั้นอย่าไปยึดติดกับรูปแบบมากครับ ทั้งกระดาษ ปากกา ชอล์ก iPad กิ่งไม้ขีดพื้นดิน หรือสเปรย์พ่นกำแพง มันอยู่ในจิตวิญญาณต่างหากว่าจะแสดงอะไรออกมา ไม่ได้อยู่ว่าคุณใช้อุปกรณ์อะไรในการแสดงศิลปะออกมา

 

The People: แล้วจิตวิญญาณแห่งศิลปะคืออะไร

Jeremyville: เป็นการเชื่อมโยงกับวิญญาณของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ หรือเป็นใครก็ตาม ผมมีแนวคิดจากเพื่อน ๆ หรือแฟนคลับที่ส่งข้อความมาบอกว่า งานศิลปะของผมไปสัมผัสชีวิตพวกเขาอะไรบ้าง ผมเก็บทุกข้อความ และนั่นคือจุดเชื่อมโยงระหว่างศิลปะกับตัวตนใครสักคน และก็ต้องขอบคุณที่ผมมีส่วนร่วมในชีวิตของทุกคนด้วย

The People: คิดว่าอะไรทำให้ศิลปินสักคนประสบความสำเร็จ

Jeremyville: การมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีบางสิ่งที่จะนำเสนอ

 

The People: เดินทางไปหลายประเทศแล้ว คิดว่ามิลเลนเนียลแต่ละประเทศแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

Jeremyville: มิลเลนเนียลเป็นวัยที่ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนไปเลยว่า ใครเป็นอย่างไร ผมให้คุณค่ากับความเป็นตัวของตัวเองมากนะครับ เพราะมิฉะนั้นทุกคนก็เหมือนกันไปหมด ความเป็นตัวของตัวเองมีค่ามากที่สุดแล้ว

 

The People: คอนเซปต์งานครั้งนี้คือ “A Smarter Tomorrow” คุณมี message อะไรมาถ่ายทอดบ้าง

Jeremyville: คิด วิเคราะห์ และประเมินทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้งในมุมมองที่แตกต่างออกไป มันเป็นการสร้างมุมมองในแง่ดีสำหรับพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

 

The People: อยากเห็น Tomorrow ของโลกนี้เป็นไปอย่างไร

Jeremyville: ยอมรับกันมากขึ้น เปิดใจกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น และเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น More LOVE. More CONNECTION ครับ


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

ธีระ ธัญญอนันต์ผล “นักข่าวมือเก๋า” ที่ย่อยข่าวการเมืองให้เข้าใจง่ายเหมือนไปดูหนัง

Jazz and the City: สนทนากับ ‘ปอ นอร์ทเกต’ ในเรื่องบาร์แจ๊ซ และสิ่งแวดล้อม

สัมภาษณ์ปราปต์ บุนปาน: ความทรงจำแฟนบอลสเปอร์ส จากยุคลินิเกอร์ถึงชิง UCL

สัมภาษณ์ ศุกลวัฒน์ คณารศ แด่ความเจ็บปวดในวันนั้น ด้วยความสุขในวันนี้

สัมภาษณ์ Mumford & Sons วงร็อกเจ้าของรางวัลแกรมมี่ กับวันที่ดนตรีเปลี่ยนชีวิต

สัมภาษณ์ มาร์ติน ซีเกอร์ อ.ชาวเยอรมัน ผู้ศึกษาบทบาทของหญิงไทยในศาสนาพุทธ

พิษณุ ศัตรูลี้ CEO สยามบอร์ดเกม ผู้นำเข้าและแปลบอร์ดเกมมากที่สุดในเมืองไทย

แทน โฆษิตพิพัฒน์ ลูกไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ชื่อ ‘เฉลิมชัย’ ผู้ขอสร้างนิยามศิลปินในแบบตัวเอง